จากเหตุเพลิงไหม้ภายในร้านอาหาร โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 27 ราย (ชาย 9 ราย หญิง 18 ราย) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 63 ราย รวมผู้ประสบเหตุทั้งสิ้น 90 ราย กรมอนามัยได้ส่งทีม SEhRT ลงพื้นที่ดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชนโดยรอบพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมสื่อสารสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองและสารมลพิษที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
วันนี้ (13 กรกฎาคม 2569) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กรมอนามัยมีความห่วงใยสุขภาพของประชาชนในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียงที่ได้รับกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ จึงมอบหมายให้ ทีมปฏิบัติการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม SEhRT กรมอนามัย และสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ชุมชนโดยรอบจุดเกิดเหตุ เพื่อประเมินผลกระทบด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ตรวจวัดคุณภาพอากาศ ให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน และสนับสนุนหน้ากากป้องกันฝุ่น N95 สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เพื่อปกป้องและคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจากผลกระทบของควันไฟ ควันพิษ และมลพิษทางอากาศที่เกิดจากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว
นายแพทย์นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นภายในอาคารที่มีวัสดุตกแต่งหรือวัสดุซับเสียง เช่น โพลียูรีเทน (PU) หรือพลาสติกบางชนิด เช่น พีวีซี (PVC) ซึ่งเมื่อเกิดเพลิงไหม้ อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กและก๊าซพิษหลายชนิด เช่น ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) ก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ (HCN) ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) และก๊าซไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์และผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนั้น จึงต้องเร่งสำรวจ ประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนจากควันพิษในพื้นที่โดยรอบ
"ทั้งนี้ กรมอนามัยแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งหรือเข้าใกล้บริเวณที่ยังมีกลุ่มควัน หากจำเป็นต้องออกนอกอาคารควรสวมหน้ากากป้องกันเพื่อช่วยลดการรับฝุ่นละออง และควันพิษ พร้อมปิดประตูและหน้าต่างเพื่อลดการนำควันเข้าสู่อาคาร หากมีเขม่าควันตกค้างภายในบ้าน ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดพื้น ผนัง และพื้นผิวสัมผัสต่าง ๆ รวมทั้งล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหรือสัมผัสใบหน้า หากมีอาการผิดปกติ เช่น แสบตา ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือหมดสติ ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและผู้มีโรคประจำตัว ทั้งนี้ ทีม SEhRT กรมอนามัย จะติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศและประเมินความเสี่ยงด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำแนะนำแก่ประชาชน เพื่อให้สามารถป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพจากเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างเหมาะสม" รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว
เปิดเวทีประชุมวิชาการทันตสาธารณสุขแห่งชาติ ครั้งที่ 12 ขับเคลื่อน สุขภาพช่องปากไทย มุ่งดูแล "ทุกช่วงวัย ทุกช่วงวัน"
กรมอนามัย-Lion เดินหน้า "จังหวัดเด็กไทยฟันดี ปี 2" ยกระดับ Sandbox จังหวัดเด็กฟันดี ให้ครอบคลุม
สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ
กรม อ. ยกระดับศักยภาพผู้บริหาร สสอ. รุ่นใหม่ ขับเคลื่อนนโยบายสุขภาพสู่ชุมชน รับมือ NCDs
กรมอนามัยชวนผู้ประกอบการปรับสูตรอาหารตามเกณฑ์ Thailand NPM ลดหวานมันเค็ม ลดNCDs
กรมอนามัยย้ำ "อาหารสะอาด น้ำปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี" หัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพช่วงน้ำท่วม
กรมอนามัย รณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เนื่องในสัปดาห์นมแม่โลกและวันแม่แห่งชาติ ชวนทำความรู้จัก "พ.ร.บ.นมผง" ช่วยปกป้องทารกจากการตลาดและโฆษณา
กรมอนามัยชู 'Active School' ชวนเยาวชนขยับวันละ 60 นาที รับวันเยาวชนสากล ลดเสี่ยง NCDs-หนุนพัฒนาการรอบด้าน