ตั้งงบให้ชัด ไม่ต้องอวดใคร: เทรนด์ Loud Budgeting มาแรงปีนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

เทรนด์ Loud Budgeting คือการขยับจากวิธีคิดแบบเดิมที่เอาแต่บอกตัวเองว่า "ต้องประหยัดแค่ไหน" มาเป็นการตั้งขอบเขตให้ชัดว่า เราจะยอมใช้เงินกับเรื่องนี้ได้เท่าไหร่ แทนที่จะเก็บงบไว้ในใจแล้วรู้สึกผิดทุกครั้งที่ใช้จ่าย แนวคิดนี้ช่วยให้เรากล้าพูดเรื่องเงินอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาพลักษณ์หรือแรงกดดันจากการเข้าสังคม (Social Spending) ที่มักทำให้เราต้องควักเงินเพื่อรักษาหน้า มากกว่ารักษากระเป๋าตังค์ของตัวเอง

ตั้งงบให้ชัด ไม่ต้องอวดใคร: เทรนด์ Loud Budgeting มาแรงปีนี้

Loud Budgeting จึงทำหน้าที่เป็น "เกราะคุ้มกันทางการเงิน" แบบใหม่ ที่ตั้งใจประกาศให้ชัดว่า"เราจะไม่ยอมจนเพราะอยากอวดอีกต่อไป" และจะเลือกใช้เงินตามสิ่งที่มีคุณค่าจริงสำหรับชีวิต—not for show ในช่วงที่ค่าครองชีพยังคงกดดันคนไทยอย่างหนัก การใช้เงินแบบ "คิดทีหลัง" กำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่หลายคนไม่อยากเผชิญอีกต่อไป เทรนด์การเงินอย่าง Loud Budgeting จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะเปลี่ยนจากแนวคิดเดิมที่ต้องคอยบังคับตัวเองว่า "ต้องประหยัดให้ได้เท่าไหร่" มาเป็นการตั้งคำถามที่ใช้งานได้จริงกว่า "เดือนนี้ เราจะยอมใช้เงินกับเรื่องนี้เท่าไหร่ดี?" ตั้งงบให้ชัด ไม่ต้องอวดใคร: เทรนด์ Loud Budgeting มาแรงปีนี้

การกำหนดงบก่อนใช้ ทำให้การใช้เงินกลายเป็นเรื่องที่ พูดได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องฝืนใจเออออตามสังคม และไม่ต้องรู้สึกผิดเวลาใช้เงินกับสิ่งที่เราตั้งใจเลือกจริงๆ เพราะขอบเขตที่ชัดช่วยให้เราแยกแยะได้ว่าอะไรคือสิ่งจำเป็น อะไรคือสิ่งที่พอเก็บไว้ก่อนได้ พฤติกรรมนี้กำลังสะท้อนความจริงของผู้บริโภคไทยยุคใหม่ จากข้อมูลการสำรวจหลายสำนักพบว่า คนไทยจำนวนมากกำลัง "เลือกใช้ มากกว่าใช้ตามกระแส" ผู้บริโภคกว่า 64% กังวลเรื่องเงินเฟ้อ และ 60% กังวลค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ทำให้หลายคนเริ่มตั้ง "เพดานการใช้เงิน" ของตัวเองอย่างจริงจัง ในขณะที่ข้อมูลจาก PwC Thailand (Voice of Consumer Survey) ชี้ว่าผู้บริโภคกว่า 40% หรือ 4 ใน 10 คนไทย พร้อมสลับไปใช้แบรนด์ที่คุ้มค่ากว่า ไม่ใช่ชื่อแบรนด์หวือหวาเหมือนในอดีต สะท้อนว่าพฤติกรรมทางการเงินของคนไทยกำลังเปลี่ยน ไม่อวด ไม่ฝืน และไม่อยากเสี่ยงพังเพราะการใช้เงินเกินตัว

เคทีซีแนะนำเริ่มตั้งขอบเขตการใช้จ่ายจากหมวดที่ใช้บ่อยที่สุด

  • การเริ่มต้น Loud Budgeting ไม่จำเป็นต้องแก้ทั้งชีวิตในคราวเดียว เคทีซีแนะนำให้เริ่มจากหมวดใกล้ตัวที่เราใช้บ่อยที่สุด อย่างเช่น ค่าเครื่องดื่ม ค่าเข้าสังคม ยอดใช้บัตรเครดิต ค่าเดินทางหรือค่าอาหาร ให้เลือกมาเพียงหนึ่งหมวด แล้วกำหนดงบง่ายๆ ว่า "เดือนนี้ ฉันจะใช้กับหมวดนี้ได้เท่าไหร่แบบที่ยังสบายใจ? ตัวอย่างที่ทำได้จริงและไม่กดดันเกินไป จำกัดงบกาแฟ-ของว่าเดือนละ 1,500 บาท เฉลี่ยวันละประมาณ 50 บาท ซื้อบางวันสลับกับชงเองบางวัน และอาจใช้ไลฟ์แฮ็ก (life hack) ง่ายๆ เช่น นำแก้วส่วนตัวไปซื้อเพื่อรับส่วนลด ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองหาโปรโมชั่นก่อนซื้อ ทำให้การคุมงบแบบนี้ทำได้จริง ซึ่งพฤติกรรมนี้สอดคล้องกับอินไซต์จาก PwC ที่พบว่าผู้บริโภค "ให้ความสำคัญกับสิ่งที่คุ้มค่า" มากกว่าการใช้ตามความเคยชิน
  • ตั้งเพดานงบปาร์ตี้ 3,000 บาทต่อเดือน เลือกงานที่สำคัญจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธทุกงาน แต่มีขอบเขตก่อนใช้เพื่อไม่ให้ลึกเกินตัว โดยเฉพาะในยุคที่หลายคนยังอยากใช้เงินกับกับประสบการณ์ เช่น การกิน เที่ยว คอนเสิร์ต แต่ก็ต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้น่าเป็นห่วงในระยะยาว
  • ใช้บัตรเครดิตตามกรอบที่ตั้งไว้ไม่เกินเดือนละ 3,000 บาท พร้อมใช้สิทธิประโยชน์ให้คุ้ม เพื่อให้ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น "สร้างมูลค่าเพิ่ม" ให้ตัวเองได้ในทุกเดือน อย่างโปรฯ กินคุ้มแบบ มา 2 จ่าย 1 หรือใช้คะแนนแทนส่วนลดในช่วงเวลาที่มีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น แลกรับเครดิตเงินคืน 13% ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จากปกติ 10% หรือเทคนิคของบางคนอาจจะสะสมคะแนนไว้ช่วงปลายปี เพราะบัตรเครดิตมักมีแคมเปญจูงใจ อย่างล่าสุดบัตรเครดิตเคทีซีเพิ่งคิกออฟแคมเปญใหญ่ปลายปี "พลังพอยท์ FOREVER แลกไม่หยุด คุ้มสุดทุกดีล" ที่เปิดให้สมาชิกบัตรฯ สามารถใช้คะแนนแลกรับส่วนลดได้มากถึง 20%

Social Spending แบบไม่รู้สึกผิด ใช้เท่าที่ไหว ไม่เกินงบที่ตั้งไว้

การใช้เงินกับเพื่อนหรือครอบครัว ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องไม่ทำให้ตัวเองเครียดในภายหลัง Loud Budgeting จึงช่วยให้เราพูดตรงๆ ได้ โดยไม่ต้องอ้อมค้อมหรือรู้สึกเกรงใจเกินไป เช่น

  • รอบนี้ไปได้ แต่ขอแบบเบาๆ ไม่เกินงบที่ตั้งไว้
  • เลือกร้าน/เมนูที่อยู่ในงบเราได้ไหม
  • เดือนนี้งบปาร์ตี้หมดแล้ว ไว้ครั้งหน้านะ

เมื่อขอบเขตการใช้จ่ายชัดเจน ความรู้สึกผิดก็ลดลง และความสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็ไม่ต้องแลกกับความเครียดทางการเงินอีกต่อไป เพราะการจัดการเงินที่ดี ไม่ใช่การห้ามตัวเองให้งดทุกอย่าง แต่คือการรู้ว่าเราควรหยุดตรงไหนและกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมา เพราะการกำหนดขอบเขตการใช้ในทุกหมวดใช้จ่าย ไม่ได้ทำให้ชีวิตแคบลง แต่ทำให้เราใช้เงินอย่างสบายใจขึ้นในระยะยาว


ข่าวเรื่องนี้+บอกตัวเองวันนี้

ผลสำรวจชี้คนไทยให้ความสำคัญดีไซน์ และความปลอดภัยรถยนต์เป็นอันดับแรก ส่วนรถไฟฟ้าเรื่องแบตเตอรี่ และการชาร์จยังเป็นปัญหา

บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัทที่ปรึกษา และวิจัยการตลาดชั้นนำ เปิดเผยผลการศึกษาวิจัย "ประสบการณ์ลูกค้าด้านผลิตภัณฑ์รถยนต์ในประเทศไทย" หรือ "Product Customer Experience Index (Product CXI) Study?" ซึ่งเป็นการวิจัยเรื่องนี้ครั้งแรกในประเทศไทย โดยมุ่งประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ ความพึงพอใจของลูกค้าต่อการออกแบบรถยนต์ ความดึงดูดใจ ฟีเจอร์ สมรรถนะของรถยนต์ ฯลฯ. หรือที่เรียกว่า "ความพึงพอใจด้านผลิตภัณฑ์" ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดสำคัญในการสร้างให้เกิด "ความภักดีในใจของลูกค้า" ซึ่งจะเป็นจุด

ในที่สุด "Golden" เพลงประกอบแอนิเมชันเรื่... สมมงที่สุด! "Golden" จาก KPop Demon Hunters คว้าออสการ์ เพลง K-Pop เพลงแรกที่คว้ารางวัล Best Original Song — ในที่สุด "Golden" เพลงประกอบแอนิเมชันเรื่องดั...

บุลการี (BVLGARI) ช่างอัญมณีแห่งโรมันต้อน... บุลการีต้อนรับ ออม-กรณ์นภัส ในฐานะ Friend of the House ประเทศไทย — บุลการี (BVLGARI) ช่างอัญมณีแห่งโรมันต้อนรับ ออม กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ นักร้องและนักแส...

การมีอายุยืนและมีคุณภาพชีวิต (Longevity a... สุขภาพดีและอายุยืนอย่างไทย Thai Wellness ขึ้นแท่นกระแส Longevity ระดับสากล — การมีอายุยืนและมีคุณภาพชีวิต (Longevity and Wellness) เป็นกระแสที่กำลังมาแรง ...