บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ได้รับการปรับเพิ่มคะแนน ESG จาก FTSE Russell ในการประเมินรอบล่าสุด สะท้อนความก้าวหน้าต่อเนื่องในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange(R) 2030 พร้อมตอกย้ำบทบาทของบริษัทในการร่วมยกระดับความโปร่งใสและการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบในห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลทั่วโลก
คะแนน ESG รวมของไทยยูเนี่ยนปรับเพิ่มขึ้นเป็น 4.3 คะแนน จาก 4.1 คะแนนในปีก่อนหน้า อยู่ในเปอร์เซ็นไทล์ที่ 92 เพิ่มขึ้นจาก 89 อันเป็นผลมาจากการปรับปรุงกระบวนการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนให้มีความโปร่งใสและครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมทั้งความก้าวหน้าในประเด็น ESG หลายมิติ โดยบริษัทได้รับคะแนนสูงสุดในหมวด Environmental Supply Chain และ Social Supply Chain เช่นเดียวกับคะแนนด้านธรรมาภิบาลที่ปรับตัวดีขึ้น โดยบริษัทได้รับคะแนนสูงสุดในหมวด Anti-Corruption, Corporate Governance และ Risk Management
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ผลการประเมินครั้งนี้สะท้อนถึงความก้าวหน้าของกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange(R) 2030 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของไทยยูเนี่ยน เรายังคงมุ่งยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ควบคู่ไปกับการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และการสร้างคุณค่าในระยะยาว"
FTSE4Good เป็นดัชนีด้านความยั่งยืนที่นักลงทุนใช้อ้างอิงเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคะแนน ESG จาก FTSE Russell จะพิจารณาจากการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ครอบคลุมประเด็นด้านความยั่งยืนที่สำคัญต่างๆ นอกจากนี้ คะแนนดังกล่าวยังใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับนักลงทุนในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานระหว่างอุตสาหกรรมและประเทศต่างๆ โดยผลการประเมินครั้งนี้สะท้อนความสามารถของไทยยูเนี่ยนในการผลักดันพันธกิจด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้จริงตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าของบริษัท
ภายใต้กลยุทธ์ SeaChange(R) 2030 ไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ผ่านกรอบการทำงานภายใต้ 11 พันธกิจหลัก ครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยนับเป็นการสานต่อการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ SeaChange(R) ซึ่งริเริ่มขึ้นในปี 2559 สอดคล้องกับแนวทางด้านความยั่งยืนในระดับสากลและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ และเจตนารมณ์ของไทยยูเนี่ยนในการสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับผู้คนและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนอนาคตของอุตสาหกรรมอาหารทะเลทั่วโลกให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ไทยยูเนี่ยนจับมือ Sustainable Fisheries Partnership ประกาศความสำเร็จผลงานด้านความยั่งยืนปีแรกร่วมกัน
ไทยยูเนี่ยน เดินหน้ายกระดับสวัสดิภาพลูกเรือประมง นำร่องติดตั้ง Wi Fi บนเรือประมงพันธมิตรตอบโจทย์กลยุทธ์ยั่งยืน SeaChange(R) 2030
ไทยยูเนี่ยน และแบรนด์ Mareblu จับมือ LifeGate องค์กรด้านความยั่งยืนลงพื้นที่นำร่องในอิตาลี เดินหน้าโครงการฟื้นฟูหญ้าทะเล ร่วมอนุรักษ์แหล่งอาหารสัตว์น้ำ
เอ็นไอเอ จับมือพันธมิตร ไทยยูเนี่ยน มหาวิทยาลัยมหิดล ไทยเบฟ และเนสท์เล่ เปิดรับสมัครฟู้ดเทคสตาร์ตอัป เข้าร่วมโครงการ "SPACE-F ปี 7"
รายงานดัชนี APB100 ชี้บริษัทอาหารไทยทำคะแนนสูงสุดในเอเชีย ด้านความยั่งยืนโปรตีน แต่ยังไร้แผนลดการพึ่งพาโปรตีนจากสัตว์
ไทยยูเนี่ยนยืนหนึ่ง Top 1% ผู้นำความยั่งยืนอุตสาหกรรมอาหาร จาก S&P Global Sustainability Yearbook ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
TU ปิดปี 68 สวย กวาดปริมาณการขายทะลุ 9 แสนตัน โชว์ GPM 18.9% กำไรต่อหุ้นพุ่ง 7.2% พร้อมแจกปันผลรวมทั้งปี 0.70 บาทต่อหุ้น โต 6%
ไทยยูเนี่ยนแต่งตั้ง เฮเลน สโนว์บอล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล