บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยยอดขายรวม 32,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทายจากอัตราแลกเปลี่ยน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากกลยุทธ์ด้านราคาขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 2.8% โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง หากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 9.3% สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์อย่างต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งการเติบโตก้าวกระโดดนั้นได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น กำไรขั้นต้นที่เติบโต และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ภายหลังค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการทรานส์ฟอร์เมชันทยอยลดลง ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,113 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกสะท้อนถึงการดำเนินกลยุทธ์ด้านราคาที่มีประสิทธิภาพ ความแข็งแกร่งของโครงสร้างสัดส่วนผลิตภัณฑ์ วินัยการดำเนินงาน ตลอดจนความสามารถในการปรับตัว ประสบการณ์ และโครงสร้างธุรกิจระดับโลกของไทยยูเนี่ยน ซึ่งช่วยให้เราสามารถรับมือกับแรงกดดันพร้อมกันในหลายด้าน ทั้งประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ภาษีนำเข้า และแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่เอื้ออำนวย ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านทรานส์ฟอร์เมชันนั้นปรับลดลงต่อเนื่อง จากรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ เราพร้อมเดินหน้าและต่อยอดการเติบโตในปี 2569"
แม้บริษัทยังคงเผชิญปัจจัยด้านต้นทุนจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่กำไรขั้นต้นยังคงเติบโต 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 5,825 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.2% สะท้อนการดำเนินกลุยทธ์ด้านราคาและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ กำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 0.29 บาทต่อหุ้น หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 18% โดยมีปัจจัยหลักจากจำนวนหุ้นที่ลดลงภายหลังการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน
กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare) ทำผลงานโดดเด่นในไตรมาสนี้ ด้วยยอดขายเพิ่มขึ้น 22.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 5,115 ล้านบาท จากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป การฟื้นตัวในญี่ปุ่น รวมทั้งสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) ยอดขายเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 15,136 ล้านบาท จากการปรับราคาขายเพื่อชดเชยผลกระทบของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้า ขณะที่ปริมาณการขายโดยรวมทรงตัว กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen) ยอดขายเติบโต 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 9,420 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มกุ้งและอาหารสัตว์น้ำ กลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (Value-added) ยอดขายลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 2,383 ล้านบาท จากความต้องการที่ชะลอตัวในสหรัฐฯ และการปรับโครงสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์
แนวโน้มปี 2569
ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่ยังคงผันผวน ไทยยูเนี่ยนมีการติดตามสถานการณ์ด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด บริษัทยังคงยืนประมาณการทั้งปีในระดับเดิม โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3-4% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 19-20% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (SG&A to Sales) ที่ 13.5-14.5% นอกจากนี้ บริษัทยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50%
นายธีรพงศ์กล่าวเสริมว่า "ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกตอกย้ำความสามารถในการปรับตัวของไทยยูเนี่ยนและผลลัพธ์จากกลยุทธ์ทรานส์ฟอร์เมชันของเรา ไทยยูเนี่ยนยังคงมุ่งเน้นการดำเนินกลุยทธ์ด้านราคาที่มีประสิทธิภาพ การใช้ประโยชน์สูงสุดจากเครือข่ายการจัดหาวัตถุดิบและการผลิตในระดับโลกของเรา และการรักษาความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่ยังคงเกิดขึ้น"
ไทยยูเนี่ยน โกยรายได้ไตรมาส 3/2568 แตะ 3.4 หมื่นลบ. รับกำไรสุทธิปรับปรุง 1,516 ลบ. ดันกำไรต่อหุ้นขยายตัว 12.1% สะท้อนความสามารถในการทำกำไรของบริษัทสดใส
ไทยยูเนี่ยนจัดเต็ม โชว์ GPM สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 19.7% ดัน EPS เติบโต 18% ไตรมาส 2
เคทีซีถอดรหัสเบื้องหลังกำไรไตรมาส 2 โต 17.4% ชี้เทคโนโลยีและดาต้า ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน หนุนการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
Krungthai CIO ชี้กำไรบริษัทจดทะเบียน และหุ้น AI หนุนการลงทุนครึ่งปีหลัง แนะกลยุทธ์ "Barbell" คัดหุ้นคุณภาพรับมือตลาดผันผวน
Krungthai CIO มองหุ้น AI พักฐานระยะสั้น ใช้จังหวะสะสมหุ้น Margin of Safety สูง พร้อมลงทุนส่วนเพิ่มในกลุ่มปลอดภัย
TRT ปรับโครงสร้างทุนบริษัทย่อย เสริมฐานการเงินรับการเติบโต คาด Q2 ผลงานใกล้เคียง Q1 พร้อมลุ้นปันผลระหว่างกาล หาก Cash Flow แข็งแกร่ง
'VRANDA' ดีเดย์โอนกรรมสิทธิ์ 'Veranda Villas & Suites Phuket' ก.ค.นี้ หนุนผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โตแกร่ง
ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาดมาร์เก็ตแชร์ 13%