กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือน ประชาชนและผู้ประกอบการสถานที่พัก ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สต้องเปิดพัดลมระบายอากาศหรือมีช่องระบายอากาศที่เหมาะสมทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการสะสมของก๊าซพิษ ซึ่งอาจทำให้ขาดออกซิเจน หมดสติ และเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในห้องน้ำขนาดเล็กหรือขาดการระบายอากาศ
แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีสื่อออนไลน์นำเสนอเหตุการณ์ครอบครัวหนึ่งเกือบเสียชีวิตจากการสูดดมก๊าซพิษในห้องพักรีสอร์ทจังหวัดเพชรบูรณ์ สะท้อนความเสี่ยงจากการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สในสถานที่พักที่มี ห้องน้ำขนาดเล็ก และไม่มีพัดลมระบายอากาศ ซึ่งปัจจุบันยังพบว่าสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งเลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบดังกล่าว เนื่องจากติดตั้งง่าย ราคาถูก และไม่ต้องเดินระบบไฟฟ้า แต่หากเป็นเครื่องที่ไม่ได้มาตรฐานหรือขาดการบำรุงรักษา อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน เนื่องจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สทำงานโดยใช้ออกซิเจนในการเผาไหม้ เพื่อทำให้เกิดความร้อน ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซพิษออกมาด้วย หากเกิดการรั่วไหล และมีการสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก จะส่งผลให้ร่างกายขาดออกซิเจน เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ มึนงง หน้ามืด หายใจลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน ซึม หมดสติ และเสียชีวิตได้ โดยกลุ่มเสี่ยงที่อันตรายรุนแรงมากที่สุด ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคโลหิตจาง หอบหืด ถุงลมโป่งพอง และโรคความดันโลหิตสูง
"กรมอนามัยขอเน้นย้ำผู้ประกอบการสถานที่พักที่ยังใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยเลือกใช้เครื่องทำน้ำอุ่นที่ได้มาตรฐานและมีการบำรุงรักษาตามคู่มืออย่างสม่ำเสมอ ติดตั้งในห้องน้ำที่มีพื้นที่เพียงพอ มีช่องลมหรือช่องระบายอากาศไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ห้อง หรือมีพัดลมระบายอากาศ ประตูห้องน้ำควรมีช่องระบายอากาศด้านล่างและเปิดจากภายนอกได้ รวมถึงควรติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สไว้นอกห้องน้ำ และจัดวางถังแก๊สบนพื้นราบ แห้ง และมีอากาศถ่ายเท นอกจากนี้ ควรติดป้ายเตือนการใช้งานอย่างชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ระบุว่า "ให้เปิดพัดลมระบายอากาศทุกครั้งที่ใช้งาน" และแนะนำให้ติดตั้งสวิตช์พัดลมควบคู่กับสวิตช์ไฟ เพื่อป้องกันการลืมเปิดระบบระบายอากาศ พร้อมตรวจสอบระบบระบายอากาศในห้องน้ำอย่างสม่ำเสมอ สำหรับนักท่องเที่ยวหรือผู้เข้าพัก ควรศึกษาวิธีการใช้งานจากป้ายแนะนำเปิดพัดลมระบายอากาศทุกครั้งที่อาบน้ำ และหากมีการใช้งานต่อเนื่องหลายคน ควรเปิดพัดลมระบายอากาศและเปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 10-15 นาทีก่อนจะมีผู้ใช้งานในรายถัดไป เพื่อให้อากาศถ่ายเท หากไม่มีพัดลมหรือช่องระบายอากาศ ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง หากมีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด หายใจลำบาก หรือได้กลิ่นแก๊สผิดปกติ ให้รีบออกจากห้องน้ำ เปิดประตู ปิดเครื่อง และขอความช่วยเหลือทันที หากพบผู้หมดสติในห้องน้ำให้นำออกสู่ที่โล่ง และโทรสายด่วน 1669 โดยเร็วที่สุด" อธิบดีกรมอนามัย กล่าว
กรมอนามัยส่งเสริมใช้พีระมิดอาหาร สอดคล้องเทรนด์โลกให้ความสำคัญ "อาหารคุณภาพ" เผยธงโภชนาการสำคัญกับทุกวัย เตรียมประกาศธงโภชนาการฉบับใหม่เร็วๆ นี้
กรมอนามัย ลุยเขตบางนา เร่งดูแลสุขภาพประชาชน เน้นกลุ่มเสี่ยง พร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5
สธ. ผนึก มหาดไทย - กทม. ตั้งเป้าลดอัตราคลอดก่อนกำหนดไม่เกินร้อยละ 8 เร่งขับเคลื่อนโครงการสร้างเสริมสุขภาพเชิงรุก ดูแลแม่และเด็กอย่างเป็นระบบ
กรมอนามัย เน้นย้ำ "กินให้เป็น เล่นให้ดี" เสริมพัฒนาการและสมองเด็กไทย ผ่าวิกฤตเด็กติดจอ
กรมอนามัย ร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 ชู "New Gen Health D" หนุนเด็กไทยสุขภาพดี
กรมอนามัย แนะผู้ปกครองเตรียมความพร้อม ท่องเที่ยววันเด็กปลอดภัย สุขอนามัยดี
กรมอนามัย เฝ้าระวัง PM 2.5 ต้นปี 69 แนะประชาชนดูแลตนเอง-ปกป้องกลุ่มเปราะบาง
สุขภาพดี เฮลตี้ปีใหม่ กรมอนามัย ชวนคุมอาหาร หวาน มัน เค็ม แอลกอฮอล์ ลดเสี่ยง NCDs สุขภาพดี รับปีใหม่