ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คว้าตำแหน่ง "บริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จาก TIME และ Statista

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ได้รับการยกย่องให้เป็น "บริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก ประจำปี 2026" (World's Most Sustainable Company 2026) โดยนิตยสาร TIME และ Statista ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 3 ผ่านการคัดเลือกจากการจัดอันดับองค์กรขนาดใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในโลกจากทั้งหมด 5,000 บริษัท สะท้อนจุดยืนความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการสร้างความยั่งยืนให้เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ธุรกิจ แนวทางการบริหาร และผลการดำเนินงาน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คว้าตำแหน่ง "บริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก" ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จาก TIME และ Statista

ด้วยวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าสำหรับทุกคน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ตอกย้ำความเป็นผู้นำในด้านการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electrification) การเพิ่มประสิทธิภาพ (Efficiency) และการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล (Digitalization) เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง

"การได้รับการยอมรับจากนิตยสาร TIME และ Statista เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง" โอลิวิเยร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว "เนื่องจากพลังงานได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญต่อการเติบโต ความสามารถในการแข่งขัน และความก้าวหน้า ความจำเป็นในการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดมีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราเชื่อว่าความชาญฉลาดทางพลังงานคือปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนทั้งด้านประสิทธิภาพและการลดคาร์บอน ส่งผลให้ลูกค้าสามารถสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการลดการปล่อยมลพิษ ความเชื่อดังกล่าวได้หล่อหลอมชไนเดอร์ อิเล็คทริค มาเป็นเวลาหลายปี และยังคงเป็นแนวทางในการคิดค้นนวัตกรรม การดำเนินงาน และการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานของเราต่อไป"

ความสำเร็จในปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้เปิดตัวแผนงานด้านความยั่งยืนฉบับใหม่ Impact 2030 ภายใต้แนวคิด 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ 1.การขับเคลื่อนโลกด้วยพลังงานไฟฟ้า 2.การปฏิรูปรวมถึงคิดค้นสิ่งใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรม 3.การปลดล็อกศักยภาพของมนุษย์ และ 4.การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น โดยกลุ่มบริษัทได้ติดตามผลการดำเนินงานทุกไตรมาสผ่านตัวชี้วัดที่สามารถวัดผลได้จริง เพื่อมั่นใจได้ว่ามีความรับผิดชอบและความโปร่งใสในทุกระดับ

ไตรมาสแรกของปี 2026 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค รายงานการปล่อยคาร์บอนใน Scopes 1 และ Scope 2 ลดลงถึง 82.5% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2017 ซึ่งช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นและการฟื้นตัวในการดำเนินงานของชไนเดอร์ นอกจากนี้ รายงานยังระบุเพิ่มเติม ดังนี้

  • ช่วยลูกค้าประหยัดพลังงานหรือเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าในไตรมาสแรก อยู่ที่ 5 ล้านเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ซึ่งช่วยเสริมทั้งความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพด้านพลังงาน
  • ในไตรมาสเดียว สามารถช่วยลดและหลีกเลี่ยงการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 20 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า
  • กลุ่มบริษัทยังคงเดินหน้าปรับใช้กรอบการทำงานใหม่ที่ออกแบบมาเพื่ออนาคต โดย 14% ของข้อเสนอหรือผลิตภัณฑ์หลักที่อยู่ในขั้นตอนการออกแบบ ได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียน

ภายใต้กรอบการดำเนินงาน Impact 2030 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวทางในการสร้างการมีส่วนร่วมของระบบนิเวศ โดยตระหนักว่าการสร้างความก้าวหน้าในวงกว้างจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกภาคส่วนเดินหน้าไปพร้อมกัน ซึ่งต้องเริ่มต้นจากซัพพลายเออร์ ซึ่งปัจจุบันมีซัพพลายเออร์เข้าร่วมมากกว่า 1,100 ราย ในโครงการ Zero Carbon Pathway ของกลุ่มบริษัทในไตรมาสแรก เพื่อช่วยขยายความรับผิดชอบด้านสภาพภูมิอากาศให้ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ทั้งนี้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทั่วโลกที่มีความไม่แน่นอนและซับซ้อนมากขึ้น ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังคงเชื่อว่าความก้าวหน้าที่ยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยรากฐานที่แข็งแกร่งในระดับท้องถิ่น ชุมชนและผู้คนทำหน้าที่เป็นจุดยึดเหนี่ยวในท้องถิ่นสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน และช่วยเปลี่ยนเป้าหมายระดับโลกให้เกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มีผู้คนมากกว่า 2.8 ล้านคน ได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าอย่างยั่งยืนผ่านโซลูชันที่มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค

อีกทั้งมีผู้คนจำนวน 113,000 คน ได้รับการพัฒนาทักษะ ผ่านโครงการด้านการศึกษาและการฝึกอบรม เพื่อพัฒนาทักษะทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติ ส่งผลให้จำนวนผู้ได้รับการฝึกอบรมตั้งแต่ปี 2009 จนถึงปัจจุบันมีมากกว่า 1.2 ล้านคน

"ในขณะที่เราเริ่มต้นวัฏจักรใหม่ในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนด้วยความมุ่งมั่นและความถ่อมตน การได้รับการยกย่องเป็นครั้งที่ 3 นี้ ช่วยยืนยันว่า เรากำลังเดินมาถูกทางและยังเป็นความรับผิดชอบที่ผลักดันให้ก้าวไปได้ไกลกว่าเดิม" เอสเธอร์ ฟินิโดริ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าว "Impact 2030 เป็นกรอบการดำเนินงานที่จะช่วยขยายผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง และชไนเดอร์ อิเล็คทริค หวังว่าจะสามารถเร่งความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่องในทุกไตรมาส"

นอกจากการได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลกโดย TIME และ Statista เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันแล้ว ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ยังเป็นบริษัทเดียวที่สามารถครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับ Global 100 ของ Corporate Knights ถึงสองครั้งในปี 2021 และ 2025 และได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่ม CDP Climate A List ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15


ข่าวชไนเดอร์ อิเล็คทริค+Schneider Electricวันนี้

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จับมือ CPIC ขับเคลื่อนนวัตกรรมพลังงาน AI เสริมศักยภาพ CP Group

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงาน ประกาศความร่วมมือกับ CP Innovation Center of Excellence (CPIC) เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านพลังงาน AI และความยั่งยืน เสริมศักยภาพการเติบโตของ CP Group นายซิงเจียง ปัง ประธานชไนเดอร์ อิเล็คทริคประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออก พร้อมด้วย นายมงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ดูแลประเทศไทย ลาว และเมียนมา ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ CP Innovation Center of Excellence หรือ CPIC ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP