เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ออกแนวปฏิบัติ "การทำความรู้จักลูกค้าเพื่อการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและกระบวนการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า"* สำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งเป็น "ผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน" เพื่อยกระดับมาตรฐานและความเข้มข้นของกระบวนการทำความรู้จักลูกค้า (Know Your Client: KYC) การตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Client Due Diligence: CDD) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในระดับที่เข้มข้น (Enhanced CDD) ให้มีความครอบคลุม รอบด้าน และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น
ในแนวปฏิบัตินี้มีรายละเอียดค่อนข้างมาก บทความนี้จึงขอพาไป "เจาะลึก" เพื่อให้เห็นถึงที่มาและสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติดังกล่าว
- ทำไมต้องมี "แนวปฏิบัติ"
ปัจจุบัน ก.ล.ต. ได้กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับมาตรฐานการประกอบธุรกิจและการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจไว้แล้ว** โดยมีการปรับปรุงให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลามาโดยตลอด
อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้รูปแบบการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจและการทำธุรกรรมของลูกค้ามีความรวดเร็ว ซับซ้อน และหลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่ตลาดทุนจะถูกใช้เป็นช่องทางในการสนับสนุนการกระทำความผิด เช่น การฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีมาตรการที่เหมาะสม สามารถคัดกรอง ป้องกัน และยับยั้งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและเท่าทันสถานการณ์มากยิ่งขึ้น ก.ล.ต. จึงได้จัดทำแนวปฏิบัตินี้ขึ้นมา โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) ตลอดจนผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุนที่มีความเข้าใจกระบวนการปฏิบัติงานจริง อีกทั้งแนวปฏิบัติดังกล่าวยังมีแนวทางที่ตรงกันกับหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ปปง. เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของทั้ง 2 หน่วยงานได้อย่างสอดคล้องกัน
ความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนในตลาดทุน ทำให้หลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. มีความชัดเจนมากขึ้น ครอบคลุม รอบด้าน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เพื่อเสริมความเข้มแข็งในการป้องกันและยับยั้งไม่ให้ตลาดทุนไทยถูกใช้เป็นช่องทางในการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการฟอกเงินหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
- "หน้าที่และความรับผิดชอบ" ของผู้ประกอบธุรกิจ
แนวปฏิบัตินี้ช่วยเพิ่มความชัดเจนในกระบวนการทำ KYC CDD และ Enhanced CDD เพื่อการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner: UBO) รวมถึงการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมตลอดระยะเวลาที่ให้บริการ ซึ่งเริ่มจาก "การจัดโครงสร้างการบริหารจัดการ" ของผู้ประกอบธุรกิจ โดย ก.ล.ต. ได้กำหนดขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เช่น
คณะกรรมการบริษัทต้องร่วมกำหนดและพิจารณาอนุมัตินโยบายและกรอบการกำกับดูแลเกี่ยวกับกระบวนการทำ KYC CDD และ Enhanced CDD รวมถึงต้องทบทวนและปรับปรุงนโยบายและ
กรอบการกำกับดูแลดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้บริหารระดับสูงต้องนำนโยบาย แผนกลยุทธ์ และกรอบการกำกับดูแลที่กำหนดไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดและทั่วถึงทั้งองค์กร
มีการกำหนดบทบาทและความรับผิดชอบของหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและกรอบการกำกับดูแลที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร รวมถึงการมีโครงสร้างองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการสอบทานการปฏิบัติงานในการทำ KYC CDD และ Enhanced CDD และพิจารณาคุณภาพการตรวจสอบ UBO อย่างสม่ำเสมอ
มีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ทั้งจำนวนและคุณภาพให้สอดคล้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในกระบวนการทำ KYC CDD Enhanced CDD และการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า เช่น จัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน อบรมพัฒนาความรู้ของบุคลากรอย่างต่อเนื่องและเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ
คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงติดตามภาพรวมของกระบวนการทำ KYC CDD Enhanced CDD และการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้าผ่านการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ของผู้ประกอบธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ ทั้งการรายงานตามรอบปกติ หรือเมื่อเกิดกรณีที่อาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนกฎเกณฑ์หรือส่งผลกระทบต่อบริษัทหรือตลาดทุนโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
- กระบวนการเข้มข้น ตั้งแต่ต้นจนถึงปลายทาง
ความเข้มข้นของแนวปฏิบัตินี้ ครอบคลุมตั้งแต่การเปิดบัญชีเพื่อใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจไปจนถึงการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมตลอดระยะเวลาที่ให้บริการลูกค้า (on-going monitoring) และการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ปปง.
ผู้ประกอบธุรกิจต้องพิจารณาความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกันของข้อมูลทั้งหมดอย่างรอบด้านและระบุ UBO ได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการใช้บุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินแทน (nominee) หรือมิจฉาชีพที่ตั้งนิติบุคคลบังหน้าเพื่อปกปิดตัวตนของเจ้าของที่แท้จริงเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย
- ก่อนเปิดบัญชี : ทำ KYC CDD และ Enhanced CDD ที่เข้มงวดและสอดคล้องกับความเสี่ยงของลูกค้า
ในกระบวนการการรวบรวมข้อมูลลูกค้าตั้งแต่การเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์นั้น ผู้ประกอบธุรกิจต้องรวบรวมและประเมินข้อมูลลูกค้าเพื่อระบุตัวตน จัดประเภท และประเมินความเหมาะสมและความสามารถของลูกค้าในการทำธุรกรรม รวมถึงประเมินความเสี่ยงที่ลูกค้าจะใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เป็นช่องทางในการสนับสนุนการกระทำความผิด โดยข้อมูลที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องรวบรวม เช่น
กรณีลูกค้าประเภทบุคคลธรรมดา ต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของอาชีพ ฐานะการเงินและแหล่งที่มาของรายได้และเงินลงทุน ในกรณีนิติบุคคล ต้องมีข้อมูลโครงสร้างการถือหุ้น ผู้มีอำนาจกระทำธุรกรรมแทน ฐานะการเงินวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรม โดยตรวจสอบไปถึงความสมเหตุสมผลในการประกอบธุรกิจ เช่น ทุนจดทะเบียน รูปแบบและลักษณะการประกอบธุรกิจ และประวัติการดำเนินธุรกิจ
โดยข้อมูลดังกล่าวต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และเชื่อถือได้ หากผู้ประกอบธุรกิจสงสัยว่าข้อมูลและหลักฐานที่ลูกค้าแสดงอาจไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่สอดคล้องกัน ต้องมีการ Enhanced CDD โดยขอข้อมูลและหลักฐานจากลูกค้าเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม หรือปฏิเสธการเปิดบัญชีให้กับลูกค้ารายดังกล่าวหากมีข้อมูลไม่เพียงพอในการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของลูกค้า
- หลังเปิดบัญชี: ติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมตลอดระยะเวลาที่ให้บริการลูกค้า และรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย
หลังจากเปิดบัญชีไปแล้ว ผู้ประกอบธุรกิจยังคงต้องมีกระบวนการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้าที่ต่อเนื่องและเหมาะสมสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของลูกค้า รวมถึงบันทึกข้อมูลธุรกรรมสำหรับการตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าไม่มีพฤติกรรมน่าสงสัยหรือมีการกระทำความผิด
ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจพบพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลของลูกค้า เช่น ขนาดธุรกรรมไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่เคยแจ้งไว้ มีเงินโอนเข้า-ออกผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบที่ผิดจากพฤติกรรมปกติของลูกค้า หรือพบธุรกรรมที่น่าสงสัยว่ามีการเตรียมการเพื่อกระทำความผิด ผู้ประกอบธุรกิจต้องทำ Enhanced CDD ลูกค้ารายนั้น เพื่อสอบทานข้อมูลและรายงานให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร หรือผู้เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบได้รับทราบเพื่อพิจารณาการดำเนินการที่เหมาะสมได้อย่างทันท่วงที
พร้อมทั้งต้องติดตามการทำธุรกรรมของลูกค้ารายดังกล่าวอย่างเข้มข้นกว่าลูกค้ารายอื่น รวมทั้ง หากพิจารณาแล้วพบว่าเป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ปปง.
- กระบวนการฝาก-ถอนเงิน และโอนหุ้น รัดกุม เพื่อป้องกันบัญชีม้า
นอกจากนี้ แนวปฏิบัติยังระบุถึงกระบวนการฝาก-ถอนเงินของลูกค้าในการทำธุรกรรม และการโอนหุ้นที่รัดกุม เพื่อป้องกันการใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางในการกระทำผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยผู้ประกอบธุรกิจต้องกำหนดวิธีการฝาก-ถอนเงินจากลูกค้าที่สามารถติดตามและตรวจสอบผู้ฝากเงินได้ (audit trail) รวมถึงมีมาตรการรองรับหากพบการดำเนินการไม่เป็นไปตามที่กำหนด
หลักการสำคัญในการฝาก-ถอนเงินจากบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ คือ ต้องดำเนินการผ่านบัญชีธนาคารที่มีชื่อตรงกับบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของลูกค้าเท่านั้น โดยฝาก-ถอนเงินผ่านบัญชีและธนาคารเดียวกัน เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาบัญชีม้าเนื่องจากมีเส้นทางธุรกรรมที่สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน รวมทั้งสามารถติดตามที่มาและปลายทางของเงินแต่ละรายการได้ โดยหากลูกค้าต้องการถอนเงินไปยังบัญชีธนาคารอื่นของลูกค้า ผู้ประกอบธุรกิจต้องมีมาตรการที่ทำให้มั่นใจว่าสามารถป้องกันปัญหาการใช้บัญชีหลักทรัพย์เป็นช่องทางกระทำผิดได้ เช่น ชะลอการดำเนินการเกี่ยวกับเงินที่ช่วยป้องกันการถอนเงินออกอย่างรวดเร็วของบัญชีม้า
นอกจากนั้น ก.ล.ต. ยังกำหนดให้การโอนหุ้นของลูกค้ามีขั้นตอนที่รัดกุมมากยิ่งขึ้นโดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) และหากพบธุรกรรมการโอนหุ้นที่ซับซ้อน ให้ผู้ประกอบธุรกิจพิจารณาดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมอีกด้วย
ก.ล.ต. คาดหวังว่าการยกระดับมาตรฐานและความเข้มข้นของกระบวนการ KYC CDD และ Enhanced CDD ไปจนถึงการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมตลอดระยะเวลาที่ให้บริการลูกค้า (on-going monitoring) และการรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยที่มีความครอบคลุม รอบด้าน ชัดเจน เข้มข้น มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคง ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนของตลาดทุนไทยในระยะยาวได้
หมายเหตุ:
- แนวปฏิบัติ เรื่อง การทำความรู้จักลูกค้าเพื่อการตรวจสอบผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงและกระบวนการติดตามและตรวจสอบการทำธุรกรรมของลูกค้า ผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2569 https://publish.sec.or.th/nrs/11160s.pdf
ประกาศที่เกี่ยวข้อง
(1) ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทธ. 35/2556 เรื่อง มาตรฐานการประกอบธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงาน ระบบงาน และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 6 กันยายน 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม https://publish.sec.or.th/nrs/9768p_r.pdf
(2) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 35/2557 เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการติดต่อและให้บริการลูกค้าสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม https://publish.sec.or.th/nrs/6611p_r.pdf
(3) ประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สธ. 14/2562 เรื่อง หลักเกณฑ์ในรายละเอียดเกี่ยวกับการให้บริการสำหรับผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ลงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม https://publish.sec.or.th/nrs/9252p_r.pdf
(4) ประกาศสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ที่ กส. 1/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ การโอนหลักทรัพย์ การถอนและออกใบหลักทรัพย์ และการฝากหลักทรัพย์ ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 และที่แก้ไขเพิ่มเติม https://www.asco.or.th/uploads/articles_attc/1627287757_attach1_th.pdf
บล.พาย (Pi) คว้าทริปเปิลแชมป์ SET - TFEX Broker Champion ในงาน SET in the City 2026
Yili Group รายงานผลประกอบการปี 2568 รายได้และกำไรเติบโตแข็งแกร่ง พร้อมทำสถิติรายได้พุ่งขึ้นกว่า 500 เท่าในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
บลจ.บัวหลวง ประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุน Thai ESGX และกองทุนหุ้นไทย
KKP Dime พลิกกำไรปีแรก AUM ทะลุแสนล้าน กางแผน 3 ปีปั้นฐานผู้ใช้ 8 ล้านราย จ่อส่งบัตรเดบิต 'ไดม์เนิน' เชื่อมลงทุนและการใช้จ่ายทั่วโลก
เมย์แบงก์ คว้ารางวัล SET-TFEX Broker Champion ในงาน SET in the City 2026 ตอกย้ำความสำเร็จด้านการลงทุนครบวงจร
หุ้น BCP ได้รับคัดเลือกเข้าดัชนี SET50 รอบครึ่งปีหลัง 2569 สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
ไทยเตรียมความพร้อม "เจ้าหน้าที่ด้านพิธีการต้อนรับ" ขั้นสูงสุด ต้อนรับผู้แทน 191 ประเทศ ร่วมประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings