รวม 4 กองทุน วันที่ 18 พฤษภาคม 2569
นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (BBLAM) เปิดเผยว่านับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญและกลับมาได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกครั้ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากความชัดเจนของสถานการณ์ทางการเมืองและนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงวินัยการคลังที่รัดกุม ประกอบกับผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้ภาพรวมการลงทุนในปีนี้สดใสขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
ภายใต้สภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยเช่นนี้ การลงทุนในกองทุนรวมหุ้นไทย ภายใต้การบริหารจัดการของ BBLAM จึงมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ด้วยกลยุทธ์การคัดเลือกสินทรัพย์ที่พิถีพิถัน ทำให้กองทุนสามารถดึงรอบการเติบโตของตลาดมาสร้างเป็นผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุด BBLAM ประกาศจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทย ทั้งกองทุนหุ้นและกองทุนผสมจำนวน 4 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (Thai ESGX) 2 กองทุนและกองทุนรวมทั่วไป 2 กองทุนภายใต้การบริหารจัดการ โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ได้แก่
1) กองทุนรวมบัวหลวงหุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (BEQD-TESGX) เน้นลงทุนในหุ้นไทยกลุ่มยั่งยืน (ESG) ที่มีธรรมาภิบาลดีเยี่ยม มีมติจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 1 สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ในอัตรา 0.48 บาทต่อหน่วยลงทุน
2) กองทุนรวมบัวหลวงผสมปันผลไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (BMDIV-TESGX) กองทุนผสมที่บริหารความเสี่ยงด้วยการกระจายการลงทุนในหุ้นยั่งยืนและตราสารหนี้ มีมติจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 1 สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงเดียวกัน (9 พฤษภาคม 2568 - 30 เมษายน 2569) ในอัตรา 0.35 บาทต่อหน่วยลงทุน
3) กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 พลัส (B-BASICPLUS) (เดิมชื่อ กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 หุ้นระยะยาวปันผล) เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานและการบริโภค ซึ่งเติบโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ มีมติจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 3 สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ในอัตรา 0.12 บาทต่อหน่วยลงทุน
4) กองทุนเปิดบัวหลวงร่วมทุน (BCAP) กองทุนระดับตำนานที่เน้นการคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดีรายตัว (Selective) อย่างเข้มข้น มีมติจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 67 สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ในอัตรา 0.238374 บาทต่อหน่วยลงทุน
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนขึ้นกับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ