บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด จัดแถลงความร่วมมือกับ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ในการสร้างความร่วมมือรณรงค์เรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ เนื่องด้วยปัจจุบันมีการแพร่ระบาดของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเกิดขึ้นในสังคม โดยมิจฉาชีพได้ใช้อุบายต่าง ๆ เช่น การหลอกลวงให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมและลิงก์หลอกลวง (Phishing Link) เพื่อโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์) จึงได้ผนึกกำลังกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เปิดตัวแคมเปญรณรงค์ "ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ" เพื่อสร้างการตระหนักรู้เรื่องภัยไซเบอร์แก่ประชาชนที่สามารถเริ่มได้จากตัวเอง เสมือนเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันด้านอาชญากรรมไซเบอร์ ให้คนไทยตระหนักรู้เท่าทันกลโกงยุคดิจิทัล และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล
การร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความห่วงใยของทั้งบิทคับ เอ็กซ์เชนจ์และ บช.สอท. ต่อพี่น้องประชาชน เนื่องด้วย ปัจจุบันวิธีการหลอกลวงของมิจฉาชีพมีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้น ทั้งยังมีการแพร่ระบาดในหลากหลายช่องทางและหลายภาคส่วน เช่น โฆษณาหลอกลงทุนบน YouTube และโซเชียลมีเดีย
ตัวอย่างล่าสุดที่เป็นประเด็นดังในสังคม คือ กรณีที่มิจฉาชีพได้ใช้เทคโนโลยี AI และ Deepfake สร้างตัวตนปลอมในชื่อ "สมชาย แซ่ตั้ง" เพื่อแอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน และชักชวนให้คลิกลิงก์สมัครแพลตฟอร์มลงทุนปลอม โดยมิจฉาชีพยังมีการนำภาพใบหน้าของ คุณอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ ไปใช้ร่วมกับเทคโนโลยี Deepfake เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเนื้อหาโฆษณา ส่งผลให้ผู้ใช้งานจำนวนมากเกิดความสับสน เนื่องจากรูปแบบโฆษณามีความสมจริง และมีการอ้างอิงถึงแพลตฟอร์มคริปโตที่คนไทยคุ้นเคย ทำให้มีความเสี่ยงที่ผู้ใช้งานอาจเข้าใจผิดและตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้
เพื่อลดความสับสนและรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว บิทคับ ออนไลน์ ได้ออกแคมเปญรณรงค์ "#ผมไม่ใช่สมชายแซ่ตั้ง" โดยนำสื่อที่มิจฉาชีพใช้สร้างตัวตนปลอมกลับมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในการสื่อสารเตือนภัย ผ่านคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียและการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้ผู้ใช้งานตระหนักถึงความเสี่ยงของโฆษณาหลอกลงทุน รวมถึงแนะนำให้ตรวจสอบแหล่งที่มาและหลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ต้องสงสัยก่อนตัดสินใจลงทุน แคมเปญดังกล่าวได้รับความสนใจและการพูดถึงในวงกว้างบนโลกออนไลน์ จนได้รับยอดเข้าชมสูงรวมทุกช่องทางถึง 10 ล้านครั้งภายในไม่กี่วัน ช่วยสร้างการรับรู้เกี่ยวกับกลโกงรูปแบบ AI Deepfake และ Phishing ที่กำลังเพิ่มขึ้น และมีส่วนสำคัญในการลดความเข้าใจผิดของผู้ใช้งานที่อาจเชื่อมโยงโฆษณาหลอกลวงให้ถูกต้อง
พิธีแถลงความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้น ณ สำนักงานของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด โดยผู้บริหารจาก บิทคับ ออนไลน์ และบช. สอท. ได้ร่วมหารือแนวทางประสานงานเชิงลึกและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่มีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสร้างความตระหนักรู้ด้านภัยไซเบอร์ให้กับประชาชน พร้อมส่งเสริมความรู้ในการตรวจสอบและป้องกันตนเองจากกลโกงรูปแบบใหม่ เพื่อให้สังคมสามารถรับมือกับภัยออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บิทคับ ออนไลน์ ยังเตรียมสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือข้อมูลทางเทคนิค สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานและดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป พร้อมร่วมผลิตสื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้างเกี่ยวกับภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
คุณอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์ ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ กล่าวว่า "ที่ผ่านมาเราได้พบเจอการกระทำจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างชื่อบิทคับเป็นจำนวนมาก ซึ่งทีมงานและผู้เชี่ยวชาญของเราได้ส่งเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อดำเนินการหยุดโฆษณาจากมิจฉาชีพมาโดยตลอด เราตระหนักดีว่าการไล่ตามปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ วันนี้กลุ่มบริษัทบิทคับ รวมถึง บิทคับ ออนไลน์ จึงต้องการใช้ความเชี่ยวชาญด้านสินทรัพย์ดิจิทัลที่เรามีเพื่อสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ตามกระบวนการทางกฎหมาย ควบคู่ไปกับการเร่งส่งเสริมความรู้ให้ประชาชนเท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ เพราะเกราะป้องกันที่ดีที่สุดคือการที่ประชาชนคนไทยมีความเข้าใจและระมัดระวังตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อตั้งแต่ต้น ตามแนวคิด 'ทุกภัยไซเบอร์ หยุดได้ด้วยมือคุณ"
ด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง หรือ "ผู้การแจ้" รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) เน้นย้ำว่า "ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ความร่วมมือกับบิทคับ ออนไลน์ เป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าใจข้อมูลเทคนิคเชิงลึก ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงและเก็บรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานดิจิทัล สินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวผู้กระทำผิดและคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหาย เช่น ปฏิบัติการ Operation 293 ที่ผ่านมา ประการสำคัญ ความร่วมมือนี้ถือเป็นตัวอย่างอันดีในการสร้างความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนเกี่ยวกับการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนเกี่ยวกับการป้องกันภัยมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ประชาชนตระหนักและระมัดระวังภัยไซเบอร์ได้ดียิ่งขึ้น และเป็นแนวทางที่ลดความเสียหายของพี่น้องประชาชนจากภัยมิจฉาชีพอย่างยั่งยืน"
ภายในงานแถลงความร่วมมือ บช.สอท. ยังแนะนำแอปพลิเคชัน Cyber Check แอปพลิเคชันที่พัฒนาโดย ตำรวจไซเบอร์ (CCIB) เพื่อใช้ตรวจสอบและคัดกรองมิจฉาชีพออนไลน์ โดยเน้นการเช็กเลขบัญชีธนาคารและเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัย ก่อนโอนเงินหรือรับสาย เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งบน App Store และ Google Play Store และปัจจุบัน บิทคับ ออนไลน์ ได้ลงทะเบียน Verified ขึ้นเป็นสถานะสีเขียวบน แอปพลิเคชัน Cyber Check เป็นที่เรียบร้อย เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานและนักลงทุนในการติดต่อหรือทำธุรกรรมผ่านทางช่องทางทางการของ บิทคับ ออนไลน์ อีกด้วย
ความร่วมมือในครั้งนี้ครอบคลุมการสร้างความร่วมมือด้านการประสานงานระหว่างหน่วยงาน การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน รวมถึงการรณรงค์สร้างความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยบนรากฐานของความมั่นคงปลอดภัย ความโปร่งใส และการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
สำหรับประชาชนหรือนักลงทุนที่พบเห็นเหตุผิดปกติเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์ สามารถแจ้งเหตุโดยตรงไปยังตำรวจไซเบอร์ สายด่วน 1441 หรือเว็บไซต์ https://www.thaipoliceonline.go.th/ ได้ตลอด 24 ชม. และสำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ต้องการสอบถามข้อมูลด้านการทำธุรกรรม สามารถติดต่อผ่านทางช่องทางทางการดังนี้
Website: https://www.bitkub.com/
Facebook: https://www.facebook.com/bitkubofficial
Instagram: https://www.instagram.com/bitkubofficial/
Tiktok: https://www.tiktok.com/@bitkubofficial
โทร: 1518 หรือ 02-032-9555
บิทคับ ออนไลน์ คว้าตำแหน่งองค์กรครองใจพนักงานสายเทคฯ แห่งปี จาก Future Trends Awards 2026
Bitkub Exchange เปิดฟีเจอร์ใหม่ "ตัวช่วยเทียบเคียงหน่วยทองคำ" เพิ่มความสะดวกในการลงทุน เจ้าแรกในวงการคริปโทฯ
Bitkub Exchange เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ "Auto DCA" ตอบโจทย์นักเทรดสายออม ลงทุนได้ทุกสภาวะตลาด
Bitkub Exchange สร้างชื่อให้ไทย คว้ารางวัลสุดยอด Contact Center ระดับ Platinum แห่งเอเชียแปซิฟิก
Bitkub Exchange และ Bitkub Academy ประกาศความร่วมมือกับ Avantis แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแบบกระจายศูนย์
Bitkub Exchange และ Bitkub Academy ผนึกกำลัง Memeland ยกระดับวงการ Meme Community ในไทย
Bitkub Exchange ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดียวที่คว้า 4 รางวัลเชิดชูเกียรติจาก ก.ล.ต. ตอกย้ำบทบาทผู้สร้างความรู้ทางการเงินการลงทุนให้สังคมยอดเยี่ยม
Bitkub Exchange และ Bitkub Academy ประกาศร่วมมือกับ WEMIX แพลตฟอร์มบล็อกเชนสำหรับเกมระดับโลก มุ่งขยายชุมชนผู้ใช้งาน Web3 ในไทย