มุ่งยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรท้องถิ่น สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ประกาศขึ้นทะเบียน "ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก" เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) รายการล่าสุดของไทย มุ่งยกระดับผลไม้พื้นถิ่นสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง พร้อมเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน สนองต่อนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs และชุมชน ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย GI
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลกเป็นผลไม้ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ปลูกในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำน่านไหลผ่าน สภาพอากาศมีฝนตกชุกสลับกับแห้งแล้ง อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 28 องศาเซลเซียส ส่งผลให้ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลกมีผลกลมแป้น เปลือกหนาสีเขียวเข้ม ผิวเปลือกหยาบขรุขระคล้ายมะกรูด มีกลิ่นหอมฉุน รสชาติเปรี้ยวอมหวานติดรสขมเล็กน้อย และมีรสซ่าติดปลายลิ้น ด้วยเอกลักษณ์ของรสชาติที่โดดเด่นแตกต่างจากส้มชนิดอื่น จึงนิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร เช่น ม้าฮ่อ ซึ่งเป็นอาหารไทยโบราณที่ใช้ส้มซ่ามาช่วยชูรสอาหารให้มีกลิ่นหอม รวมถึงเมนูของหวานอย่างส้มฉุน น้ำส้มซ่า ชา-กาแฟส้มซ่า เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการนำส้มซ่ามาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามได้หลากหลาย เช่น สบู่ ครีมบำรุงผิว ลิปกลอส ยาสระผม ยาดมสมุนไพรเปลือกส้มซ่า น้ำหอมปรับอากาศ เป็นต้น โดยปัจจุบันส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลกมีปริมาณการผลิตประมาณ 120,000 กิโลกรัมต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนกว่า 3.6 ล้านบาทต่อปี
ในอดีตส้มซ่าถูกนำเข้ามาปลูกในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำน่านโดยชาวจีนไหหลำที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเมื่อกว่า 100 ปีก่อน โดยมีการปลูกอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นที่มาของชื่อ "บ้านวังส้มซ่า" ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านในชุมชนยังคงรักษาประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวจีนไหหลำไว้อย่างเหนียวแน่น ดังเห็นได้จากการมีศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศูนย์รวมจิตใจ และมีการจัดเทศกาลไหลเรือไฟในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพื่อเป็นการบูชาเจ้าแม่ทับทิมเทพธิดาแห่งท้องทะเล และเสริมความเป็นสิริมงคล โดยใช้ผลส้มซ่าเป็นเครื่องไหว้ในพิธีดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าส้มซ่าไม่ได้เป็นเพียงพืชเศรษฐกิจของชุมชน แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความเชื่อและประเพณีที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของผู้คนเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในมิติของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี
นางอรมน กล่าวเพิ่มเติมว่า การขึ้นทะเบียนส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลกเป็นสินค้า GI ของไทย จะช่วยสร้างความแตกต่างให้ผลไม้ไทย สะท้อนมาตรฐานการผลิต ความน่าเชื่อถือ และช่วยป้องกันการแอบอ้างใช้ชื่อสินค้าโดยที่ผลผลิตไม่ตรงตามคุณลักษณะหรือไม่ได้ผลิตในพื้นที่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการรักษาคุณภาพสินค้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ชุมชนผู้ผลิต และผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้อย่างชัดเจน
หลังจากขึ้นทะเบียน GI แล้ว กรมฯ พร้อมสนับสนุนให้ชุมชนใช้ประโยชน์จาก GI อย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการสนับสนุนการจัดทำระบบควบคุมคุณภาพ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค การสร้างองค์ความรู้ด้านการตลาด การส่งเสริมขยายช่องทางการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และการพัฒนาแหล่งผลิตสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชุมชนเก่าแก่ เรียนรู้กระบวนการผลิต ทดลองชิมเมนูอาหารและอุดหนุนผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากส้มซ่า เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ช่วยให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้า GI ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อสินค้า GI ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลก ได้ที่ Facebook บ้านวังส้มซ่า และ TikTok วังส้มซ่า
ส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลกนับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 4 ของจังหวัดพิษณุโลก ต่อจาก กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพิษณุโลก และแป้งแห้วนาหนองกุลาพิษณุโลก และเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 258 ของไทย ส่งผลให้มูลค่ารวมการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยขยับเพิ่มเป็น 116,111 ล้านบาท โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งหวังว่าการขึ้นทะเบียนส้มซ่าบ้านวังส้มซ่าพิษณุโลกในครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้ชุมชนทั่วประเทศเห็นถึงศักยภาพของสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นในการสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมก้าวสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าและภูมิปัญญา อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลังร้าน Blue by Alain Ducasse เสิร์ฟเมนูสุดพิเศษ "เดนิชมะยงชิด" บนโต๊ะมิชลิน! ยกระดับ GI ไทย ผสานขนมอบสไตล์ฝรั่งเศสได้อย่างลงตัว
"พาณิชย์" ยกทัพสินค้า GI ตัวท็อปจากชุมชน บุกตลาด OTOP City 2025 เปิดประสบการณ์ช็อปของดีอัตลักษณ์ไทย หนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง
LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญาลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล
"พาณิชย์" เร่งเครื่องสร้างแต้มต่อ SMEs ไทย รุกตลาดออนไลน์ เดินหน้า MOU "DIP x LINE"
"พาณิชย์" จัดกระเช้า "GI ไทย ส่งสุขปีใหม่ สุขใจชุมชน"ชูแคมเปญส่งเสริมการตลาด GI ในรูปแบบกระเช้าปีใหม่GI นานาชนิด หนุนเสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
กรมทรัพย์สินทางปัญญาหารือสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยรับฟังความเห็นการแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ร่วมจับมือสร้างมูลค่าเพิ่มงานสร้างสรรค์และนวัตกรรม
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ผนึกกำลัง SACIT วางแนวทางยกระดับงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ตลาดโลกด้วยทรัพย์สินทางปัญญา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ยกระดับความร่วมมือ สถาบันอาหาร พัฒนา "อุตสาหกรรมอาหารไทย" ด้วยทรัพย์สินทางปัญญา อย่างไม่หยุดนิ่ง