นำร่องอุดรธานีชูนวัตกรรมปุ๋ยอินทรีย์เคมี / AI คำนวณสูตรเฉพาะแปลง ผลงานวิจัย วว. ระบุลดต้นทุนได้กว่าร้อยละ 60
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ผนึกกำลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดตัวโครงการ "ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย" ณ จังหวัดอุดรธานี นำร่องใช้นวัตกรรมปุ๋ยอินทรีย์เคมีอัจฉริยะคำนวณตามค่าวิเคราะห์ดินจริง มุ่งเป้าช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าปุ๋ยสูงสุดได้ถึงร้อยละ 50 พร้อมสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน แก้ปัญหาวิกฤตปุ๋ยแพงจากการนำเข้า และสร้างความเข้มแข็งให้เครือข่ายสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
(25 เม.ย. 2569 จังหวัดอุดรธานี) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการ "ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย" เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงขึ้นและปัญหาดินเสื่อมโทรม โดยมี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรและพี่น้องเกษตรกรเข้าร่วมงาน ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี จำกัด
ทั้งนี้ โครงการ "ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย" มีแผนดำเนินงานในระยะแรก 6 เดือน (สิ้นสุดกันยายน 2569) โดยตั้งเป้าหมายการดำเนินงานในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ชัยนาท และเชียงราย โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 3,000 คน เพื่อขยายผลไปยังสหกรณ์ทั่วประเทศ เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยที่ถูกดิน ถูกพืช และถูกราคา
สำหรับการจัดงานเปิดตัว (Kick off) ในวันนี้ มีกิจกรรมสำคัญประกอบด้วยการ การสาธิตเครื่องผสมปุ๋ยสั่งตัด และการมอบปุ๋ยให้แก่ตัวแทนเกษตรกร เพื่อแสดงถึงความพร้อมในการขับเคลื่อนนวัตกรรมสู่เกษตรกรไทยอย่างเป็นรูปธรรม
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วนในการนำ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาเพิ่มรายได้และลดภาระให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการนี้เป็นการเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยแบบเหมาจ่าย มาเป็นการใช้ปุ๋ยที่ออกแบบเฉพาะตามสภาพดินในแต่ละพื้นที่ และชนิดและพืช ซึ่งผลการทดสอบในพื้นที่พบว่า สามารถช่วยลดต้นทุนลงได้ถึงร้อยละ 40 - 60 และเพิ่มอินทรียวัตถุในดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ โดยจะใช้กลไกสหกรณ์การเกษตรเป็นรากฐานในการขับเคลื่อนและขยายผลไปทั่วประเทศให้ยั่งยืน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การใช้ปุ๋ยสั่งตัด จะก่อให้เกิดการ Upskill แรงงานภาคเกษตรกรรมให้สามารถดำเนินการผสมปุ๋ยอินทรีย์เคมีใช้เองในไร่นา ก่อให้เกิดแรงงานคุณภาพสูงในการภาคผลิตอย่างเป็นรูปธรรม
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ปัจจุบันภาคเกษตรไทยกำลังเผชิญวิกฤตราคาปุ๋ยเคมีพุ่งสูงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งประเทศไทยต้องนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศสูงถึงกว่าร้อยละ 40 โดยการส่งเสริม "ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด" ซึ่งผสมผสานระหว่างปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน จึงเป็นทางออกสำคัญในการลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว และช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมีต่อเนื่องยาวนาน ด้วยการเติมอินทรียวัตถุกลับคืนสู่ดินอย่างน้อยร้อยละ 10
นายราชันย์ ซุ้นหั้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดอุดรธานีเป็นพื้นที่เกษตรกรรมศักยภาพสูงโดยมีพื้นที่ทำการเกษตรมากกว่าร้อยละ 70 จากการที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย นำโครงการปุ๋ยสั่งตัดมานำร่องในพื้นที่ จึงถือเป็นทางออกที่ทันท่วงทีต่อวิกฤตราคาปุ๋ยในช่วงนี้ และแพลตฟอร์มนี้จะเป็นกลไกสำคัญที่สร้างความเข้มแข็งให้สหกรณ์การเกษตรและเกษตรกรในจังหวัด ให้สามารถพึ่งพาตนเองและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. ในฐานะหน่วยงานที่วิจัยและพัฒนาโครงการปุ๋ยสั่งตัดกล่าวถึงข้อมูลทางเทคนิคว่า โครงการนี้มีเป้าหมายติดตั้งชุดเครื่องผสมปุ๋ยและแพลตฟอร์มการจัดการปุ๋ยอัจฉริยะให้แก่สหกรณ์การเกษตร 30 แห่ง ในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ อุดรธานี ชัยนาท และเชียงราย เพื่อให้สหกรณ์ฯ เป็นศูนย์กลางการผสมปุ๋ยสั่งตัดและกระจายปุ๋ยคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม โดย วว. จะถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่มีมาตรฐานรองรับ และใช้ "โปรแกรมคำนวณสูตรปุ๋ยอินทรีย์เคมี" ของ วว. มาใช้ควบคุมการผสมให้ได้ธาตุอาหารตรงตามความต้องการของพืชและดินแต่ละแปลง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้สูงสุดถึงร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับการใช้ปุ๋ยเคมีสูตรทั่วไป
โครงการ "ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย" ถือเป็นโมเดลต้นแบบในการนำ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่เหมาะสม มาแก้ปัญหาปากท้องของเกษตรกรอย่างตรงจุด โดยในระยะแรกจะมุ่งเน้นการติดตั้งชุดเครื่องผสมปุ๋ยและแพลตฟอร์มอัจฉริยะให้สหกรณ์การเกษตรนำร่อง 30 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ชัยนาท และเชียงราย ก่อนจะประเมินผลสัมฤทธิ์เพื่อขยายผลสู่ระดับประเทศ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจากการลดรายจ่าย แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานเกษตรกรรมไทยสู่ "เกษตรแม่นยำ" ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและรับบริการด้านปุ๋ยเพื่อเกษตรกรรม ติดต่อ ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมเกษตรสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ได้ที่ call center โทร. 0 2577 9000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า "วว. JUMP"
กรมพัฒนาที่ดิน ขานรับมาตรการ "บัตรดินดี - ธงเขียว" ช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุน หนุนใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ลดพึ่งพาการนำเข้า
กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ PGS ผลิตอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหาร
กรมพัฒนาที่ดิน ชู "หมอดินราตรี" ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ปี 2569 พลิกนาเคมีสู่เกษตรอินทรีย์ ต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
จัดยิ่งใหญ่ 110 ปีสหกรณ์ไทย สืบสานพระปณิธานพระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย ยึดหลัก "สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง"
กระทรวงเกษตรฯ สืบสานพระราชปณิธาน รุกโมเดลโครงการหลวง 'เลอตอ' พลิกฟื้นผืนป่า สร้างอาชีพยั่งยืนด้วยพระบารมี
"หนึ่งปี มีครั้งเดียว" ปรากฏการณ์ธรรมชาติ "ปลากอง" แห่งเดียวในประเทศไทย ต่อยอดการบริหารทรัพยากรประมง สู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ในพื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริศูนย์ภูฟ้า จ.น่าน
ลดการเผาได้กว่าร้อยละ 75! กรมพัฒนาที่ดิน เผยผลสำเร็จโครงการ "ไถกลบตอซัง สร้างดินยั่งยืน ฟื้นสิ่งแวดล้อม"
สยามคูโบต้า จับมือ กรมการข้าว เปิดตัว "พิจิตรแซนด์บ็อกซ์ ต้นแบบนาดำคาร์บอนต่ำ"