ไมโครแคปซูลของวัคซีนป้องกันบาดทะยักออกฤทธิ์นาน ลดจำนวนครั้งของการฉีด

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพ--25 ส.ค--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรคบาดทะยัก (tetanus) เป็นโรคร้ายแรงที่มีอันตรายถึงตายได้ และเป็นปัญหาสำหรับประ เทศกำลังพัฒนาต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทย โดยเฉพาะโรคบาดทะยักในเด็กแรกเกิดเนื่องจากการติดเชื้อ บาดทะยักในขั้นตอนการตัดสายสะดือ โรคนี้เกิดจากสารพิษหรือท็อกซิน (toxin) ที่เชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Clostridium tetani สร้างขึ้น พิษที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อเข้าสู่กระแสเลือดและระบบประสาท จำทำให้เกิดอาการกระ วนกระวาย ปวดศรีษะ กล้ามเนื้อที่คางและคอหดเกร็งและเจ็บ ขากรรไกรแข็ง กลืนอาหารลำบากเกร็ง และกล้ามเนื้อชักกระตุก หายใจขัด และตายในที่สุด ในปัจจุบันโรคบาดทะยักสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดเตตานัสทอกซอยด์ (Tetanus toxoid) ซึ่งเตรียมจากการนำสารพิษหรือท็อกซินมาทำให้หมดพิษด้วยสารบางชนิด จากนั้นนำไปทำให้บริ สุทธิ์ เมื่อฉีดเข้าในร่างกาย ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคบาดทะยักได้ สำหรับการฉีด ป้องกันปฐมภูมิ (Primary Immunization) จะต้องฉีดทั้งหมด 3 ครั้ง เข้าใต้ผิวหนังหรือกล้ามเนื้อ ครั้งละ 0.5 มิลลิลิตร แต่ละครั้งห่างกัน 4-6 สัปดาห์ แต่ไม่ควรห่างกันนานเกิน 6 เดือน เนื่องจากแผนการฉีดป้องกันปฐมภูมิดังกล่าวนี้จะต้องฉีดครบ 3 ครั้ง ซึ่งเป็นการไม่สะดวกสำ หรับผู้มารับการฉีด จนเกิดปัญหาการไม่ได้รับการฉัดครบจำนวนทำให้ไม่ได้รับภูมิคุ้มกันได้เต็มที่ รองศาสตราจารย์ ดร.อุบลทิพย์ นิมมานนิตย์ และรองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนพิมล ฤทธิ เดช จากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความสนใจในการแก้ปัญหานี้โดยศึกษาวิจัย และพัฒนาวัคซีนเตตานัสท็อกซอยด์เพื่อให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ได้นานขึ้น เพื่อให้สามารถลดจำนวนการฉีด เหลือเพียงครั้งเดียวได้ การวิจัยนี้ได้ใช้เทคนิคไมโครเอนแคปซูลชัน (Microencapsulation) ซึ่งเป็นกระบวน การเตรียมตัวยาวัคซีน หรือสารอื่น ๆ ที่ต้องการให้ถูกห่อหุ้มหรือเคลือบเป็นฟิล์มบาง ๆ ด้วยสารโพลี เมอร์ (Polymer) ได้จากธรรมชาติหรือจากการสังเคราะห์เกิดเป็นอนุภาคขนาดเล็ก ๆ เรียกว่า ไม โครแคปซูล (Microcapsules) ผนังที่หุ้มนี้จะทำหน้าที่ห่อหุ้มกักเก็บตัวยาไว้ภายใน และควบคุม การปลดปล่อยตัวยาออกมาในปริมาณที่สามารถควบคุมและกำหนดได้จากลักษณะชนิดและความหนาของผนัง โพลีเมอร์ รวมทั้งควบคุมการปลดปล่อยได้จากขนาดของไมโครแคปซูลที่เตรียมขึ้นมา ขนาดของไมโคร แคปซูลจะมีตั้งแต่ 5-500 ไม่ครอนหรือไมโครเมตร (คือขนาดเล็กมากตั้งแต่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจนถึง ขนาดตาพองมองเห็นได้คือ 0.5 มิลลิเมตร) โพลีเมอร์ที่ถูกเลือกใช้ในการเตรียมเป็นผนังไมโครแคปซูล คือเลซิทินบริสุทธิ์จากไข่แดง (Egg yolk lecithin) และคาร์บอกซีเมทิลไคติน (Carboxymethylchitin) ซึ่งเป็นสารเตรียม จากธรรมชาติ เทคนิคที่ใช้เตรียมคือ วิธีอินเตอร์เฟเชียลเดโพซิชัน (Interfacial deposition) โดยวิธีนี้เมื่อใช้สภาวะการเตรียมที่เหมาะสม สารโพลีเมอร์ทั้งสองจะทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นผนังที่แข็ง แรงหุ้มรอบเตตานัสท็อกซอยด์ไว้เกิดไมโครแคปซูลขึ้น ไมโครแคปซูลที่ได้เมื่อนำไปคัดขนาดโดยใช้เครื่องหมุนเหวี่ยงด้วยความเร็วต่าง ๆ กัน พบว่า ไมโครแคปซูลที่มีขนาดเฉลี่ย 3.77 ไมครอน เมื่อนำไปผสมกับเตตานัสท็อกซอยด์ (รูปธรรมดาที่ไม่ใช่ไม โครแคปซูล) ในอัตราส่วน 1:1 เมื่อนำไปทดสอบในหนูถีบจักรสามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้ผลดีที่ สุด คือมีระดับภูมิคุ้มกันขึ้นสูงตั้งแต่วันที่ 15-180 วัน จึงเป็นความหวังว่าผลจากการวิจัยนี้จะนำไปสู่ความสำเร็จในการป้องกันโรคบาดทะยัก โดย ไมโครแคปซูลของเตตานัสท็อกซอยด์ ที่ให้ภูมิคุ้มกันได้เร็วและนานถึง 6 เดือนเป็นการลดจำนวนการฉีด วัคซีนจาก 3 ครั้งเหลือเพียงครั้งเดียวได้ ในโอกาสที่คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ Science University of Tokyo จะจัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านไมโครเอนแคปซูเลชั่น ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2540 นี้ ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพ จึงขอเชิญผู้สนใจ เภสัชกร และนักวิจัย เข้าร่วม การประชุมวิชาการนี้ โดยจะมีนักวิจัยจากประเทศต่าง ๆ กว่า 23 ประเทศเข้าร่วมบรรยายและเสนอ ผลงานวิจัยที่มีคุณค่าโดยการนำเทคนิคไมโครเอนแคปซูเลชันไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ยา เครื่องสำอาง อาหาร เคมีเกษตร ฯลฯ--จบ--

ข่าวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย+โรคบาดทะยักวันนี้

'ศศินทร์' จับมือ 'SCGC' เดินหน้าจัดแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2026 พร้อมปั้นสตาร์ตอัปสู่เวทีโลก ขับเคลื่อน Ecosystem รับยุค AI

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ผู้จัดงานการแข่งขันประกวดแผนธุรกิจ Bangkok Business Challenge 2026 Powered by SCGC ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย (KBank) และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมด้วย Ecosystem Partner ได้แก่ 2C2P, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บริษัท สราญรมย์เค

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 มหาวิทย... จุฬาฯ ครองอันดับ 1 ของไทย THE Asia University Rankings 2026 — จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย จากผลการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาที่ดีที่สุด...

นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จ... "เยลลี่ดูแลช่องปากแมว" ผลงานนิสิตคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ คว้าทุน TED Youth Startup Fund — นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล...

หากพูดถึงเทรนด์อาหารที่มาแรงที่สุดในยุคนี... ความลับ "หมาล่า" รสชาติเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์กับเสน่ห์วัฒนธรรมการกินจากแดนมังกร — หากพูดถึงเทรนด์อาหารที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "หมาล่า" ได...

จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจ... 1 พ.ค. 69 จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจสุขภาพฟรี! — จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจสุขภาพฟรี 1 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การดำเนินงานของ PM...