เตือนผู้นิยมการฝังเข็มควรเลือกใช้บริการหมอที่มีใบรับรองเท่านั้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพ--28 เม.ย.--กระทรวงสาธารณสุข แพทย์เตือนประชาชนผู้นิยมการฝังเข็มเพื่อรักษาโรค หรือเสริมความงาม ควรเลือกใช้บริการจากแพทย์ที่ผ่านการอบรมวิชาการฝังเข็ม โดยสังเกตจากใบประกาศนียบัตรของกรมการแพทย์ จะมั่นใจในความปลอดภัยได้มาตรฐานมีคุณภาพ และราคาประหยัด เมื่อวานนี้ (27 เมษายน 2541) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ปรากรม วุฒิพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมการฝังเข็มรุ่นที่ 1 ว่า การฝังเข็มนับเป็นการแพทย์ทางเลือกใหม่ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการฝังเข็มเพื่อลดน้ำหนักในกลุ่มวัยรุ่น ดารานักแสดง และประชาชนทั่วไป จนกลายเป็นธุรกิจทำรายได้อย่างมากมายแก่ผู้ให้บริการ สำหรับประเทศไทยมีแพทย์ที่ผ่านการอบรมการฝังเข็มถูกต้องตามกฎหมายประมาณ 30 คนเท่านั้น กระทรวงสาธารณสุขและองค์กรที่เกี่ยวข้องจึงตระหนักถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน ที่ไปใช้บริการการฝังเข็มกับแพทย์ที่ไม่มีใบรับรอง ซึ่งน่าเป็นห่วงในด้านมาตรฐาน ความปลอดภัย และราคาของการบริการ นายแพทย์ปรากรม กล่าวต่อไปว่า แพทยสภาซึ่งเป็นองค์กรหลักในการควบคุมและพัฒนาการฝังเข็มตามกฎหมาย กำหนดให้มีการศึกษาพัฒนาศาสตร์เกี่ยวกับการฝังเข็มและให้มีการเรียนการสอนในหลักสูตรแพทย์ศาสตร์ พร้อมได้มอบหมายกรมการแพทย์รับผิดชอบ ดังนั้นโดยความร่วมมือการแพทย์ไทย-จีน ร่วมกับมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง และมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ จึงจัดการอบรมหลักสูตรการฝังเข็มรุ่นที่ 1 ขึ้น ระหว่างวันที่ 27 เมษายน - 24 กรกฎาคม 2541 ผู้เข้ารับการอบรมมีคุณสมบัติสำคัญคือ เป็นแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมในประเทศไทยเท่านั้น โดยครั้งนี้มีผู้สนใจสมัครเข้ารับการอบรมเป็นจำนวนมาก แต่สามารถรับได้เพียง 25 คน เป็นภาคเอกชน 8 คน นอกนั้นเป็นส่วนราชการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แพทย์ที่ผ่านการอบรมมีความรู้ ประสบการณ์ในการฝังเข็ม สามารถให้การรักษาได้อย่างปลอดภัย มีคุณภาพ ได้มาตรฐานและประหยัด ผู้ที่ผ่านการอบรมและสอบผ่านทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติครบ 3 ครั้ง ได้คะแนนร้อยละ 60 ขึ้นไป จะได้รับประกาศนียบัตรของกรมการแพทย์ มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนเซี่ยงไฮ้ และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะเป็นสิ่งช่วยรับรองความมั่นใจแก่ผู้รับบริการ นายแพทย์ชาติ พิชญางกูร อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฝังเข็มไม่ได้รักษาได้ทุกโรค แต่จะใช้รักษาได้ดีใน 5 กลุ่มโรค คือ กลุ่มโรคที่บาดเจ็บเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ เอ็น และข้อ อาการปวดในผู้ป่วยมะเร็ง โรคระบบประสาททั่วไป ผู้ติดยาและสารเสพติด และโรคภูมิแพ้ โดยใช้จุดฝังเข็ม 150 จุด ในการรักษาอาการ ดังนั้นจึงมีข้อบ่งชี้เฉพาะและเกิดอันตรายได้หากดำเนินการไม่ถูกต้อง เตือนประชาชนที่ใช้การฝังเข็มเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาสุขภาพ ควรใช้บริการจากแพทย์ที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งสังเกตได้จากใบประกาศนียบัตรรับรองผ่านการอบรม ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ต้องแสดงไว้ให้ชัดเจนในสถานพยาบาลนั้น ๆ--จบ--

ข่าวกระทรวงสาธารณสุข+ปรากรม วุฒิพงศ์วันนี้

เวทีวิชาการกรมอนามัย ครั้งที่ 18 ปิดฉาก พร้อมเชิดชูบุคคล-องค์กรกว่า 195 รางวัล

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ปิดการประชุมวิชาการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 ภายใต้แนวคิด "Building Sustainable Wellness under Climate Change : สร้างสุขภาวะยั่งยืน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก" พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติบุคคลและองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมกว่า 195 รางวัล สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคีเครือข่ายทั่วประเทศในการขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยให้พร้อมรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรว... สบส. ดัน อสม.เป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ใช้ 6 เทคนิคสร้างชุมชนสุขภาพดี ลดโรค NCDs — กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยแนวท...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย การเปลี่ยน... กรมอนามัยชูแนวคิด 'สุขภาวะยั่งยืน' ลดโลกร้อน ลดความเสี่ยงสุขภาพ — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลก...

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการ... กทม. เตรียมพร้อมมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ แนะ 7 กลุ่มเสี่ยงเข้ารับวัคซีน — นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กท...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะเคล็ดลับป้อ... กรมอนามัย แนะเคล็ดลับ ปรับความดัน ป้องกันโรคไต เนื่องในวันไตโลก — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะเคล็ดลับป้องกันโรคไต เนื่องในโอกาส World Kidney Day (วันไต...

กรมอนามัย-มหาวิทยาลัยนเรศวร เร่งการขยายกา... งานวิจัยชี้ผู้สูงอายุไทยเสี่ยง "ช่องปากเปราะบาง" ร้อยละ 63.5 — กรมอนามัย-มหาวิทยาลัยนเรศวร เร่งการขยายการคัดกรองภาวะช่องปากเปราะบางทั่วประเทศ กรมอนามัย กร...