SEC: ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้กระทำผิดตามพรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพ--30 ธ.ค.--ก.ล.ต. เมื่อวานนี้ สำนักงานได้ดำเนินการกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีกับนายนุประพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา อดีตกรรมการ และนางกาญจนา เหล่าตระกูล อดีตผู้อำนวยการฝ่ายของบริษัทหลักทรัพย์ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และประมวลกฎหมายอาญา จากการตรวจสอบการดำเนินงานของ บริษัทหลักทรัพย์ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการตรวจสอบตามแผนงานของสำนักงานตามปกติ สำนักงานได้พบว่า นายนุประพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ในขณะดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทและเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบในการดูแลการลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อบริษัท ได้ดำเนินการให้บริษัทลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนแห่งหนึ่งในราคาหุ้นละไม่เกิน 20 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาตลาดของหุ้นดังกล่าวเป็นจำนวนมากและในเวลาต่อมานายนุประพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้ดำเนินการซื้อหุ้นบริษัทเดียวกันนั้นผ่านบัญชีของบุคคลอื่น ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นจำนวน 172,400 หุ้น ในราคาหุ้นละ 5.30 - 8.50 บาท และได้มีการนำหุ้นดังกล่าวมาขายต่อให้แก่บริษัทในราคาหุ้นละ 19.75 บาท ซึ่งมิใช่ราคาตลาดที่บุคคลทั่วไปทำการซื้อขายกัน การกระทำดังกล่าวสำนักงานเห็นว่าเป็นการกระทำผิดหน้าที่โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท และเป็นการกระทำเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 307 และมาตรา 311 แห่ง พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ โดยมีนางกาญจนา เหล่าตระกูล อดีตผู้อำนวยการฝ่ายของบริษัทหลักทรัพย์ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ทั้งนี้การกล่าวโทษดังกล่าวมีผลทำให้นายนุประพัทธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และนางกาญจนา เหล่าตระกูล ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กธ/น. 13/2542 เรื่อง คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอย่างอื่นของผู้บริหารของบริษัทหลักทรัพย์ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2542--จบ--

ข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ+นุประพัทธ์ สนิทวงศ์วันนี้

กสิกรไทย จับมือ 3 พันธมิตร ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ไทยรัฐ และ LINE เปิดตัวแคมเปญ "สติไฟต์เตอร์" เสริมความรู้ - เติมสติให้คนไทย ก้าวนำภัยมิจฉาชีพ

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ไทยรัฐ กรุ๊ป (Thairath Group) และ LINE ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ "สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง" เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันภัยมิจฉาชีพในสังคมไทย หลังปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง โดยในปี 2568 มีมูลค่าความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท และในไตรมาส 1/2569 มีมูลค่าความเสียหายไปแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท รวมถึงรูปแบบของกลโกงที่เปลี่ยน

เผยสถิติไตรมาส 1 ปี 2569 พบการเข้าใช้แอปและเว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อเช็กก่อนลงทุนกว่า 1.5 แสนครั้ง สะท้อนประชาชนเน้นปิดเสี่ยงเลี่ยงภัยหลอกลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ประชาชนยังคงตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบก่อนลงทุน ผ่านการ...

กทม. แจงกรณีเปลี่ยนไซเรนรถดับเพลิง อุปกรณ์เดิมเสื่อมสภาพ-เปลี่ยนอะไหล่ใหม่ตามระเบียบราชการ

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีข้อสังเกตการซ่อมบำรุงรถดับเพลิงของ กทม. อาจมีการถอดเปลี่ยนอุปกรณ์สัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือไซเรนจากของเดิมที่ผลิต...

เมื่อเทศกาลวันแห่งความรักเวียนมาถึง หลายค... สคส. เตือน ระวังรักออนไลน์ Romance Scam ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล สูญเกือบ 2 พันล้าน — เมื่อเทศกาลวันแห่งความรักเวียนมาถึง หลายคนกำลังเปิดใจรับความรัก ความหวัง ...