กทม. แจงกรณีเปลี่ยนไซเรนรถดับเพลิง อุปกรณ์เดิมเสื่อมสภาพ-เปลี่ยนอะไหล่ใหม่ตามระเบียบราชการ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีข้อสังเกตการซ่อมบำรุงรถดับเพลิงของ กทม. อาจมีการถอดเปลี่ยนอุปกรณ์สัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือไซเรนจากของเดิมที่ผลิตในยุโรป/อเมริกา แล้วนำอุปกรณ์ที่ผลิตในไต้หวันมาติดตั้งแทน จนทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินการว่า สปภ. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พบว่ารถดับเพลิงที่มีการถอดเปลี่ยนสัญญาณไฟไซเรนดังกล่าว เป็นรถดับเพลิงที่ได้รับโอนมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2546 และปัจจุบันมีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี ส่งผลให้อุปกรณ์สัญญาณไฟไซเรนและเครื่องขยายเสียงที่ติดตั้งเดิมเกิดการชำรุดและไม่สามารถใช้การได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากอุปกรณ์ดังกล่าวมีอายุการผลิตยาวนานกว่า 30 ปี จึงประสบปัญหาการขาดแคลนอะไหล่ และไม่คุ้มค่าต่อการซ่อมบำรุง สปภ. จึงดำเนินการเปลี่ยนอุปกรณ์สัญญาณไฟไซเรนใหม่ทดแทน เพื่อให้รถดับเพลิงสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอุปกรณ์ที่นำมาติดตั้งทดแทนมีคุณสมบัติด้านสี ความสว่าง และระดับเสียงเป็นไปตามมาตรฐาน อีกทั้งมีราคาถูกกว่าวัสดุ ที่ผลิตจากยุโรป/อเมริกา มาก

ทั้งนี้ ในส่วนของอุปกรณ์สัญญาณไฟไซเรนเดิมที่ถอดออกจากรถดับเพลิงนั้น สปภ. ได้ส่งมอบให้กับกองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง (สนค.) ตามระเบียบราชการที่กำหนดให้หน่วยงานที่ดำเนินการซ่อมรถราชการของ กทม. ต้องส่งคืนอะไหล่เก่าที่ถอดเปลี่ยนทุกชิ้นให้กับกองโรงงานช่างกล เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบของทางราชการต่อไป ซึ่ง สปภ. ไม่สามารถเก็บ หรือนำอะไหล่ดังกล่าวไปจำหน่ายได้แต่อย่างใด


ข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ+สื่อสังคมออนไลน์วันนี้

กสิกรไทย จับมือ 3 พันธมิตร ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ไทยรัฐ และ LINE เปิดตัวแคมเปญ "สติไฟต์เตอร์" เสริมความรู้ - เติมสติให้คนไทย ก้าวนำภัยมิจฉาชีพ

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) ไทยรัฐ กรุ๊ป (Thairath Group) และ LINE ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ "สติไฟต์เตอร์: รู้ทัน ป้องกันโกง" เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการป้องกันภัยมิจฉาชีพในสังคมไทย หลังปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเศรษฐกิจของประเทศในวงกว้าง โดยในปี 2568 มีมูลค่าความเสียหายกว่า 25,000 ล้านบาท และในไตรมาส 1/2569 มีมูลค่าความเสียหายไปแล้วกว่า 6,000 ล้านบาท รวมถึงรูปแบบของกลโกงที่เปลี่ยน

เผยสถิติไตรมาส 1 ปี 2569 พบการเข้าใช้แอปและเว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อเช็กก่อนลงทุนกว่า 1.5 แสนครั้ง สะท้อนประชาชนเน้นปิดเสี่ยงเลี่ยงภัยหลอกลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ประชาชนยังคงตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบก่อนลงทุน ผ่านการ...

เมื่อเทศกาลวันแห่งความรักเวียนมาถึง หลายค... สคส. เตือน ระวังรักออนไลน์ Romance Scam ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล สูญเกือบ 2 พันล้าน — เมื่อเทศกาลวันแห่งความรักเวียนมาถึง หลายคนกำลังเปิดใจรับความรัก ความหวัง ...