ศธ.เดินหน้าแก้ปัญหา "แป๊ะเจี๊ยะ" เปิดศูนย์ "ฮอตไลน์สายพ่อแม่" รับฟังปัญหาผู้ปกครอง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--21 พ.ค.--สกว. ทีมวิจัยเงิน "แป๊ะเจี๊ยะ" เปิดศูนย์ฮอตไลน์สายพ่อแม่ 0-2615-2660-1 รับฟังปัญหาเรื่องเงินแป๊ะเจี๊ยะหรือเงินนอกระบบจากพ่อ แม่ ผู้ปครอง ครู และผู้บริหารสถานศึกษา วอนผู้เกี่ยวช่วยให้ข้อมูลเพื่อนำเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป พร้อมเปิดเวทีเสวนาบ่ายวันที่ 21 พ.ค. นี้ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยนโยบายการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ทำวิจัยเรื่อง "ศึกษาภาวะค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษาที่โรงเรียนเรียกเก็บจากผู้ปกครอง" ของกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันรัฐบาลมีเงินอุดหนุนรายหัวเพื่อให้สิทธิและโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทยเท่าเทียมกันยิ่งขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ายุคนี้การศึกษาดีๆนั้นราคาไม่ถูก เนื่องจากต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆประกอบด้วยเช่น เรื่องภาษา หรืออินเตอร์เน็ตเป็นต้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาของแต่โรงเรียนสูงตามไปด้วย ประกอบกับปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รัฐอาจจัดสรรค่าใช้จ่ายรายได้ไม่เพียงพอจึงก่อให้เกิดปัญหาการรับเงินนอกระบบของโรงเรียนหรือเงิน"แป๊ะเจี๊ยะ" ขึ้น ด้วยปัญหาดังกล่าวกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ตั้งโจทย์วิจัยเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่ามีการรับเงินนอกระบบกันในลักษณะไหนอย่างไร ในโรงเรียนลักษณะใด และจะมีทางออกสำหรับปัญหานี้อย่างไร ทั้งนี้เพราะปัจจุบันโรงเรียนทุกเรียนจะได้รับเงินอุดหนุนรายหัวอยู่แล้ว หากผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาคงจะต้องลดน้อยลง แต่ปัจจุบันผู้ปกครองกลับต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งจุดนี้แย้งกับ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง ส่วนกรณีเงินค่าแป๊ะเจี๊ยะนั้น ผศ.ดร.อมรวิชช์ กล่าวว่า โดยส่วนตัวคิดว่าโรงเรียนแต่ละแห่งต้องมีเสถียรภาพทางการเงินพอสมควร ลำพังค่าบำรุงการศึกษาอย่างเดียวคงไม่สามารถสร้างความมั่นคงให้กับแต่ละโรงเรียนได้ โดยหลายโรงเรียนหาทางออกด้วยการหาเงินนอกระบบ เงินบริจาคจากผู้มีอุปการะคุณ ฯลฯ ซึ่งบางโรงขาดการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบจึงก่อให้เกิดปัญหาความไม่โปร่งใสตามมาอย่างที่เป็นข่าวในขณะนี้ ฉะนั้นจึงต้องมีการเก็บข้อมูลในส่วนนี้ด้วย "จริงๆแล้วโรงเรียนแต่ละแห่งก็น่าจะมีโควค้าผู้มีอุปการะคุณได้แต่ทำให้ชัดเจนโปร่งใส และประเด็นสำคัญคือน่าจะมีโควต้าสำหรับเด็กที่เรียนดีแต่ไม่สตางค์ สิ่งที่อยากเห็นในขณะนี้คือโรงเรียนใหญ่ๆหลายโรงที่มีขีดความสามารถในการระดมทุนทั้งของรัฐและเอกชนน่าจะมีการแบ่งสัดส่วนโควต้าตรงนี้ให้ชัดเจน โดยแบงเป็นโควต้าสำหรับผู้มีอุปการะคุณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ และอีก 15-20 เปอร์เซนต์สำหรับคนที่ไม่มีสตางค์แต่มีสมอง" ดร.อมรวิชช์ กล่าวต่อว่า งานวิจัยที่จะทำขณะนี้คือศึกษาในเรื่องค่าใช้จ่ายรายหัวที่รัฐอุดหนุนให้ว่าเพียงพอหรือไม่อย่างไร จะมีทางเพิ่มหรือปรับตรงไหนอย่างไรและจะมีช่องทางระดมทุนทางอื่นไหม ซึ่งขณะนี้มีตัวอย่างแล้วว่า มี อบจ. อบต.และบริษัทห้างร้านบางแห่งที่เข้ามาอุปถัมภ์โรงเรียน หากโรงเรียนแต่ละแห่งสามารถดึงหน่วยงานต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาได้ก็จะสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายปฏิรูปการศึกษาที่กล่าวว่า "การศึกษาไม่ใช่เรื่องของรัฐ ผู้เรียน และโรงเรียนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของการระดมทุนทั้งสังคม" ซึ่งโจทย์นี้เป็นอีกเรื่องที่ทีมวิจัยพยายามหาคำตอบอยู่ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทีมวิจัยต้องการมากที่สุดในขณะนี้คือเสียงจากพ่อแม่ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารสถานศึกษาให้เข้ามามีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลด้วย ซึ่งขณะนี้ทีมวิจัยกำลังทำแบบสอบถามไปยังโรงเรียนทั่วประเทศที่สุ่มตัวอย่างขึ้นมาประมาณ 2,000 แห่งในโรงเรียนทุกระดับทุกขนาด นอกจากนี้ยังมี ศูนย์ฮอตไลน์สายพ่อแม่ เพื่อรับฟังปัญหาที่พ่อแม่ผู้ปกครอง ครู หรือผู้บริหารโรงเรียนประสบอยู่ โดยสามารถโทร.เข้ามาได้ที่หมายเลข 0-2615-2660-1 หรือที่ ตู้ ปณ 2 ปณฝ.สนามเป้า กรุงเทพฯ 10406 หรือที่ [email protected] โดยข้อมูลที่ได้จะนำมารวบรวมและนำเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการเพื่อหาทางแก้ปัญหานี้ต่อไปนอกจากนี้ในวันพุธที่ 21 พฤษภาคมนี้ ทางทีมวิจัยได้จัดมีการเสวนาเรื่อง "พ่อแม่กับแป๊ะเจี๊ยะ" ขึ้นที่ห้องประชุมนานาชาติ 1 ตึก 3 ชั้น 4 คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา 13.00 - 16.30 น. โดยมีพ่อแม่ผู้ปกครองมาร่วมการเสวนาประมาณ 50 คน เพื่อร่วมกับแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาต่อไป "เครือข่ายพ่อแม่" ขอเชิญผู้ปกครองและสื่อมวลชน เข้ารับฟังการเปิดเผยข้อมูลจากผู้ปกครองที่มีต่อการเก็บค่าแป๊ะเจี๊ยะ ซึ่งได้จากการ "ศูนย์ Hotline สายพ่อแม่" และเปิดประเด็นทาง จส.100 รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ"พ่อแม่กับแป๊ะเจี๊ยะ" โดยนักวิชาการ สถานศึกษา และตัวแทนผู้ปกครอง ในวันพรุ่งนี้ (วันพุธที่ 21 พ.ค.) นี้ ณ ห้องประชุมนานาชาติ 1 ตึก 3 ชั้น 4 คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ระหว่างเวลา 13.00-16.00 น.--จบ-- -พห-

ข่าวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย+กระทรวงศึกษาธิการวันนี้

'ศศินทร์' จับมือ 'SCGC' เดินหน้าจัดแข่งขัน Bangkok Business Challenge 2026 พร้อมปั้นสตาร์ตอัปสู่เวทีโลก ขับเคลื่อน Ecosystem รับยุค AI

สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin School of Management) ผู้จัดงานการแข่งขันประกวดแผนธุรกิจ Bangkok Business Challenge 2026 Powered by SCGC ซึ่งได้รับการสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการจาก เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย (KBank) และบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมด้วย Ecosystem Partner ได้แก่ 2C2P, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, บริษัท สราญรมย์เค

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 มหาวิทย... จุฬาฯ ครองอันดับ 1 ของไทย THE Asia University Rankings 2026 — จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับ 1 มหาวิทยาลัยไทย จากผลการจัดอันดับสถาบันอุดมศึกษาที่ดีที่สุด...

นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จ... "เยลลี่ดูแลช่องปากแมว" ผลงานนิสิตคณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาฯ คว้าทุน TED Youth Startup Fund — นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเกษตรศาสตร์บูรณาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล...

หากพูดถึงเทรนด์อาหารที่มาแรงที่สุดในยุคนี... ความลับ "หมาล่า" รสชาติเผ็ดชาที่เป็นเอกลักษณ์กับเสน่ห์วัฒนธรรมการกินจากแดนมังกร — หากพูดถึงเทรนด์อาหารที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "หมาล่า" ได...

จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจ... 1 พ.ค. 69 จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจสุขภาพฟรี! — จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจสุขภาพฟรี 1 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การดำเนินงานของ PM...