ปลัดกทม.บรรยายพิเศษใน "มหกรรมเทคโนโลยี่ การจัดการขยะมูลฝอยฯ" ที่เมืองทองธานี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--14 มี.ค.--กทม. เมื่อวานนี้ (13 มี.ค.46) เวลา 09.00 น. ที่อาคารคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "มหกรรมเทคโนโลยี่ การจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล" โดยมีนายเฉลิมศักดิ์ วานิชสมบัติ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นายอภิชัย ชวเจริญพันธ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พระพิศาลธรรมวาที(พระพยอม กัลยาโณ) พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้แทนส่วนจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนต่างประเทศ นักวิชาการ ตลอดจนประชาชนร่วมงาน โอกาสนี้นางณฐนนท ทวีสิน ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษเรื่อง การจัดการขยะมูลฝอยของกรุงเทพมหานครด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงสถานการณ์ขยะมูลฝอยในปัจจุบันว่า ขยะมูลฝอย นับวันจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากประมาณ 11 ล้านตัน ในปี 2535 เป็น14 ล้านตันในปี 2544 โดยปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในปี 2544 มีอัตราวันละ 38,640 ตัน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณวันละ 47,000 ตันในอีกสิบปีข้างหน้า อันเป็นผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจ วิถีชีวิตและพฤติกรรมการบริโภคที่หลากหลาย ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในแต่ละวันทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลทั่วประเทศจะถูกเก็บขน และนำไปกำจัดยังสถานที่กำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งประสิทธิภาพการเก็บขนและกำจัดขยะมูลฝอยในเขตกรุงเทพมหานคร นับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเมื่อเทียบกับในพื้นที่ต่างจังหวัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยแห่งชาติ ต่อจากกระทรวงมหาดไทย โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ประกอบกับในการประชุมครั้งที่ 5/2545 เมื่อวันที่ 30 พ.ค.45 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ม.ค.46 ได้ให้จัดทำแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยแห่งชาติ ซึ่งผลการดำเนินงานพอสรุปได้ว่า ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยตั้งแต่จุดกำเนิดจนถึงการกำจัดขั้นสุดท้ายที่สำคัญ คือ ขาดระบบการคัดแยกขยะมูลฝอยจากแหล่งกำเนิด ขาดกลไกการเรียกคืนซากผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ขาดกฎเกณฑ์เพื่อควบคุมการจัดการขยะมูลฝอยในขั้นตอนต่าง ๆ ขาดการสนับสนุนเพื่อให้เอกชนเข้ามาดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดและนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ และขาดการมีส่วนร่วมจากประชาชนเพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยและวัสดุเหลือใช้ เป็นต้น ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้จำเป็นจะต้องมีมาตรการรองรับประกอบด้วยมาตรการทางกฎหมาย ภาษี การลงทุน สังคม และการศึกษาวิจัย โดยมาตรการดังกล่าวจะต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการให้เกิดผลในทางปฏิบัติต่อไป นางณฐนนท ทวีสิน ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2546 บริษัทเอกชนผู้รับเหมาฝังกลบขยะจะต้องปิดบ่อขยะราชาเทวะ ซึ่งฝังกลบขยะวันละ จำนวน 3,500 ตัน ตามคำสั่งศาล อย่างไรก็ดีเพื่อไม่ให้มีปัญหาขยะตกค้าง กทม.ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนในการปรับเปลี่ยนนิสัยการทิ้งขยะและผลิตขยะให้น้อยลง ส่วนกทม.ก็ไม่ได้นิ่งเฉยได้เร่งดำเนินการจัดการขยะโดยนำเทคโนโลยี่ทันสมัยมาใช้ มีการดำเนินการด้านอัตรากำลัง และงบประมาณต่างๆ นอกจากนี้ระบบการฝังกลบขยะ ซึ่งนับวันจะมีพื้นที่ฝังกลบน้อยลง กรุงเทพมหานครก็กำลังศึกษาว่าจะนำระบบเตาเผาขยะมาใช้ นอกจากนี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังมีนโยบายแก้ไขปัญหาเมือง ปัญหาขยะมูลฝอย และน้ำเสีย คือทำอย่างไรไม่ให้มีขยะตกค้าง การเพิ่มค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่เก็บขนขยะ ซึ่งร่างข้อบัญญัติฯกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภากทม. รวมทั้งการนำระบบแผนที่ภูมิศาสตร์ หรือ GIS มาใช้ในการทิ้งขยะ เป็นต้น สำหรับขยะมูลฝอยนั้นนอกจากจะนำไปกำจัดแล้ว บางส่วนยังสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีก ทำให้ประชาชนในชุมชนมีรายได้จากการแปรรูปขยะ อาทิ ทำขาเทียม ทำล้อแม็กซ์ พรม หรือเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการนำขยะไปทำปุ๋ย น้ำจุลินทรีย์หรือ EM ต่างๆไว้ใช้ในครัวเรือน ปัจจุบันสำนักงานเขต 50 เขต ของกรุงเทพมหานคร ได้สนับสนุนให้ชุมชนมีการผลิตน้ำ จุลินทรีย์ และทำปุ๋ยหมักใช้ในชีวิตประจำวันจนประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรม รวมทั้งชุมชนต่าง ๆ ของกทม. 800 ชุมชน จาก 1,200 ชุมชนยังสามารถดำเนินการคัดแยกขยะได้สำเร็จ ส่วนเรื่องของขยะพิษ เช่น ถ่านไฟฉาย โมบาย โฟม กระจก หลอดไฟนีออน สารตะกั่ว คงต้องอาศัยข้อกฏหมาย ในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบและถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการคัดแยก รวมถึงรัฐบาลมีส่วนในการทำลายขยะพิษ เช่นขยะอิเล็คทรอนิค ซึ่งปีหนึ่งๆใช้งบประมาณในการทำลายสูงมาก จะเห็นได้ว่าปัญหาขยะจึงไม่ใช่เรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นปัญหาของคนทุกคนที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันในการแก้ไขปัญหา สร้างจิตสำนึกและ รูปแบบการทำลายขยะอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน--จบ-- -นห-

ข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม+องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นวันนี้

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จับมือกรมควบคุมมลพิษ - กรุงเทพมหานคร - กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" ปี 2569

พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ 10 โรงเรียนนำร่องจากโครงการฯ ปี 2568 บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND'S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" (Triple B: BRAND'S Bring Back) ประจำปี 2569 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาค

บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ... QTC รับโล่ประกาศเกียรติคุณ CALO — บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าแบบ Made to Order ได้รับโล่ประกาศ...