กรีนพีซ จี้กระทรวงทรัพย์ฯ อย่านิ่งเฉยปัญหามะละกอจีเอ็มโอปนเปื้อน

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--16 ก.ย.--กรีนพีซ

กรีนพีซเรียกร้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อย่าวางเฉยปัญหามะละกอจีเอ็มโอหลุดรอดสู่ธรรมชาติ ชี้มะละกอจีเอ็มโอทำให้เกิดมลพิษทางพันธุกรรม และอาจทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ กระทรวงทรัพย์ฯ ต้องร่วมแก้ไขปัญหาบนหลักวิชาการ และดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ก่อมลพิษ วันนี้อาสาสมัครกรีนพีซได้เข้าไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้นำป้ายผ้า “หยุดมะละกอจีเอ็มโอ” และเข่งบรรจุมะละกอปิดป้าย “จีเอ็มโอ” รวมกับมะละกอปกติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ระบุได้ว่า ปัจจุบันมีมะละกอจีเอ็มโอปนเปื้อนอยู่ร่วมกับมะละกอปกติ โดยไม่สามารถแยกได้ด้วยตาเปล่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงต้องรีบแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนอย่างเร่งด่วน ดร.จิรากรณ์ คชเสนี ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยื่นจดหมายเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมเข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหามะละกอจีเอ็มโอหลุดรอดสู่ธรรมชาติ รวมทั้งดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ก่อให้เกิดการปนเปื้อน เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ยังไม่เคยแสดงท่าทีชัดเจนต่อปัญหาดังกล่าว ดร.จิรากรณ์กล่าวว่า ปัญหามะละกอจีเอ็มโอปนเปื้อนในธรรมชาติส่งผลกระทบโดยตรงต่อธรรมชาติ ทั้งนี้มะละกอจีเอ็มโอจะไปปนเปื้อนกับมะละกอปกติจนทำให้กลายเป็นมะละกอจีเอ็มโอไปหมด เรียกว่าเป็นมลพิษทางพันธุกรรม ทำให้ประเทศไทยที่มีฐานทรัพยากรที่หลากหลายติดอันดับโลกของไทยถูกทำลาย ซึ่งหากไม่มีการแก้ปัญหาการปนเปื้อนอย่างเร่งด่วนจะควบคุมไม่ได้ และไม่สามารถเรียกสภาพสิ่งแวดล้อมแบบเดิมกลับคืนมาได้ “มะละกอจีเอ็มโอพันธุ์ต้านไวรัสใบด่างวงแหวนเกิดขึ้นโดยการยิงยีนไวรัสเข้าไปในยีนมะละกอ ทำให้ยีนไวรัสทำงานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งไม่มีทางรู้ได้เลยว่าไวรัสชนิดใหม่จะทำปฏิกิริยาใด กับสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมทั้งมนุษย์ ทำให้คนไทยและสิ่งแวดล้อมไทยตกอยู่ในความเสี่ยงอย่างไม่เคยมีมาก่อน” ดร.จิรากรณ์ กล่าว กรีนพีซได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการปกป้อง และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาการปนเปื้อนดังกล่าวอย่างเร่งด่วน และอยู่บนพื้นฐานทางวิชาการที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด “ที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรจัดการการปนเปื้อนอย่างล่าช้า ไม่โปร่งใส และไม่อยู่บนหลักการจัดการการปนเปื้อนอย่างแท้จริง เช่น ดำเนินการตรวจสอบโดยลำพัง ประกาศว่ามีการปนเปื้อนแล้วทำลายโดยทันที ด้วยการใช้คนงานที่ไม่สวมชุดป้องกันการปนเปื้อนจากละอองเกสรและเมล็ดพันธุ์ รวมทั้งนำต้นมะละกอฝังกลบรวมกับเมล็ดที่มีความเป็นไปได้ที่จะงอกขึ้นมาใหม่ได้” ดร.จิรากรณ์ กล่าว กรีนพีซยังเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ก่อให้เกิดมลพิษทางพันธุกรรม และผลักดันให้มีการยกระดับมติ ครม.ห้ามทดลองพืชจีเอ็มโอในไร่นา เป็นกฎหมายที่มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น รวมทั้งแสดงจุดยืนด้วยการประกาศนโยบายไม่อนุญาตให้ปลูกพืชจีเอ็มโอ ร่วมกับพืชปกติเพื่อป้องกันปัญหาการปนเปื้อนที่หลีกเลี่ยงและควบคุมไม่ได้ ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม โทร. 01 381 5367 เอื้อพันธ์ ชำนาญเอื้อ เจ้าหน้าที่ประสานงานสื่อมวลชน โทร. 01 928 2426--จบ-- --อินโฟเควสท์ (นท)--

ข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม+กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติวันนี้

บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี นำโดย นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพันธมิตรผู้ผลิตน้ำดื่มชั้นนำ 11 แบรนด์ เดินหน้าจัดแคมเปญ "World Water Day วันอนุรักษ์น้ำโลก รับผิดชอบต่อโลก เพื่อทุกชีวิต ที่บิ๊กซี ปีที่ 7" ตอกย้ำบทบาทค้าปลีกในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และเพิ่มการเข้าถึงน้ำดื่มคุณภาพในระดับประเทศ ณ บิ๊กซี