กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรม "GGA to Action : กิจกรรมเชื่อมโยงเป้าหมายระดับโลก สู่การปรับตัวรายสาขาของประเทศไทย" ณ ห้องแกรนด์บอลรูม บี ชั้น 5 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จังหวัดนนทบุรี เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย โดยมุ่งเชื่อมโยง เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation : GGA) สู่การกำหนดนโยบาย ตัวชี้วัด และการปฏิบัติ ในระดับประเทศและระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานภายใต้ความตกลงปารีส และมาตรฐานสากล.
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป แต่เป็นความท้าทายที่ทุกประเทศต้องเร่งดำเนินการ โดยข้อมูลจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ปี 2566-2568 เป็นช่วงที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วรุนแรงมากขึ้นในหลายภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย อีกทั้ง รายงาน Climate Risk Index 2026 ยังสะท้อนว่า ประเทศไทยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 17 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว จากเดิมอันดับที่ 72 ในปี 2565 แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเผชิญ ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การสาธารณสุข และทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด
ดร.พิรุณ กล่าวต่อว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว (Adaptation) ควบคู่กับการเพิ่มความยืดหยุ่น (Resilience) เพื่อให้ ทุกภาคส่วนสามารถรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นที่มาของ เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation : GGA) ซึ่งประชาคมโลกได้ร่วมกันกำหนดขึ้นภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการปรับตัวของทุกประเทศ และสามารถติดตามความก้าวหน้าผ่านตัวชี้วัดร่วมกันในระดับสากล
ประเทศไทยได้ขับเคลื่อน แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan : NAP) ครอบคลุม 6 สาขาหลัก ได้แก่ การจัดการทรัพยากรน้ำ เกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การสาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวของประเทศ โดยที่ผ่านมา กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการสำคัญอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การบูรณาการความร่วมมือกับ 7 กระทรวงหลักในการขับเคลื่อนแผน NAP การพัฒนาฐานข้อมูลความเสี่ยง ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครอบคลุมทุกจังหวัด การพัฒนาดัชนีความเสี่ยงของประเทศ การถอดบทเรียน และเสริมสร้างศักยภาพด้านการปรับตัวรายสาขา การพัฒนาแนวทางการเข้าถึงแหล่งเงินทุนด้านการปรับตัว รวมถึงการพัฒนาระบบติดตามและประเมินผล (Monitoring, Evaluation and Learning : MEL) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ด้านการปรับตัวของทุกสาขาเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกลางของประเทศ.ปัจจุบัน กรมฯ อยู่ระหว่างการจัดทำ แผนปฏิบัติการด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation Action Plan) เพื่อกำหนดมาตรการ กิจกรรม และตัวชี้วัดที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละสาขาพร้อมเชื่อมโยง เป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (GGA) เข้าสู่ตัวชี้วัดของประเทศไทย เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ นำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ได้จริง และระยะต่อไป จะเร่งบูรณาการเป้าหมายการปรับตัวระดับโลกเข้าสู่การดำเนินงานของประเทศ ผ่านการปรับปรุงแผน NAP ให้สอดคล้องกับกรอบ UAE Framework for Global Climate Resilience การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและองค์ความรู้ด้านการปรับตัว การพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลที่มุ่งวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงต่อประชาชน การพัฒนากลไกด้านการเงินและระบบติดตามงบประมาณด้านการปรับตัว ตลอดจนการยกระดับศักยภาพของหน่วยงานในระดับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้สามารถแปลงเป้าหมายระดับโลกไปสู่การกำหนดนโยบาย แผนงาน และการดำเนินงานในทุกระดับของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสนับสนุนการรายงานผลของประเทศไทยภายใต้กรอบ UNFCCC และความตกลงปารีสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดร.พิรุณ กล่าวทิ้งท้ายว่า กิจกรรม "GGA to Action" ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเวทีติดตามความก้าวหน้า ของการเจรจาระหว่างประเทศ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำกรอบการดำเนินงานด้านการปรับตัวระดับโลกมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย พร้อมแปลงเป้าหมายและตัวชี้วัดระดับโลกไปสู่การปฏิบัติจริงในทุกระดับ ผ่านความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการปรับตัวของประเทศ สร้างภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
กรมลดโลกร้อน-บ้านปู ส่งเสริมชุมชนคาร์บอนต่ำ ติดโซลาร์ ตั้งจุดจัดการขยะอินทรีย์ ณ คลองสามวา
LPC ยกระดับ Green Skill แม่บ้าน ขับเคลื่อนต่อยอดทักษะการลดขยะ-ลดคาร์บอน พร้อมขยายสู่ 10 โครงการปี 2569
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ-พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ร่วมขับเคลื่อน Circular Retail จัดการพลาสติกอย่างยั่งยืน
โรงแรมเซ็นทารา วอเตอร์เกต พาวิเลียน กรุงเทพฯ ได้รับรางวัล "โรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระดับทอง (ดีเยี่ยม)" อย่างภาคภูมิใจ
กรมลดโลกร้อน ลงนาม MOU จัดการสิ่งแวดล้อมสู่เมืองพร้อมรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา
กรมลดโลกร้อน ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IPCC ครั้งที่ 64 เร่งวางโรดแมป "AR7" วางรากฐานข้อมูลวิทยาศาตร์เพื่อกู้วิกฤตโลก
กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง มูลนิธิเอสโอเอส ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดี สู่กลุ่มเปราะบาง เดินหน้าลดขยะอาหาร ลดก๊าซเรือนกระจก
บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า