ข่าวจากสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยจากงานการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วทท.)ครั้งที่ 30

ข่าวประชาสัมพันธ์ »
ปัญหาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ประเทศไทย งานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วทท.) ครั้งที่ 30 ณ อิมแพค เมืองทองธานี นายพิศาล สร้อยธุหร่ำ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชี้แจงถึงปัญหาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยว่า ปัญหาที่สำคัญ 3 ประการที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ในประเทศไทยที่มีน้อยมาก เพียง 1.1 เมื่อเทียบกับประเทศญี่ปุ่นที่มีเวลาเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ถึง 15-25 % จากเวลาที่ใช้ในการเรียนการสอนทั้งหมด ดังนั้นหากประเทศไทยยังไม่เพิ่มเวลาที่ใช้ในการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น ก็คงจะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ 2. ขาดแคลนทรัพยากรที่ใช้ในการเรียนการสอน และ 3. เรื่องของการวัดและประเมินผลการเรียนการสอนซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่สุด เนื่องจากการวัดผลจะเป็นสิ่งที่ครูและนักเรียนทุกคนพยายามจะให้เป็นไปตามนั้น ดังนั้นถ้าหากเราอยากให้เด็กของเราเป็นอย่างไร เช่น ให้เป็นคนช่างคิด และมีทักษะ ครูก็จะต้องสอบและประเมินผลทางความคิดและทักษะตามที่กำหนดไว้ เป็นต้น แต่ถ้าหากการประเมินผลเน้นไปที่ความจำ การเรียนการสอน และการเรียนรู้ของนักเรียนก็จะเป็นไปในลักษณะท่องจำ ทำให้นักเรียนขาดทักษะและความคิด ดังนั้นหากการแก้ปัญหาการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้ประสบผลสำเร็จ ก็จะต้องใช้ความสำคัญกับอุปสรรคสำคัญทั้ง 3 ประการนี้ แนวโน้มการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ในอนาคตนั้น หลังจากปี ค.ศ. 2000 ไปแล้ว สิ่งสำคัญที่ควรเน้นในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ศาสตร์นั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 อย่างคือ 1. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 2. ความสามารถในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง และ 3. ในเรื่องของการสื่อสารข้อมูลไปยังผู้อื่น สำหรับแนวทางในการแก้ปัญหาสำหรับครูวิทยาศาสตร์ที่ขาดแคลนสิ่งที่ใช้ในการสอนนั้น สามารถแก้ไขได้โดยประยุกต์ใช้สื่อการสอนตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว เช่น ต้นไม้ ดิน ฟ้าอากาศ ฯลฯ โดยไม่จำเป็นต้องไปพึ่งพาวัสดุอุปกรณ์การสอนที่มีราคาแพง หรือต้องซื้อหามาเท่านั้น และสิ่งสำคัญที่ครูวิทยาศาสตร์ทุกคนควรจะเน้นก็คือการเรียนการสอนที่เน้นทักษะและความคิด วิเคราะห์ให้มากขึ้น โดยอาจขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น มหาวิทยาลัย หรือโรงงานอุตสาหกรรม ที่มีทรัพยากร ให้เข้ามาสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาตรงนี้ไปได้มาก สำหรับการเผยแพร่เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์นั้น สื่อมวลชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการเผยแพร่เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ ให้ประชาชนเข้าใจ และเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์มากขึ้น บ้านในฝัน เด็กนักเรียนมัธยมต้น จังหวัดอุดรธานี ก้าวหน้า จัดทำเครื่องควบคุมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้สารพัดเพื่ออำนวยความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย ด.ช.บุญฤทธิ์ สมเชี่ยววงศ์กุล ชี้แจงว่า เร่องบ้านในฝัน จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาการนำภาษา Pascal มาใช้ควบคุมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยผ่านโปรแกรม Delh\phi ไปประยุกต์ใช้กับคอมพิวเตอร์เพื่อควบคุมการเปิด-ปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น การเปิด-ปิดของหลอดไฟฟ้า พัดลม โทรทัศน์ การทำงานของเครื่องเป่าผม การทำงานของโทรศัพท์ สัญญาณกันขโมย การควบคุมเครื่องรดน้ำต้นไม้โดยอัตโนมัติ และการปิดเปิดประตูบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย คณะผู้จัดทำประกอบด้วยตนและ ด.ช.ภนุรุจ เสนางคนิกร กับ ด.ญ.นันทรัตน์ มงคลไชย โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี โดยมี น.ส.สุภาพร ครูหาทอง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา คณะผู้จัดทำได้ออกแบบบ้านในฝันให้มีขนาดกว้างและยาวประมาณ 50 ซม. สูง 25 ซม. โดยใช้พลาสติกทำผนังบ้านและหลังคา เพื่อให้สามารถมองเห็นภาพภายในบ้านได้ โดยมีการออกแบบวงจรอินเทอร์เฟส วงจรรับแสงอินฟาเรด และมีการเขียนโปรแกรมควบคุมการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ผลการทดลองการทำงานของระบบควบคุมบ้านในฝัน สามารถควบคุมการเปิด-ปิดหลอดไฟ พัดลม โทรทัศน์ การทำงานของเครื่องเป่าผม การทำงานของโทรศัพท์ สัญญาณกันขโมยและการเปิด-ปิดประตูบ้าน การสั่งการของเครื่องใช้ไฟฟ้าดังกล่าวมีความแม่นยำ ตรงเวลา รวดเร็ว สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเสนอโครงการวิจัยนี้ มีขึ้นในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 30 ซึ่งจัดที่ ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2547 กำจัดสารพิษตกค้างโดยวิธีทางชีวภาพ น.ส.นิศารัตน์ ทุยเวียง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน กำลังประสบปัญหามลภาวะ เนื่องจากสารพิษชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะสารที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของกลุ่มปิโตรเลียมและน้ำมัน นั่นคือสารโพลีไซคลิอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มใหญ่ที่มีความเป็นพิษค่อนข้างร้ายแรง คืออาจก่อให้เกิดมะเร็ง การเปลี่ยนแปลงของยีนจึงจำเป็นต้องหาทางกำจัดสารพิษ โดยนำจุลินทรีย์ซึ่งสามารถใช้สารประกอบดังกล่าวเป็นแหล่งของคาร์บอนและพลังงานมาช่วยในการย่อยสลาย จากการทดลองได้คัดเลือกจุลินทรีย์สายพันธ์ N1 จากบริเวณที่มีการปนเปื้อนของสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสะสมอยู่ในดินเป็นเวลานาน ในเขตจังหวัดพะเยา น่าน และเชียงราย น.ส.นิศารัตน์ กล่าวต่อไปว่า จากการทดลองพบว่าเชื้อสายนี้สามารถย่อยสลายสาร 0.2 % ได้แก่ ไฮเบนโซทิโอเพน แอนทราเซน คาร์บาโซล ไพเรน พีนันเทรน ที่อุณหภูมิ 50 องศาเซ็นติเกรด ได้ และสามารถย่อยสลายสาร ไดเบนโซทิโอเพน ได้ดีและเร็วที่สุด โดยวัดความขุ่นที่ OD 660 ได้เท่ากับ 0.048 หลังจากการเจริญมาถึงวันที่ 4 ความเร็วรอบในการเขย่าที่ 200 รอบต่อนาที อุณหภูมิ 50 องศาเซนติเกรด จุลินทรีย์แสดงคุณสมบัติเป็นแบคทีเรียแกรมบวก รูปท่อนสั้น ไปสร้างสปอร์โคโลนีสีขาว ขอบเรียบนูนบริเวณกลางโคโลนี จากการวิจัยครั้งนี้ทำให้สามารถนำข้อมูลเบื้องต้นไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านการกำจัดสารพิษตกค้าง การบำบัดน้ำเสียในระดับอุตสาหกรรม รวมทั้งเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการวิจัยในด้านการกำจัดสารพิษตกค้างโดยทางชีวภาพต่อไป เพื่อควบคุมมิให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การทดลองนี้มี รศ.ดร.ยุวดี วัฒนโภคาสิน และ รศ.สุมาลี เหลือสกุล เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา การเสนอโครงการวิจัยนี้ มีขึ้นในงานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 30 ซึ่งจัดที่ ศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2547 การหมักปุ๋ยจากวัชพืชโดยเทคนิคการเติมอากาศ งานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทท.) ครั้งที่ 30 ณ อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2547 นายธีรพงษ์ สว่างปัญญางกูล นักวิจัยสาขาสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้ทำการศึกษาการหมักปุ๋ยจากวัชพืชโดยการเติมอากาศ ด้วยวิธีการใช้ท่อพีวีซีปักกลางกองปุ๋ยหมัก แล้วใช้พัดลมเติมอากาศเป่าวันละ 2 ครั้ง ๆ ละ 2 นาทีตอนเช้าและตอนเย็น หมักปุ๋ยจากเศษพืช ใบไม้แห้งและมูลโค ในอัตราส่วน 1:1:1 โดยใช้เครื่องย่อยเศษพืชให้มีขนาด 1-3 นิ้ว แล้วหมักในโครงสร้างที่หุ้มด้วยตาข่าย เติมปุ๋ยยูเรียเป็นหัวเชื้อตามคำแนะนำของกรมพัฒนาที่ดิน พัดลมเป่าอัดอากาศ จะช่วยเติมอากาศผ่านท่อพีวีซี เข้าไป ความร้อนที่เกิดจากการย่อยสลายของจุลินทรีย์จะลอยตัวขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้อากาศเย็นไหลเข้าไปแทนที่ได้ กองปุ๋ยหมักสูง 1 เมตร ความร้อนจะเกิดการสะสมแล้ว ค่อย ๆ ย่อยสลายกองปุ๋ยหมักให้ได้ที่ภายในระยะเวลา 30 วัน โดยไม่ต้องกลับกองปุ๋ย ซึ่งการพลิกกลับกองปุ๋ยจะทำให้สูญเสียธาตุไนโตรเจน การใช้พัดลมเติมอากาศสามารถขยายกองปุ๋ยได้จำนวนมาก ถึง 30 กอง ซึ่งได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้ให้แก่เกษตรกรแล้ว มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ตั้งศูนย์เพื่ออบรม เผยแพร่ความรู้แก่ชุมชน ซึ่งในปัจจุบันใบไม้แห้งในมหาวิทยาลัย ได้ถูกนำมาทำปุ๋ยหมัก โดยใช้เทคนิคการเติมอากาศ อันจะเป็นการเพิ่มศักยภาพให้แก่ชุมชนสามารถนำไปผลิตปุ๋ยหมักเป็นอาชีพเสริมได้ปริมาณมาก ในระยะเวลาอันสั้น และได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพ สำหรับเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้เป็นอย่างดี การใช้ประโยชน์น้ำกากส่าจากโรงงานสุรา งานประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วทท.) ครั้งที่ 30 ณ อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2547 นางทัศนีย์ ดิษฐกมล และนายสมบูรณ์ แก้วปิ่นทอง และคณะผู้วิจัยจากสาขาสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดเผยว่า จากการทำการวิจัยศึกษาเพื่อลดปัญหาน้ำกากส่าจากโรงงานสุราที่เป็นน้ำทิ้ง นำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกข้าว ทำให้เกิดผลดีต่อเกษตรกร ผู้วิจัยได้แนะนำให้เกษตรกรทราบว่า น้ำกากส่าจากโรงงานสุรามีประโยชน์ในการปลูกข้าว ให้ผลผลิตข้าวดี เมื่อใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมี โดยปริมาณน้ำกากส่า 40 ลูกบาศก์เมตร/ไร่ และใช้ปุ๋ยเคมี 15 กก./ไร่ จากการสำรวจโดยให้เด็กนักเรียนช่วยในการอธิบายแก่เกษตรกรในการกรอกแบบสอบถาม หลังการใช้น้ำกากส่าปลูกข้าว ปรากฏว่าเกษตรกร 97 % เห็นด้วยในการนำน้ำกากส่าไปใช้ประโยชน์ในการปลูกข้าว เกษตรกรมีส่วนร่วมและพึงพอใจในการใช้น้ำกากส่า และยังเป็นการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ในสาขาสิ่งแวดล้อม ในฤดูแล้งที่ขาดน้ำในการเพาะปลูกพืชเกษตร น้ำกากส่าจึงถูกนำไปใช้ประโยชน์ได้ดี นอกจากนี้ยังนำไปใช้ในการปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ใช้ทำปุ๋ยอินทรีย์ และยังเป็นอาหารสัตว์ได้อีกด้วย ผลผลิตข้าวที่ได้จาการใช้ประโยชน์จากกากส่า มีเปอร์เซ็นต์เมล็ดที่สมบูรณ์ดี มีจำนวนมาก และมีปริมาณเมล็ดเสียน้อย การเจริญเติบโตของต้นข้าวเจริญไปพร้อม ๆ กัน และคุณภาพของเมล็ดข้าวที่ได้จาการปลูกโดยน้ำกากส่า จะเป็นข้าวที่มีความนุ่มและมีกลิ่นหอมกว่าปกติ ผลการแข่งขันโครงการรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดงานแข่งขันโครงการรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 4 โดยได้คัดเลือกผลงานนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศไทย เพื่อนำมาคัดเลือกในการแข่งขันระดับประเทศ ซึ่งได้จัดขึ้นในงานวันเทคโนโลยีของไทย และงานฉลองสมโภช 200 ปี แห่งการพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2547 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี โดยแข่งขันใน 3 สาขา มีผลการแข่งขัน คือ สาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและชีวภาพ รางวัลชนะเลิศ โครงการ S -16 ต้นแบบซอพต์แวร์การเจริญของ Spirul ina platensis โดย นายพันธุ์วงศ์ คุณธนะวัฒน์ และนายอารยะ สวัสดิชัย จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองอันดับ 1 โครงการ S-11 การทำให้โฟมและยางพื้นรองเท้ายึดติดกันโดยไม่อาศัยกาว โดย นายสราวุฒิ ช่วงโชติ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร รองอันดับ 2 โครงการ S -04 ผลิตภัณฑ์คล้ายเส้นสปาเกตตีจากแป้งข้าวจ้าวโดยกระบวนการเอ็กซ์ทรูชัน โดย น.ส.พรพิมล เสรีวัฒน์ น.ส.ศิริรัตน์ สุเมธลักษณ์ และ น.ส.จันทร์กวี สุทธิพินิจธรรม จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ รางวัลชมเชย 2 รางวัล คือ โครงการ S -02 มะเขือผง โดยนายเปาว์ คงสุนทรกิจกุล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โครงการ S-06 ข้าวเพื่อน้ำมัน โดย นายศิวเรศ อารีกิจ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ชนะเลิศ โครงการ E-08 เครื่องตัดเสาเข็ม โดย นายภานุมาศ ศุภกุล นายสิริศักดิ์ ดุษฎีวนิช และนายพรรษวัฒน์ หลิมสกุล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี รองอันดับ 1 โครงการ E -26 ระบบจ่ายน้ำอัตโนมัติ โดย นายเรวัตร ใจสุทธิ และ นางสาวขนิษฐา จิระมงคล จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองอับดับ 2 มี 2 รางวัล คือ โครงการ E-17 เครื่องเก็บรับไหมจากจ่อไม้ โดย นายทนงศักดิ์ พงษ์ศรี ว่าที่ ร.ต.ศักดิ์ดา ภาษี นานรักอนุชา คำถา และ ว่าที่ ร.ต.เข็มพร แก้วสงค์ จากมหาวิทยาลัยเพชรบูรณ์ และ โครงการ E-30 โปรแกรมแปลงอักษรเบรลล์ภาษาไทยให้เป็นรหัสแอสกี โดย นางสาวศันสนีย์ บุญสนอง จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รางวัลชมเชย 4 รางวัล คือ 1. โครงการ E-13 ปั๊มจนหมดหนี้ โดย นายปัญญาวุฒิ เจียมประเสริฐ นายณรงค์ฤทธิ์ ธรรมประดิษฐ์ นายณัฐพล โชคบุญมงคล และ นายดิฐพงศ์ ทองคำ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2. โครงการ E-01 แผ่นระบายความร้อนจาก Notebook โดย นางสาวธนิษฐา พูนสิน และนายคธาวุธ คุ้มภัย จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ 3. โครงการ E-05 i-Can-Coolz โดย นายพิพัฒน์ ศรีปิติวิทยา มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และ 4. โครงการ E-21 เครื่องกำเนิดไฟฟ้าคลื่นหัวใจ 12 ลีด แบบหลายรูปคลื่น โดย นายเกียรติศักดิ์ โยชะนังและนายชาตรี ทับทอง จาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ สาขาสร้างเสริมสุขภาพ ชนะเลิศ โครงการ HP -01 เครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองแบบพกพา โดย นายณรงค์ชัย ทองน้อย จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหาร รองอันดับ 1 โครงการ HP-04 การตั้งตำรับน้ำตาเทียมจากไคโตซานเจล โดย นางสาวนิจพร ญาณสาร และนายกานต์ เวียรศิลป์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รองอันดับ 2 โครงการ HP -07 การพัฒนาตำรับแผ่นฟิล์มละลายได้สำหรับอมที่ส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรไทยเพื่อใช้ระงับกลิ่นปาก โดย นายธีรภัทร เหลี่ยมวานิช จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สาขานวัตกรรมเชิงธุรกิจ ชนะเลิศ 3 รางวัล ได้แก่ 1.โครงการ E-27 เครื่องให้อาหารสุนัขอัตโนมัติโดยใช้ PLC นำโดยนายนราธิป โยธาศิริและคณะผู้ร่วมวิจัยจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ2. โครงการ E-12 เครื่องแยกชนิดเศษพลาสติก โดย นายสธน กิตยาภรณ์ นายจุฬพงษ์ พานิชเกรียงกร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ 3.โครงการ E-23 ระบบนำร่องบนโทรศัพท์มือถือ โดย นายกิตติชัย วิวัฒนานันต์ และนายกิตติเดช ตั้งเรืองวงศ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่โครงการ E-01 แผ่นระบายความร้อนสำหรับ notebook และโครงการ HP-01 เครื่องตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองแบบพกพา--จบ--

ข่าวสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี+สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์วันนี้

วทร. 25 เวทีระดับชาติสำหรับครูไทย เชิญชวนส่งผลงานขับเคลื่อน Green STEM เพื่อโลกยั่งยืน

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ (มรร.) และสมาคมครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สวคท.) ขอเชิญชวนครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา ส่งผลงานวิชาการเข้าร่วมนำเสนอใน "การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ระดับชาติ ครั้งที่ 25 (วทร.25) สะเต็มศึกษาสีเขียวเพื่อโลกที่ยั่งยืน ผ่านการบูรณาการและนวัตกรรม Green STEM Education for Global Sustainability: Integration and Innovation" เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ฝุ่นจิ๋วเจ้าปัญหาอย่า... รู้ทัน PM2.5 เลือกหน้ากากคู่ใจ ให้ปลอดภัย (แบบตัวมัม) รับมือกับมลพิษทางอากาศ — ท่ามกลางสถานการณ์ที่ฝุ่นจิ๋วเจ้าปัญหาอย่าง PM2.5 ส่งผลกระทบต่อลมหายใจของเรา...

ชิงรางวัล พร้อมเกียรติบัตร หมดเขต 31 ม.ค.... เวทีของเยาวชนรักษ์โลก! สสวท. ขยายเวลาประกวดคลิป "Green Jobs: งานที่โลกต้องการ" — ชิงรางวัล พร้อมเกียรติบัตร หมดเขต 31 ม.ค. 2569 สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศ...

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโล... สสวท. ชวนเยาวชนไทยโชว์ไอเดียประกวดนวัตกรรมอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ สู่เวทีโลก TJWP 2026 ที่สวีเดน — สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เชิญเยา...