ภาวะโลกร้อนมีผลกระทบต่อประเทศไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--25 ก.พ.--สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

จากการทำงานของคณะกรรมการของรัฐบาลนานาชาติ ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ ที่มีองค์การวิทยาศาสตร์ ได้ร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติเฝ้าสังเกตผลกระทบต่าง ๆ และพบหลักฐานใหม่ที่แน่ชัดว่าภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นในช่วง ๕๐ กว่าปีมานี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่องให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นในทุกหนทุกแห่ง ประมาณ ๑.๔ ถึง ๕.๘ องศาเซลเซียส การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปทีละเล็กละน้อย แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดได้แก่ ความแห้งแล้งอย่างรุนแรง วาตภัย อุทกภัย พายุฝนฟ้าคะนอง พายุทอร์นาโด แผ่นดินถล่ม และการเกิดพายุรุนแรงฉับพลัน นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่า การที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเป็นเหตุให้ปริมาณผลผลิตเพื่อการบริโภคโดยรวมลดลง ซึ่งทำให้จำนวนผู้อดอยากหิวโหยเพิ่มขึ้นอีก ๖๐ ถึง ๓๕๐ ล้านคน สำหรับในประเทศไทยและฟิลิปินส์ มี โครงการพลังงานต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นและการดำเนินงานของโครงการเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนแปลงของฝนที่ไม่ตกตามฤดูกาล และปริมาณน้ำฝนที่ตกในแต่ละช่วงได้เปลี่ยนแปลงไป การบุกรุกและทำลายป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ การสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลและอุณหภูมิของ น้ำทะเล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อระบบนิเวศวิทยาตามแนวชายฝั่ง และจากการที่อุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้นนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนสีของน้ำทะเล และแนวปะการังต่าง ๆ ประเทศไทยเป็นตัวอย่างของประเทศที่มีชายฝั่งทะเลที่มีความยาวราว ๒,๔๙๐ กิโลเมตร และเป็นแหล่งที่มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และความไม่แน่นอนของฤดูกาลที่ส่งผลกระทบต่อการทำเกษตรกรรม มีการคาดการณ์ว่า หากระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอีก อย่างน้อย ๑ เมตรภายในทศวรรษหน้า หาดทรายและพื้นที่ชายฝั่งในประเทศไทยจะลดน้อยลง สถานที่ ตากอากาศชายทะเลรวมถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น พัทยา และระยอง จะได้ รับผลกระทบโดยตรง แม้แต่กรุงเทพมหานครก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงจากผลกระทบของระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นนี้เช่นกัน--จบ--

ข่าวองค์การสหประชาชาติ+องค์การวิทยาศาสตร์วันนี้

SACIT ชู "กระจูดวรรณี VARNI Craft" ต้นแบบ Sustainable Craft Business Model ยกระดับการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ยั่งยืนในทุกมิติ

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT เดินหน้าขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืน โดยต่อยอดแนวคิดจาก "Circular" สู่ "Sustainable Craft Business Model" เพื่อยกระดับศักยภาพงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างเป็นระบบและครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับภารกิจของ SACIT "สืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริม งานศิลปหัตถกรรมไทยให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืน และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) โดยชู "กระจูดวรรณี VARNI Craft

ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิ... กรมพัฒนาที่ดิน รับรางวัลหน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ประจำปี 2568 — ดร.สุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับรางวัลหน่วยง...

พม. องค์กรด้านคนพิการ และภาคีเครือข่าย ชว... พม. องค์กรด้านคนพิการ และภาคีเครือข่าย ชวนร่วมงาน "วันคนพิการสากล" 3 ธันวาคม 2568 — พม. องค์กรด้านคนพิการ และภาคีเครือข่าย ชวนร่วมงาน "วันคนพิการสากล" 3 ธ...

บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO ... EGCO Group คว้ารางวัลเกียรติคุณสูงสุด "Sustainability Disclosure Award" 7 ปีต่อเนื่อง — บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group รับรางวัลเกียรติคุณ...

วันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น "วันสิทธ... 20 พฤศจิกายน วันสิทธิเด็กสากล - เสียงของเด็ก คือ พลังของการเปลี่ยนแปลง — วันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น "วันสิทธิเด็กสากล" (Universal Children's Day)ที่...