ทส.จับมือที่ปรึกษาโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ และเครือเจริญโภคภัณฑ์

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--19 พ.ย.--กระทรวงทรัพยากรฯ

สร้างโครงการธนาคารอาหารชุมชน บ้านทิพุเย นายสุวัช สิงหพันธุ์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกับที่ปรึกษาโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จัดทำโครงการธนาคารอาหารชุมชนตามพระราชดำริ (Food Bank) ในพื้นที่หมู่บ้านรอยตะเข็บแนวชายแดนบ้านทิพุเย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ขึ้น ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรชาวกะเหรี่ยงที่บ้านทิพุเย โดยให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ต้นน้ำลำธาร และการส่งเสริมอาชีพให้ราษฎร สามารถพึ่งตนเองได้ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน “สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงมีพระราชเสาวนีย์ สรุปความว่า “ทรงมีความห่วงชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ตำบลชะแลและต้องพระประสงค์ที่จะให้เป็นหมู่บ้านผลิตอาหารได้” โดยได้ทรงพระราชทานเงินสำหรับเป็นทุนในการจัดตั้งธนาคารข้าวให้กับบ้านทิพุเย 100,000 บาท เพื่อให้เป็นหมู่บ้านตัวอย่างธนาคารอาหารชุมชนตามพระราชดำริ (Food Bank) โดยมีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน”นายสุวัชกล่าวว่าหลักการที่สำคัญของการดำเนินโครงการนี้ คือ การฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร การสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสร้างความเข้มแข็งชุมชน เพื่อให้ชุมชนพึ่งตัวเองได้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้วยระบบเกษตรแบบยั่งยืนและศิลปาชีพ“โครงการธนาคารอาหารชุมชน ตามพระราชดำริ บ้านทิพุเยฯ นี้ ได้เริ่มดำเนินงานในปี 2546 ที่ผ่านมา ซึ่งผลสำเร็จของงานภายหลังครบรอบ 1 ปีนั้น คือ การทำให้ราษฎรในพื้นที่ยอมรับการปลูกป่าแนวกันชน ซึ่ง สามารถลดปัญหาการบุกรุกทำลายป่า เพิ่มความเป็นมิตรระหว่างราษฎร และเจ้าหน้าที่อุทยาน ตลอดจนทำให้ราษฎรที่อยู่ขอบชายป่าติดแนวกันชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่าแนวกันชนด้วย รวมทั้งยังประสบความสำเร็จในการส่งเสริมให้ราษฎรได้ร่วมปลูกและดูแลรักษาป่าพื้นบ้านอาหารชุมชน ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม 50 ไร่ จำนวน 10,929 ต้น และโครงการนี้ยังได้สร้างให้เกิดการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยได้มีการดำเนินงานจัดทำพื้นที่กักเก็บน้ำ ฝายกั้นน้ำ ระบบส่งน้ำและกระจายน้ำ รวมถึงสร้างแผนการบริหารจัดการน้ำให้กับหมู่บ้าน เพื่อใช้ในโครงการธนาคารอาหารชุมชนตามพระราชดำรินี้ พร้อมกันนี้ยังได้สร้างการมีส่วนร่วมในการทำฝายอนุรักษ์ต้นน้ำตามพระราชดำริ ในลำห้วย 2 สาย จำนวน 16 ฝาย ด้วย” นอกจากนี้ ทางกรมฯ ยังได้เข้าไปจัดกิจกรรมอบรมราษฎร เพื่อสร้างความเข้มแข็งชุมชน และสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นในกลุ่มราษฎร อันทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการรวมตัวกันตั้งเป็นคณะทำงานขึ้นในหมู่บ้าน ใช้ชื่อว่า คณะกรรมการบริหารกองทุน ธนาคารอาหารชุมชน (Food Bank) บ้านทิพุเยอีกด้วย ส่วนการพัฒนาอาชีพการเกษตรแบบยั่งยืนแก่ราษฎรนั้น ชาวบ้านมีความกระตือรือร้นในการเข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ จากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ได้เข้าไปให้ความรู้เรื่องการปลูกไม้ผล ข้าวไร่ พืชผัก ซึ่งจากการศึกษาสภาพดินและภูมิอากาศ ผู้เชี่ยวชาญจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ได้แนะนำว่า บ้านทิพุเย เหมาะสมที่จะปลูกไม้ผล ประเภท ส้มโอและส้มโชกุน และพืชไร่ได้แก่ ข้าวไร่ ข้าวโพด ข้าวโพดฝักอ่อนอย่างไรก็ตามการดำเนินงานในช่วงต่อไปของโครงการนี้ ทางเครือเจริญโภคภัณฑ์จะให้ความช่วยเหลือทางด้านการพัฒนาอาชีพการเกษตรแบบยั่งยืนต่อไป โดยจะจัดทำโครงการปลูกพืชระยะสั้นควบคู่ไปกับการดูแลรักษาแปลงส้ม ตลอดจนดูแลด้านการตลาดอย่างครบวงจร นอกจากนี้ยังจะมีการจัดพัฒนาพื้นที่แปลงทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ส่วนกลาง 10 ไร่ ให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมตัวอย่างขนาดเล็กที่เหมาะสมสำหรับชุมชน รวมทั้งพัฒนาให้เป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์สำหรับธนาคาร เพื่อให้สามารถนำไปดำเนินการบริหารจัดการธนาคารเมล็ดพันธุ์พืช โดยการจัดหาและให้ยืมเมล็ดพันธุ์พืชแก่ราษฎรในพื้นที่โครงการฯ รวมทั้งดำเนินการจัดทำธนาคารปุ๋ยชีวภาพ เพื่อส่งเสริมการเกษตรแบบธรรมชาติ และจัดทำศูนย์สาธิตแสดงภูมิปัญญาท้องถิ่นชุมชนกะเหรี่ยงการฝึกอบรม ตลอดจนจัดกิจกรรมการสร้างการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการธนาคารชุมชนฯ นี้ คือ 1.สร้างชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งพาตัวเองได้ 2.ชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3.มีแหล่งกองทุนหมุนเวียนสำหรับการพัฒนาอาชีพ 4.มีกองทุนปุ๋ยสำหรับให้ราษฎรยืม หรือขายเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนได้ตลอดไป 5.มีธนาคารเมล็ดพันธ์พืชให้ราษฎรยืม และใช้คืนเพื่อมีผลผลิต 6.เพิ่มจำนวนต้นไม้ให้กับป่าต้นน้ำลำธาร และ 7.มีป่าที่เป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับชุมชน--จบ--

ข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม+ธนาคารอาหารชุมชนตามพระราชดำริวันนี้

บิ๊กซี ผนึก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม 11 แบรนด์น้ำดื่ม เดินหน้าแคมเปญ "World Water Day ปีที่ 7" ใช้พลังค้าปลีกหนุนคนไทยเข้าถึงน้ำสะอาด พร้อมปลุกกระแสใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า

บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี นำโดย นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพันธมิตรผู้ผลิตน้ำดื่มชั้นนำ 11 แบรนด์ เดินหน้าจัดแคมเปญ "World Water Day วันอนุรักษ์น้ำโลก รับผิดชอบต่อโลก เพื่อทุกชีวิต ที่บิ๊กซี ปีที่ 7" ตอกย้ำบทบาทค้าปลีกในฐานะแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภค เพื่อขับเคลื่อนการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และเพิ่มการเข้าถึงน้ำดื่มคุณภาพในระดับประเทศ ณ บิ๊กซี