ไอบีเอ็มเผย ผลโพลล์ชี้ ซีไอโอมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นในธุรกิจอาเซียน ผู้นำจำเป็นต้องก้าวทันเทคโนโลยี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--5 ส.ค.--ไอบีเอ็ม ประเทศไทย

ไอบีเอ็มเผย ผลโพลล์ชี้ ซีไอโอมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นในธุรกิจอาเซียน ผู้นำจำเป็นต้องก้าวทันเทคโนโลยี ด้วยการจัดการความสามารถของบุคลากรและความเปลี่ยนแปลง จากผลการสำรวจความคิดเห็นที่สถาบันอินซีแอด (INSEAD) และไอบีเอ็มเปิดเผยเร็วๆ นี้ พบว่า 94% ของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (ซีไอโอ) ในอาเซียนระบุว่า บทบาทของซีไอโอในอาเซียนมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นในภาคธุรกิจ โดยหากวัดความเป็นผู้นำขององค์กรจากความสามารถของบุคลากรและทักษะความเป็นผู้นำแล้ว พบว่า ยังคงตามหลังการจัดการและทักษะทางเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ ในอาเซียน ในการสำรวจความเป็นผู้นำของซีไอโอในอาเซียนประจำปี 2008 มีการสอบถามผู้บริหารระดับซีไอโอกว่า 160 คนจากบริษัทท้องถิ่นและบริษัทข้ามชาติในประเทศสมาชิกอาเซียน 6 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม 2008 ผลการสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้ชี้ว่า การจัดการความสามารถของบุคลากร ความเปลี่ยนแปลงและลูกค้า และความหลากหลาย ถือเป็นงานสำคัญสำหรับซีไอโอในภูมิภาคอาเซียน การจัดการความสามารถของบุคลากร: ซีไอโอมองว่าบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเป็นปัจจัยหลักในการเสริมสร้างองค์กร ทั้งนี้ซีไอโอในอาเซียนเชื่อว่านอกเหนือจากการบริหารจัดการและดูแลพนักงานฝ่ายไอทีโดยรวมแล้ว ตนเองยังมีบทบาทในการระบุและบ่มเพาะความสามารถของบุคลากรอีกด้วย 80.4% ของผู้ตอบแบบสำรวจเห็นด้วยว่าการระบุและการพัฒนาบุคลากรฝ่ายไอทีถือเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติงานในฐานะซีไอโอ นอกจากนี้ ซีไอโอ 81.2% คิดว่าการเพิ่มขีดความสามารถให้แก่พนักงานด้วยการมอบหมายงานอย่างมีประสิทธิภาพ การขยายโอกาสให้แก่พนักงาน และการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำ การจัดการความเปลี่ยนแปลงและลูกค้า: ซีไอโอตระหนักว่าควรมีการจัดการการเปลี่ยนแปลงในฝ่ายไอทีภายในกรอบโครงสร้างที่เหมาะสมสำหรับการบริหารองค์กรและงานไอทีอย่างโปร่งใส นอกจากนี้ ผู้บริหารระดับซีไอโอในอาเซียนยังชี้ว่าการจัดการการเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรมโดยรวมและทำให้องค์กรต่างๆ มีลักษณะเป็นองค์กรระดับภูมิภาคและองค์กรระดับโลกเพิ่มมากขึ้น การปรับปรุงประสบการณ์และความพึงพอใจของลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กรถือเป็นหนึ่งในงานสำคัญที่สุดของซีไอโอ นอกเหนือจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีเสถียรภาพและประหยัดค่าใช้จ่าย และการบริหารจัดการและส่งมอบโครงการไอทีสำคัญๆ การจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม: บรรดาซีไอโอต่างยอมรับว่าไอทีเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะรองรับการสื่อสารแบบข้ามวัฒนธรรมระหว่างพนักงานจากส่วนต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนั้น ผู้บริหารซีไอโอในภูมิภาคนี้ยังรับรู้ถึงความจำเป็นของระดับความเป็นผู้นำในเชิงคุณภาพ กล่าวคือ คุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งของผู้นำแบบ “e-leader” ในระบบเศรษฐกิจแห่งองค์ความรู้ (Knowledge Economy) ก็คือ ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับผลกระทบของเครือข่ายสารสนเทศที่มีต่อองค์กร สังคม และวัฒนธรรม ความตระหนักรู้ (Recognition) ที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้ทำให้บทบาทของซีไอโอมีความซับซ้อนน้อยลง โดยรวมแล้ว ซีไอโอในภูมิภาคอาเซียนมองว่าตนเองเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงที่มีความสำคัญ (88.5%) แต่กระนั้น บางคนกลับมองว่าพัฒนาการดังกล่าวถือเป็นการเพิ่ม ‘ภาระการทำงานตามปกติ’ ให้แก่ซีไอโอ นอกจากนี้ ซีไอโอที่ได้รับการสัมภาษณ์ยังแสดงความกังวลใจอย่างต่อเนื่องในเรื่องอนาคตของตนเองหลังจากที่โครงการไอทีสำคัญๆ ที่กำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้ ทั้งในส่วนของระบบงานธุรกิจและการจัดการการเปลี่ยนแปลง ได้เสร็จสมบูรณ์ลง ซีไอโอที่ตอบแบบสำรวจยังระบุด้วยว่า ความเข้าใจในระบบงานธุรกิจถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่เพียงพออีกต่อไป ปัจจุบัน ซีไอโอจำเป็นที่จะต้องเข้าใจกระบวนการทางธุรกิจ ทั้งยังสามารถกำหนดมาตรฐานและลดความยุ่งยากซับซ้อนในระบบงานดังกล่าว ทั้งนี้ 76.7% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่า ประสบการณ์ทางด้านการดำเนินธุรกิจถือเป็นเกณฑ์สำคัญในการรับสมัครซีไอโอในปัจจุบัน นอกจากนั้น 81.2% ยังชี้ว่า ความพร้อมทางด้านทรัพยากรถือเป็นจุดแข็งประการหนึ่งในแนวทางการพัฒนาความเป็นผู้นำ ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของซีไอโอในอาเซียน – ความตระหนักรู้ (awareness) ความคล่องตัว (agility) และทักษะใหม่ๆ (new skills) ผลการสำรวจความคิดเห็นในครั้งนี้เผยให้เห็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับบริษัทต่างๆ และซีไอโอในภูมิภาคอาเซียน ในเรื่องของการพัฒนาความตระหนักรู้เกี่ยวกับองค์กร ความคล่องตัว และทักษะใหม่ๆ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจและอาชีพการงานของซีไอโอ ความตระหนักรู้ (Awareness): โดยทั่วไปแล้ว ซีไอโอในอาเซียนตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาบทบาทของตนเองจากผู้นำทางด้านไอทีไปสู่บทบาทผู้นำทางด้านธุรกิจซึ่งมีความชำนาญในการบริหารจัดการ การกำหนดกลยุทธ์ และการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา แต่กระนั้น บรรดาผู้บริหารคนอื่นๆ รวมถึงคู่ค้าและลูกค้าของบริษัท มักจะละเลยความสำคัญดังกล่าว รวมทั้งประเด็นเรื่องประโยชน์ที่จะได้รับจากการพัฒนาบทบาทนี้ เช่น การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และความสำเร็จโดยรวมขององค์กร ความคล่องตัว (Agility): เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันมีวงจรการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการผลิตที่สั้นลง ทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงลำดับชั้นของผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้ซื้ออย่างต่อเนื่อง ซึ่งนั่นหมายความว่าองค์กรต่างๆ จำเป็นที่จะต้องตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวข้องภายในเวลาอันรวดเร็ว และดังนั้นจึงเพิ่มแรงกดดันให้แก่ซีไอโอมากยิ่งขึ้น การระบุโอกาสใหม่ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยี ตลาด รูปแบบธุรกิจ และโครงสร้างบริษัท เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันในองค์กรทั่วโลกที่มีความคล่องตัวสูงและประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน และซีไอโอก็มีบทบาทสำคัญอย่างมากในเรื่องนี้ ทักษะใหม่ๆ (New Skills): วิธีหนึ่งในการพัฒนา ‘ซีไอโอที่ดี’ สำหรับภูมิภาคอาเซียนก็คือ การเสริมสร้างทักษะใหม่ๆ ให้แก่ซีไอโอ ทั้งนี้ผลการสำรวจชี้ว่า ซีไอโอในอาเซียนได้ขยายขอบเขตทักษะทางวิชาชีพและความสนใจในด้านต่างๆ ซึ่งช่วยปรับปรุงขีดความสามารถในการสื่อสารกับบุคลากรในแผนกอื่นๆ ภายในองค์กร รวมถึงคู่ค้า ลูกค้า และซัพพลายเออร์ คุณธันวา เลาหศิริวงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “หลายๆ องค์กรจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติและมุมมองในเรื่องบทบาทของไอที จากเดิมที่มองว่าไอทีเป็นแหล่งที่มาของค่าใช้จ่าย แต่ในปัจจุบัน หลายๆ ฝ่ายเริ่มตระหนักว่าไอทีคือกลจักรสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งยังช่วยกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจ ไอบีเอ็มมีประวัติที่ยาวนานในเรื่องของการประสานงานร่วมกับซีไอโอจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยี และเรายังมีส่วนผลักดันบทบาทของซีไอโอให้ก้าวขึ้นสู่สถานะของผู้บริหารระดับสูงเพื่อความสำเร็จในอนาคตอีกด้วย” หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาบันอินซีแอด โปรดเยี่ยมชม www.insead.edu หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอบีเอ็ม โปรดเยี่ยมชม www.ibm.com. ข้อมูลติดต่อ: กุลวดี เกษมล้นนภา บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด โทร. 02 2734013 อีเมล์: [email protected]

ข่าวการสำรวจความคิดเห็น+สถาบันอินซีแอดวันนี้

โตชิบาคว้า Thailand's Most Admired Brand 2026 ตู้เย็นครองแชมป์ 17 ปีซ้อน พร้อมหม้อหุงข้าวติดโผ

บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า คว้ารางวัล 2026 Thailand's Most Admired Brand ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตู้เย็น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 และในปีนี้ยังได้รับรางวัลเดียวกันในกลุ่ม หม้อหุงข้าว เพิ่มเติม สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์โตชิบาในหลาก หลายกลุ่มสินค้า โดยรางวัลดังกล่าวจัดโดยนิตยสาร BrandAge จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของโตชิบาในการสร้าง Brand Trust

เจาะลึกดัชนีความปลอดภัยและความเชื่อมั่นใน... Milieu Insight เผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้หญิง 3,000 คน — เจาะลึกดัชนีความปลอดภัยและความเชื่อมั่นใน 6 เมืองหลวงหลักแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Milieu I...

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดย นายสมหมาย ส... "อสมท" จับมือ "บ้านสมเด็จโพลล์" สำรวจ "ขวัญใจมหาชน" ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2026 — บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดย นายสมหมาย สุวรรณวงษ์ รักษาการในตำแหน่งผู้...

รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างห... 40.1 % คน กทม ความหวาดระแวง ไม่กล้ารับสายเบอร์แปลก เพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ — รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างหน่วยงานรัฐ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสม...

90.5 % คนกทม รู้ว่า 8 ก.พ. ไปเลือกตั้ง สส พร้อมลงประชามติ 65.5 % การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี มีผลต่อการเลือก สส

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) โดย...