ไอบีเอ็มเผยผลสำรวจความคิดเห็นซีอีโอทั่วโลกในปี 2008 ชี้ซีอีโอในอาเซียนลงทุนด้าน CSR เร็วกว่าชาติอื่นๆ

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--25 มิ.ย.--ไอบีเอ็ม ประเทศไทย

ไอบีเอ็มประกาศข้อมูลในส่วนของเอเชีย-แปซิฟิกจากผลการสำรวจความคิดเห็นซีอีโอทั่วโลกประจำปี 2008 (2008 Global CEO Study) โดยเปิดเผยถึงแง่มุมทางด้านธุรกิจที่โดดเด่นของซีอีโอในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในรายงานวิเคราะห์ที่มีชื่อว่า “องค์กรแห่งอนาคต” (The Enterprise of the Future) ระบุว่า องค์กรแห่งอนาคต หมายถึงองค์กรที่มุ่งมั่นจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกินขอบเขตจินตนาการของลูกค้า มีการบูรณาการทั่วโลก กระจายอำนาจ และมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างจริงใจ และที่น่าสนใจก็คือ ซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกกำลังเพิ่มการลงทุนในกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility - CSR) ในอัตราที่รวดเร็วกว่าซีอีโอในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก การสำรวจความคิดเห็นซีอีโอทั่วโลกประจำปี 2008 ของไอบีเอ็ม นับเป็นงานวิจัยระดับโลกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีการสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับซีอีโอ 1,130 ท่านจาก 40 ประเทศใน 32 อุตสาหกรรม รวมถึงซีอีโอ 400 ท่านจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ข้อมูลการวิเคราะห์ในส่วนของเอเชีย-แปซิฟิกระบุว่า ซีอีโอในภูมิภาคนี้ยืนยันว่าตนเองกำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับการวางรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อไขว่คว้าโอกาสจากสภาวะแวดล้อมใหม่ๆ ที่ประกอบด้วยลูกค้า ‘ที่บริโภคข้อมูลข่าวสารผ่านหลากหลายช่องทาง’ และซีอีโอเหล่านี้ยังเพิ่มการลงทุนทางด้าน CSR ในอัตราที่รวดเร็วกว่าผู้บริหารระดับซีอีโอในภูมิภาคอื่นๆ โดยอัตราการลงทุนอยู่ที่ 42 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับอัตราเฉลี่ยทั่วโลก 25 เปอร์เซ็นต์ มร. สตีเว่น เดวิดสัน รองประธาน ฝ่ายให้คำปรึกษาทางด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลง ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและจีน กลุ่มธุรกิจให้คำปรึกษาของไอบีเอ็ม (IBM Global Business Services) “ซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกตระหนักถึงความสำคัญของการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างจริงใจ และกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกเชื่อว่า ลูกค้ามีความคาดหวังที่สูงขึ้นเกี่ยวกับกิจกรรมเพื่อสังคมขององค์กรต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจขององค์กรเหล่านี้ เปรียบเทียบกับ 69 เปอร์เซ็นต์ของซีอีโอทั่วโลก ซีอีโอในภูมิภาคนี้มองว่ากิจกรรมเพื่อสังคมเป็นองค์ประกอบหลักของกลยุทธ์ทางธุรกิจในการสร้างความแตกต่างและกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจ” เพื่อที่จะตอบสนองต่อแนวโน้มตลาดและความคาดหวังของลูกค้า ซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิก 84 เปอร์เซ็นต์มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างกว้างขวางในช่วง 2 ปีข้างหน้า มร.สตีเว่น เดวิดสัน ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ถึงแม้ว่าซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกมีความเชื่อมั่นมากกว่าซีอีโอในภูมิภาคอื่นๆ ในด้านความสามารถที่จะผลักดันการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร แต่ก็ยังมีช่องว่างที่น่าเป็นห่วงอยู่ นั่นคือ ช่องว่างระหว่างปริมาณการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น กับความสามารถในการจัดการการเปลี่ยนแปลง” ประเด็นสำคัญจากผลการวิเคราะห์ในส่วนของเอเชีย-แปซิฟิกคือ: - เมื่อเปรียบเทียบกับซีอีโอทั่วโลก พบว่าซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกมองโลกในแง่ดีมากกว่าในเรื่องที่เกี่ยวกับผลกระทบของความมั่งคั่งที่เพิ่มมากขึ้นในเขตเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย 82 เปอร์เซ็นต์ของซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิก มีทัศนคติดังกล่าว เทียบกับ67 เปอร์เซ็นต์ของซีอีโอทั่วโลก - ซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกกำลังลงทุนอย่างมากเพื่อตอบสนองต่อลูกค้าในตลาดใหม่ๆ ที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีน ซึ่งกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุนทั้งหมดถูกจัดสรรไปยังพื้นที่นี้ นอกจากนั้น ซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกยังขยายการลงทุนอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับลูกค้าที่มีความรู้และมีการติดต่อประสานงานกันมากขึ้น โดยการลงทุนเพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์ทั่วเอเชีย ในขณะที่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 22 เปอร์เซ็นต์ - ซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกกำลังดำเนินการในลักษณะที่ใกล้เคียงกับซีอีโอทั่วโลก นั่นคือ เปลี่ยนแปลงความสามารถในด้านต่างๆ อย่างลึกซึ้ง ร่วมมือกันอย่างกว้างขวาง ปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์และบริการให้มีลักษณะเป็นสากล และปรับปรุงการดำเนินงานทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกมีแนวโน้มสูงกว่าที่จะก้าวไปสู่ตลาดใหม่ๆ และขยายกิจการโดยอาศัยการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ - การยอมรับในนวตกรรมทางรูปแบบธุรกิจ (Business Model) ถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ยั่งยืนสำหรับการสร้างความแตกต่าง โดย 71 เปอร์เซ็นต์ของซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกใช้ประโยชน์จากการบูรณาการและเทคโนโลยีทั่วโลก เพื่อมุ่งเน้นการสร้างสรรค์รูปแบบทางธุรกิจใหม่ - ซีอีโอส่วนใหญ่ในเอเชีย-แปซิฟิกมุ่งเน้นรูปแบบธุรกิจที่อาศัยความร่วมมือและการทำงานร่วมกัน แต่กระนั้น ซีอีโอที่เหนือกว่ายังมุ่งเน้นเรื่องการสร้างสรรค์รูปแบบอุตสาหกรรม (Industry Model) ที่แปลกใหม่ด้วยเช่นกัน - ซีอีโอในเอเชีย-แปซิฟิกราว 84 เปอร์เซ็นต์ เล็งเห็นการเปลี่ยนแปลงองค์กรครั้งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า นอกจากนี้ ซีอีโอ กลุ่มนี้ยังมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองต่อการจัดการความเปลี่ยนแปลงมากกว่าซีอีโอทั่วโลก แต่ช่องว่างของการเปลี่ยนแปลง (ช่องว่างระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่คาดหวัง กับความสำเร็จในการจัดการความเปลี่ยนแปลง) ในเอเชีย-แปซิฟิก เพิ่มขึ้น 3 เท่าจาก 6 เปอร์เซ็นต์ในปี 2006 เป็น 18 เปอร์เซ็นต์ในปี 2008 เกี่ยวกับการสำรวจความคิดเห็นซีอีโอทั่วโลก (Global CEO Study) ข้อมูลในรายงานฉบับนี้อ้างอิงการสัมภาษณ์ที่ไอบีเอ็มได้ดำเนินการในช่วงปลายปี 2007 ถึงต้นปี 2008 โดยผู้บริหารระดับซีอีโอ 1,130 ท่านในภาครัฐและภาคเอกชนจาก 40 ประเทศได้เข้าร่วมการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ที่ปรึกษาของไอบีเอ็ม โกลบอล บิสิเนส ได้ทำการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวกว่า 1,000 ครั้ง ส่วนที่เหลือดำเนินการโดยหน่วยงานเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ (The Economist Intelligence Unit (EIU)) ผู้เข้าร่วมการสัมภาษณ์มาจากองค์กรต่างๆ ในภาครัฐและภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมและภูมิภาคที่หลากหลาย โดย 19 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทเหล่านี้มีพนักงานกว่า 50,000 คน ในขณะที่ 22 เปอร์เซ็นต์มีพนักงานน้อยกว่า 1,000 คน ผลการสำรวจความคิดเห็นซีอีโอทั่วโลกดำเนินการทุกๆ 2 ปี และนับเป็นเครื่องมือชี้วัดและกำหนดรูปแบบของแนวโน้มธุรกิจทั่วโลก หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าว โปรดเยี่ยมชม www.ibm.com/enterpriseofthefuture หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไอบีเอ็ม โปรดเยี่ยมชม www.ibm.com ข้อมูลติดต่อ: กุลวดี เกษมล้นนภา บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด โทรศัพท์: 02 2734013 อีเมล: [email protected] สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวการสำรวจความคิดเห็น+ไอบีเอ็มวันนี้

ยูนิโคล่ คว้ารางวัล Top50 Companies in Thailand 2026 จาก WorkVenture ครั้งแรก ชูแนวคิดเปิดพื้นที่ให้ Gen Z ได้แสดงศักยภาพ พร้อมเติบโตบนมาตรฐานองค์กรระดับโลก

แบรนด์เครื่องแต่งกายระดับโลก คว้ารางวัล Top50 Companies in Thailand 2026 หรือ 50 องค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานด้วยมากที่สุดประจำปี 2569 จาก เวิร์คเวนเจอร์ (WorkVenture) ซึ่งถือเป็นการติดอันดับเป็นครั้งแรก สะท้อนความมุ่งมั่นตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมาในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างและทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของคนทำงานทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาความหมายในการทำงานและโอกาสในการเติบโตอย่างเท่าเทียม การติดอันดับในครั้งนี้มาจากการสำรวจความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่และวัยทำงานอายุ 18-35 ปี

รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างห... 40.1 % คน กทม ความหวาดระแวง ไม่กล้ารับสายเบอร์แปลก เพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ — รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างหน่วยงานรัฐ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสม...

90.5 % คนกทม รู้ว่า 8 ก.พ. ไปเลือกตั้ง สส พร้อมลงประชามติ 65.5 % การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี มีผลต่อการเลือก สส

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) โดย...

41.6 % อยากให้รัฐบาลใหม่มีนโยบาย การรักษา... คน กทม 53.5 % นโยบายด้านไทย-กัมพูชา มีผลมากต่อการตัดสินใจเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร — 41.6 % อยากให้รัฐบาลใหม่มีนโยบาย การรักษาอธิปไตยและไม่ให้มีภัยคุกคามต...

Klean & Kare (คลีนแอนด์แคร์) แบรนด์ผลิตภั... Klean & Kare คว้ารางวัล Superbrands Thailand 2025 อันดับ 1 ด้าน Healthcare & Wellness ของไทย — Klean & Kare (คลีนแอนด์แคร์) แบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำเกลื...