คลังสนับสนุนโครงการแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--4 พ.ค.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

นายพฤฒิชัย ดำรงรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยว่า วันนี้ 4 พฤษภาคม 2553 คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบตามที่คณะกรรมการอำนวยการกำกับติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง (คอช.) ที่มีพลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยกระทรวงการคลังรับผิดชอบในฐานะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการและแผนงานในการช่วยเหลือและฟื้นฟูความเสียหายจากอุทกภัยและภัยแล้งปี 2552 ได้พิจารณาโครงการ/แผนงานและเห็นควรสนับสนุนโครงการ/แผนงานต่าง ๆ วงเงินรวม 5,682.6 ล้านบาท ดังนี้ 1. โครงการตามหลักเกณฑ์ตามที่ คอช. ได้กำหนดไว้ มีวงเงินรวม 5,324.7 ล้านบาท แบ่งเป็น - กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 1,607.8 ล้านบาท - กระทรวงคมนาคม จำนวน 2,090.8 ล้านบาท - กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 204.9 ล้านบาท - กระทรวงมหาดไทย จำนวน 878.1 ล้านบาท - กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 497.2 ล้านบาท - กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 17.2 ล้านบาท - สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 28.7 ล้านบาท 2. แผนงาน/โครงการที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ คอช. แต่มีเห็นผลสมควรได้รับการสนับสนุน รวมวงเงิน 357.9 ล้านบาท แบ่งเป็น - กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 26.8 ล้านบาท - กระทรวงคมนาคม จำนวน 320.7 ล้านบาท - กระทรวงมหาดไทย จำนวน 6.8 ล้านบาท - กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 3.6 ล้านบาท โดยเห็นควรให้ใช้เงินงบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปีงบประมาณ 2553 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการช่วยเหลือปัญหาภัยแล้งในปี 2553 นี้ ถึงสิ้นเดือนเมษายน มีพื้นที่ประสบภัยใน 60 จังหวัด ผู้ประสบภัยประมาณ 7.2 ล้านคน หรือ 1.9 ล้านครัวเรือน กระทรวงการคลังได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์ในการใช้เงิน และทำการเบิกจ่ายงบทดลองราชการของจังหวัด (50 ล้านบาทต่อจังหวัด) สำหรับ 60 จังหวัดโดยมี 5 จังหวัดที่ได้ของบประมาณสูงกว่า 50 ล้านบาท คือ ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม และได้มีการเบิกจ่ายเงินทดรองราชการของจังหวัดไปแล้ว 1,900 ล้านบาท นอกเหลือจากการช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ของรัฐบาล และผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง

ข่าวการกระทรวงการคลัง+พฤฒิชัย ดำรงรัตน์วันนี้

ก.ล.ต. กำหนดวันหยุดทำการเป็นกรณีพิเศษ ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติกำหนดให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 วัน คือ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 และให้หน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (work from home) จำนวน 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 และวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและรักษาความปลอดภัยให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิก

รองนายกฯ เอกนิติ เลขาธิการบีโอไอ ลุยสหรัฐ... "เอกนิติ - บีโอไอ" เจรจาผู้ผลิตชิปสหรัฐฯ เปิดเกมรุกดึงลงทุนไทย ท่ามกลางโลกผันผวน — รองนายกฯ เอกนิติ เลขาธิการบีโอไอ ลุยสหรัฐฯ เจรจาความร่วมมือเศรษฐกิจ พร้...

บอร์ดบีโอไอ นัดแรกของปี 2569 อนุมัติลงทุน... บีโอไอเคาะลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 9.6 หมื่นล้าน — บอร์ดบีโอไอ นัดแรกของปี 2569 อนุมัติลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่า 9.6 หมื่นล้านบ...