สายการบินเอทิฮัด ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรก โต 25.4 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อกิโลเมตร

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--26 เม.ย.--สายการบินเอทิฮัด

สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประกาศการเติบโตถึง 25.4 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อกิโลเมตร (Revenue Passenger Kilometres – RPKs) ในช่วงไตรมาสที่ 1 ซึ่งถือได้ว่าอยู่เหนือระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมการบินและแซงหน้าอัตราการเจริญเติบโตจากมาตราวัดจำนวนที่นั่งโดยสาร (Available Seat Kilometers – ASKs) ซึ่งอยู่ที่ 22 เปอร์เซ็นต์ โดยการเติบโตดังกล่าว สูงขึ้นมากกว่าช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2552 ด้วยจำนวนอัตราบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ที่เพิ่มขึ้นจาก 73 เป็น 75 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่จำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึง 11 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าช่วงเศรษฐกิจขาลงจะส่งผลกระทบต่อตลาดต่างประเทศของเอทิฮัด แต่จำนวนการเดินทางด้วยชั้นพรีเมี่ยมเพิ่มมากขึ้นถึง 5 เปอร์เซ็นต์ มร.เจมส์ โฮแกน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า “นับเป็นตัวเลขที่สร้างกำลังใจให้แก่เรา แม้ว่าสายการบินฯจะต้องดำเนินการในช่วงที่ถือว่าย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์การคมนาคมทางอากาศแต่เอทิฮัดก็ยังคงเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง” “การลงทุนของเราทางด้านผลิตภัณฑ์และแบรนด์ ได้มีส่วนช่วยอย่างมากในการดึงดูดจำนวนผู้โดยสารทั้งในส่วนของชั้นประหยัดและชั้นพรีเมี่ยม” สายการบินฯกล่าวว่า การให้บริการเที่ยวบินระยะไกล คือส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อผลประกอบการที่ดีในช่วงไตรมาสหนึ่ง ได้แก่: อัตราผู้โดยสารเฉลี่ยถึง 87 เปอร์เซ็นต์ในชั้นประหยัดของเส้นทางการบินสู่ชิคาโก เส้นทางการบินทวีปเอเชีย-แปซิฟิคและออสเตรเลียทั้งหมด มีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ในชั้นประหยัด และ เส้นทางบินทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลียทั้งหมด มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเกินกว่า 2 ใน 3 ในชั้นธุรกิจ ในช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเลขการเจริญเติบโตของสายการบินเอทิฮัดในช่วงไตรมาสแรก ถือได้ว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากผลประกอบการในปี 2552 ที่ผ่านมา ซึ่ง รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อกิโลเมตร เพิ่มขึ้นถึง 15 เปอร์เซ็นต์และจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจาก 6 ล้าน สู่ 6.3ล้านคน ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดเส้นทางการบินใหม่ถึงแปดเส้นทางตลอดทั้งปี 2552 ได้แก่ เมลเบิร์น แอสตาน่า อิสตันบูล เอเธนส์ ลาร์นาคา ชิคาโก เคป ทาวน์ และไฮเดอราบัด มร.เจมส์ โฮแกน กล่าวถึงผลประกอบการในปี 2552 ว่า “ปี2552 นับเป็นปีที่ยากลำบากมากสำหรับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก นับเป็นภาวะถดถอยที่เลวร้ายที่สุดที่เคยพบ รวมทั้งวิกฤตการณ์จากไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ เอชวันเอ็นวัน ทำให้ความต้องการเดินทางทางอากาศลดลงอย่างมหาศาล “สายการบินต่างๆทั่วโลก ต่างประสบกับปัญหาจำนวนผู้โดยสารที่ลดลงรวมทั้งรายได้ที่ลดลงอย่างมาก” “แม้ว่าทางสายการบินฯจะต้องประสบกับภาวะที่ท้าทายเช่นนี้ แต่เราก็ยังสามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้รวมทั้งการเจริญเติบโตของตัวเลขรายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อกิโลเมตรก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยความสำเร็จส่วนนี้ เกิดขึ้นจากการขยายเส้นทางการบินอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการขยายฝูงบินเพิ่มอีก 10 ลำ รวมทั้งยุทธศาสาตร์ด้านการขายและการตลาดเชิงรุก ที่มุ่งการโปรโมทบริการของเราเป็นสำคัญ” “มากไปกว่านั้น เรายังได้เห็นอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยและรายได้ที่เริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติในช่วงปลายปี โดยเฉพาะจากเคบินพรีเมี่ยม ซึ่งเราได้ทุ่มงบประมาณอย่างมากในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลก” อัตราผู้โดยสารเฉลี่ยตลอดปี 2552 อยู่ที่ 74 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังคงรักษาระดับเท่ากับในช่วงของปี 2551 นอกจากนั้น มร.โฮแกน ยังได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จของแผนงานการลดค่าใช้จ่ายที่สายการบินฯได้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2550 มร.โฮแกน กล่าวว่า “จากการใช้ระบบลดค่าใช้จ่ายต่อที่นั่งต่อกิโลเมตร (Costs per available seat kilometre - CASK) ทำให้เราสามารถประหยัดได้ถึงกว่า 14 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปีที่ผ่านมา นับเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ได้ผลเป็นอย่างดี” “ยุทธศาสาตร์ทางธุรกิจที่เราได้เริ่มต้นไว้เมื่อสามปีที่แล้ว เริ่มก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว ตัวผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพโดดเด่น ซึ่งมีให้บริการครอบคลุมเครือข่ายการบินที่เจริญเติบโตอย่สงรวดเร็ว กอปรกับธุรกิจที่มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ นับเป็นสูตรสำคัญต่อความสำเร็จของเราในอนาคต” “ด้วยการวางแผนการเจริญเติบโตของเอทิฮัดให้สอดคล้องกับแผนอาบูดาบี พ.ศ. 2573 เรามั่นใจว่าเราได้ดำเนินยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับความท้าทายที่เข้ามา” “ผลประกอบการของเราในปี 2553 เริ่มแสดงให้เห็นผลในเชิงบวก ด้วยตัวบ่งชี้ที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างมากในช่วงตั้งแต่มกราคมถึงกุมภาพันธ์” “ในขณะที่สภาพแวดล้อมทางการตลาดยังคงมีความท้าทาย ทำให้เราจำเป็นต้องวางแผนการให้ชัดเจนในการที่จะเติบโตต่อไปในช่วงปี 2553 นี้” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ ภาริสา ฉายากุล /เมธาวรินทร์ มณีกูลพันธ์ บริษัท โทเทิล ควอลิตี้ พีอาร์ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 0 2260-5820 ต่อ 121/115 โทรสาร 0 2260-5847-8 อีเมล์ [email protected]/[email protected]

ข่าวผลประกอบการไตรมาส+สายการบินเอทิฮัดวันนี้

ไทยยูเนี่ยนปลื้ม GPM ไตรมาสสองทำนิวไฮทะลุ 21.4% พร้อมไฟเขียวจ่ายปันผล 0.40 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 14.3%

ด้านอัตราส่วน D/E ปรับตัวลดลง ตอกย้ำสถานะการเงินแข็งแกร่ง บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ในระดับแข็งแกร่ง พร้อมทำอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 21.4% สูงกว่ากรอบเป้าหมายปี 2569 และอยู่ในระดับเดียวกับเป้าหมายปี 2573 ของบริษัท ขณะที่เงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 14.3% อยู่ที่ 0.40 บาท นับเป็นการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ระหว่างกาลที่ 3.4% กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 3.5% เป็น 0.33

ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาด... ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาดมาร์เก็ตแชร์ 13% — ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาดมาร์เก็ตแชร์ 13% ชู Quester MY2026 เคียงข้างผู้ประกอบ...

RT เผยแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2/69 มุ่งสร้างก... RT ตุน Backlog 5.6 พันล้าน เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด — RT เผยแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 2/69 มุ่งสร้างการเติบโต บริหารสภาพคล่อง กระแสเงินสด ตุน Backlog ...