อัตราการใช้คลาวด์ คอมพิวติ้งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเติบโตรวดเร็วขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--9 พ.ย.--พีอาร์ วัน เน็ทเวิร์ค

วีเอ็มแวร์เผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารระดับสูงฝ่ายธุรกิจและไอทีเกือบ 7,000 คนในเอเชีย-แปซิฟิก ชี้การปรับใช้คลาวด์คอมพิวติ้งเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา วีเอ็มแวร์ อิงค์ (NYSE: VMW) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่นและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสัดส่วนขององค์กรในเอเชีย-แปซิฟิกที่มองว่าเทคโนโลยีคลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจของตนเพิ่มขึ้นสองเท่าไปสู่ระดับ 83 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา โดยระดับสูงสุด 92 เปอร์เซ็นต์อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่นั่นตลาดไอทีมีการพัฒนาอย่างมาก ผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม 6,953 คนในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งดำเนินการโดย Springboard Research ภายใต้การสนับสนุนของวีเอ็มแวร์ ชี้ว่า การปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์มีอัตราการขยายตัวรวดเร็วขึ้นใน 7 ตลาดทั่วเอเชีย-แปซิฟิกในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ ปัจจุบัน 59 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทในระดับภูมิภาคมีการใช้หรือวางแผนเกี่ยวกับระบบคลาวด์ เปรียบเทียบกับ 45 เปอร์เซ็นต์เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว และ 22 เปอร์เซ็นต์ในปี 2552 องค์กรต่างๆ ในญี่ปุ่นและออสเตรเลียเป็นผู้นำในการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ โดย 36 เปอร์เซ็นต์ และ 31 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ กำลังดำเนินโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีคลาวด์ ส่วนอินเดียและจีนเป็นผู้นำในภูมิภาคนี้ในแง่ของแผนการปรับใช้ โดย 43 เปอร์เซ็นต์ และ 39 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ มีแผนที่จะปรับใช้ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง ในภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์ (23 เปอร์เซ็นต์) นำหน้ามาเลเซียและไทยเล็กน้อย (21 เปอร์เซ็นต์ทั้งสองประเทศ) ในแง่ของการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ แต่องค์กรในมาเลเซีย (39 เปอร์เซ็นต์) และไทย (39 เปอร์เซ็นต์) มีแผนที่จะปรับใช้ระบบคลาวด์ในสัดส่วนที่มากกว่าสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์ องค์กรที่มีความรู้ด้านไอทีมากที่สุด เช่น ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และบริษัทเทคโนโลยี เป็นผู้นำในการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ รวมถึงการวางแผนเกี่ยวกับการปรับใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในอนาคต บริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน เป็นผู้นำด้านการปรับใช้ระบบคลาวด์ที่สัดส่วน 39 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเทียบกับองค์กรที่มีพนักงาน 100 ถึง 999 คน ซึ่งมีอัตราการปรับใช้ 20 เปอร์เซ็นต์ เทคโนโลยีคลาวด์ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบไอทีในรูปแบบบริการ สัดส่วนสูงสุดขององค์กรในญี่ปุ่น (86 เปอร์เซ็นต์), สิงคโปร์ (84 เปอร์เซ็นต์) และไทย (74 เปอร์เซ็นต์) เชื่อมโยงเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งเข้ากับระบบไอทีในรูปแบบบริการ ขณะที่ในออสเตรเลีย มาเลเซีย และอินเดีย บริษัทส่วนใหญ่ (80 เปอร์เซ็นต์, 78 เปอร์เซ็นต์ และ 75 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ) เชื่อมโยงเทคโนโลยีคลาวด์เข้ากับแอพพลิเคชั่นออนดีมานด์ ส่วนในจีน 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าเทคโนโลยีคลาวด์จะรองรับการจัดสรรทรัพยากรสตอเรจและเครือข่ายในแบบออนดีมานด์ มร.ไมเคิล บาร์น รองประธานฝ่ายซอฟต์แวร์และการวิจัยในเอเชีย-แปซิฟิกของ Springboard Research กล่าวว่า “สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ในเอเชีย-แปซิฟิก ไอทีในรูปแบบบริการนับเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด บริษัทเหล่านี้กำลังมองหาผู้ขายและที่ปรึกษาที่สามารถให้ความช่วยเหลือเพื่อใช้ประโยชน์จากบริการไอทีอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการจัดการระบบคลาวด์” องค์กรส่วนใหญ่ (60 เปอร์เซ็นต์) ต้องการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์เนื่องจากความสามารถในการปรับขนาดตามความต้องการทางธุรกิจ และเหตุผลในอันดับรองลงมาได้แก่ การลดค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ และการเพิ่มความสะดวกในการจัดสรรทรัพยากร/เซิร์ฟเวอร์ การประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยระยะสั้นสำหรับการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้งในสัดส่วน 57 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทในเอเชีย-แปซิฟิก และมีเพียง 37 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้ปรับใช้หรือมีแผนที่จะปรับใช้ระบบคลาวด์สำหรับการลงทุนในระยะยาว ซึ่งโดยมากแล้วเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน ระบบคลาวด์แบบผสมผสานได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น บริษัทที่ต้องการปรับใช้ทั้งระบบคลาวด์สาธารณะและระบบคลาวด์ส่วนตัวคิดเป็นสัดส่วน 38 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถาม ในขณะที่ราว 37 เปอร์เซ็นต์ระบุว่าจะพิจารณาเฉพาะระบบคลาวด์ส่วนตัวเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจธนาคารและหน่วยงานราชการ โดยระบบพับลิค คลาวด์ยังคงได้รับการต่อต้านเป็นอย่างมาก ที่จริงแล้ว แม้กระทั่งในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่ให้การตอบรับต่อระบบคลาวด์ดีที่สุดจากการสำรวจในครั้งนี้ ก็ยังมีองค์กรเพียงแค่ 15 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ต้องการใช้ระบบพับลิค คลาวด์ ในอาเซียน การยอมรับระบบคลาวด์แบบผสมผสานมีสัดส่วนที่สูงกว่า 4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของเอเชีย-แปซิฟิก สตอเรจ (58 เปอร์เซ็นต์) ถือเป็นเวิร์กโหลดอันดับ 1 ในภูมิภาคนี้สำหรับระบบไพรเวท คลาวด์ โดยญี่ปุ่น (62 เปอร์เซ็นต์) และจีน (61 เปอร์เซ็นต์) มีแนวโน้มที่จะปรับใช้สตอเรจบนระบบไพรเวท คลาวด์ ส่วนแอพพลิเคชั่นระดับองค์กรบนระบบคลาวด์ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่สัดส่วน 49 เปอร์เซ็นต์ ในแง่ของแผนการปรับใช้ 93 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า การปรับใช้ระบบคลาวด์ในอนาคตจะครอบคลุมการประชุมผ่านเว็บ, IM, การทำงานร่วมกัน และอีเมลมร.แอนดรู ดัทตัน รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่นของ วีเอ็มแวร์ กล่าวว่า “เป็นที่ชัดเจนว่าแวดวงธุรกิจมีความสนใจเป็นพิเศษในระบบคลาวด์แบบผสมผสาน โดยสิ่งสำคัญก็คือ องค์กรต่างๆ ต้องการที่จะเข้าใช้แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ รวมถึงรูปแบบการจัดการร่วมกันและบริการแอพพลิเคชั่นที่เชื่อมโยงระบบไพรเวท คลาวด์และพับลิค คลาวด์เข้าด้วยกัน เพื่อนำเสนอระบบคลาวด์ที่สามารถทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน รองรับการใช้งานข้อมูลและแอพพลิเคชั่นทุกที่ทุกเวลา” ความท้าทายสำคัญสำหรับการปรับใช้ระบบคลาวด์คือเรื่องความปลอดภัย การผนวกรวมเทคโนโลยีคลาวด์เข้ากับระบบที่ใช้งานอยู่ยังคงถูกขัดขวางด้วยอุปสรรคสำคัญ นั่นคือ ความกังวลใจในเรื่องความปลอดภัย โดย 46 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าความปลอดภัยคืออุปสรรคที่สำคัญที่สุด ในตลาดใหม่ ปัจจัยหลักที่ยับยั้งขัดขวางการปรับใช้เทคโนโลยีคลาวด์ก็คือ องค์กรต่างๆ ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม 44 เปอร์เซ็นต์ในจีน, 40 เปอร์เซ็นต์ในมาเลเซีย และ 40 เปอร์เซ็นต์ในไทย เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับภูมิภาคที่ 36 เปอร์เซ็นต์ ผลลัพธ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า การใช้โซลูชั่นคลาวด์ที่อ้างอิงมาตรฐาน และการให้ความรู้ ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะกระตุ้นการปรับใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในเอเชีย-แปซิฟิก เวอร์ช่วลไลเซชั่นคือรากฐานของคลาวด์คอมพิวติ้ง องค์กรต่างๆ ในเอเชีย-แปซิฟิก (59 เปอร์เซ็นต์) ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานเวอร์ช่วลไลเซชั่นคือส่วนประกอบสำคัญสำหรับคลาวด์คอมพิวติ้ง ดัทตันอธิบายถึงความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีทั้งสอง โดยกล่าวว่า “เวอร์ช่วลไลเซชั่นช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถแยกแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจและข้อมูลสำคัญๆ ออกจากระบบฮาร์ดแวร์ที่รองรับ และในทางกลับกัน ก็นับเป็นวิธีที่รวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับระบบคลาวด์ องค์กรในเอเชีย-แปซิฟิกตระหนักถึงความเป็นจริงข้อนี้กันมากขึ้น และพยายามที่จะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการลงทุนในเทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่น” การปรับใช้เวอร์ช่วลไลเซชั่นในเอเชีย-แปซิฟิกมีอัตราสูงที่สุดในออสเตรเลีย (87 เปอร์เซ็นต์) และญี่ปุ่น (82 เปอร์เซ็นต์) และเมื่อแบ่งตามภาคธุรกิจ จะพบว่ามีการปรับใช้เวอร์ช่วลไลเซชั่นในธุรกิจประกันภัยมากที่สุด (82 เปอร์เซ็นต์) ตามมาด้วยธุรกิจธนาคาร/บริการด้านการเงิน (76 เปอร์เซ็นต์) ประเทศไทย (67 เปอร์เซ็นต์), สิงคโปร์ (65 เปอร์เซ็นต์) และมาเลเซีย (65 เปอร์เซ็นต์) ตามด้วยออสเตรเลียและญี่ปุ่นในเรื่องการปรับใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน ในขณะที่ความแพร่หลายของ เวอร์ช่วลไลเซชั่นในอาเซียนอยู่ที่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ บริษัทส่วนใหญ่ในเอเชีย-แปซิฟิกใช้เวอร์ช่วลไลเซชั่นสำหรับเซิร์ฟเวอร์และดาต้าเซ็นเตอร์ โดยหลายๆ องค์กรมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากเวอร์ช่วลไลเซชั่นเพื่อรองรับการรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงานและการกู้คืนระบบเมื่อเกิดภัยพิบัติ โอกาสการเติบโตที่สำคัญที่สุดสำหรับเวอร์ช่วลไลเซชั่นในเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ที่ระบบประมวลผลสำหรับผู้ใช้ แม้ว่าองค์กรส่วนใหญ่จะระบุว่าเดสก์ท็อปเวอร์ช่วลไลเซชั่นมีความสำคัญน้อยมากต่อภารกิจขององค์กร อย่างไรก็ดี ผู้ใช้งานอาจได้รับประโยชน์ที่สำคัญจากแนวทางใหม่สำหรับระบบคอมพิวติ้ง ซึ่งมีการทำเวอร์ช่วลไลซ์เดสก์ท็อป ด้วยการแยกระบบปฏิบัติการ ข้อมูลส่วนตัว และแอพพลิเคชั่นออกจากกัน ดังนั้นจึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการนำเสนอแอพพลิเคชั่นและข้อมูลให้แก่ผู้ใช้ทุกที่ทุกเวลาที่ผู้ใช้ต้องการบนทุกอุปกรณ์ ดัทตัน กล่าวว่า “เดสก์ท็อปเวอร์ช่วลไลเซชั่นรองรับการบริการตนเอง (self-service) สำหรับผู้ใช้จำนวนมาก และนับเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้องค์กรยุคใหม่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น สามารถปรับขนาดได้อย่างเหมาะสม และตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้อย่างฉับไว” สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ vForum ของวีเอ็มแวร์ และผลการสำรวจความคิดเห็นของ Springboard โปรดเยี่ยมชมพอร์ทัลสื่อประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและญี่ปุ่นของวีเอ็มแวร์http://www.vmwareapjmedia.com/ VMware and VMware vSphere are registered trademarks and/or trademarks of VMware, Inc. in the United States and/or other jurisdictions. All other marks and names mentioned herein may be trademarks of their respective companies. The use of the word “partner” or “partnership” does not imply a legal partnership relationship between VMware and any other company. สอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ บริษัท วีเอ็มแวร์ (ประเทศไทย) จำกัด โทรศัพท์ 0-2231-8382 อีเมล์: [email protected] ที่ปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ บริษัท พีอาร์ วัน เน็ทเวิร์ค จำกัด คุณภัทธิรา บุรี / คุณอุทัยวรรณ ชูชื่น โทรศัพท์ 0-2937-4518-9 อีเมล์: [email protected], [email protected]

ข่าวการสำรวจความคิดเห็น+คลาวด์คอมพิวติ้งวันนี้

โตชิบาคว้า Thailand's Most Admired Brand 2026 ตู้เย็นครองแชมป์ 17 ปีซ้อน พร้อมหม้อหุงข้าวติดโผ

บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า คว้ารางวัล 2026 Thailand's Most Admired Brand ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตู้เย็น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 และในปีนี้ยังได้รับรางวัลเดียวกันในกลุ่ม หม้อหุงข้าว เพิ่มเติม สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์โตชิบาในหลาก หลายกลุ่มสินค้า โดยรางวัลดังกล่าวจัดโดยนิตยสาร BrandAge จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของโตชิบาในการสร้าง Brand Trust

เจาะลึกดัชนีความปลอดภัยและความเชื่อมั่นใน... Milieu Insight เผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้หญิง 3,000 คน — เจาะลึกดัชนีความปลอดภัยและความเชื่อมั่นใน 6 เมืองหลวงหลักแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Milieu I...

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดย นายสมหมาย ส... "อสมท" จับมือ "บ้านสมเด็จโพลล์" สำรวจ "ขวัญใจมหาชน" ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2026 — บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดย นายสมหมาย สุวรรณวงษ์ รักษาการในตำแหน่งผู้...

รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างห... 40.1 % คน กทม ความหวาดระแวง ไม่กล้ารับสายเบอร์แปลก เพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ — รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างหน่วยงานรัฐ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสม...

90.5 % คนกทม รู้ว่า 8 ก.พ. ไปเลือกตั้ง สส พร้อมลงประชามติ 65.5 % การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี มีผลต่อการเลือก สส

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) โดย...