อ.อ.ป. สานต่อนโยบาย ทส. เพิ่มภารกิจ “การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” พร้อมเดินหน้าลงนามความร่วมมือ “สร้างที่อยู่ถาวรให้ช้างไทย”

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--25 มี.ค.--องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้

นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า “ จากปัญหาช้างเลี้ยงที่เข้ามาเร่ร่อนในเมืองเป็นปัญหาที่เรื้อรัง ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อประเทศ และช้างเลี้ยงถูกนำมาใช้งานอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้ ทส.ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องหา แนวทางการแก้ไขและสร้างมาตรการในการป้องกันร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชน กอปรกับขณะนี้ ทส. ได้กำหนดนโยบายให้ อ.อ.ป.ปรับเพิ่มบทบาทการดำเนินงานทางด้านการอนุรักษ์และบริบาลช้างไทยให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยเน้นการใช้ประโยชน์พื้นที่สวนป่าเศรษฐกิจเพื่อการอนุรักษ์ช้างเลี้ยงให้เกิดความยั่งยืน และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง ” รมว.ทส. กล่าวต่อไปว่า “ โครงการที่อยู่ถาวรของช้างไทย (Elephant Sanctuary) เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง อ.อ.ป.กับมูลนิธิกองทุนรักษ์ช้าง มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์ช้างให้เกิดความยั่งยืนและทำให้ช้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดให้มีสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงดูช้าง เมื่อมีการรับมอบช้างมาดูแล ซึ่งรวมถึงช้างป่วย ช้างพิการ และช้างชรา นอกจากนี้ยังใช้เป็นโครงการต้นแบบของการเลี้ยงและจัดการสวัสดิภาพให้กับช้างและควาญอย่างมีมาตรฐาน รวมถึงส่งเสริมให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยทางวิชาการเกี่ยวกับช้างและการอนุรักษ์ผืนป่าและสิ่งแวดล้อม ทั้งยังเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับชุมชนท้องถิ่นให้อยู่ร่วมกันกับช้างอย่างยั่งยืน และสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศอีกด้วย สำหรับพื้นที่ในการใช้ดำเนินการโครงการที่อยู่ถาวรของช้างไทย (Elephant Sanctuary) เบื้องต้น อ.อ.ป.ได้จัดสรรพื้นที่สวนป่าเศรษฐกิจ “สวนป่าคลองตะเกรา จังหวัดฉะเชิงเทรา” เป็นพื้นที่ดำเนินการโครงการฯ เนื่องจากเป็นสวนป่าที่มีความพร้อมในโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถจะพัฒนาไปสู่สวนป่าเศรษฐกิจเพื่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้ ตลอดจนให้การสนับสนุนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับช้างเพื่อร่วมทำโครงการฯ ให้บรรลุวัตถุประสงค์การจัดทำโครงการฯ นี้ ” นายอำนาจ ขัมภลิขิต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ อ.อ.ป. กล่าวว่า “ ปัจจุบัน อ.อ.ป.เป็นหน่วยงานหลักในการดูแลช้างเลี้ยงอย่างเป็นระบบ หากได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิกองทุนรักษ์ช้างในการสร้างโครงการที่อยู่ถาวรของช้างไทยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่งในพื้นที่ภาคตะวันออก ก็จะทำให้ช้างไทยได้รับการดูแลดีขึ้น เนื่องจากในพื้นที่ทางภาคตะวันออกยังไม่มีหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลาง ในการดูแลช้าง สำหรับเรื่องการก่อสร้างโครงการที่อยู่ถาวรของช้างไทยที่สวนป่าคลองตะเกรา จังหวัด ฉะเชิงเทรา ขณะนี้ อ.อ.ป. ได้ดำเนินการขออนุญาตเพื่อใช้ประโยชน์เพิ่มเติมในพื้นที่สวนป่า จำนวน 600 ไร่ ตามนโยบายของ ทส.เรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะดำเนินการต่อไปตามข้อตกลงที่จะได้จัดทำร่วมกัน ต่อไป ” ด้านนางพิไลพรรณ สมบัติศิริ ประธานมูลนิธิกองทุนรักษ์ช้าง กล่าวว่า “ มูลนิธิกองทุนรักษ์ช้าง เล็งเห็นว่า ในสังคมไทยให้ความสำคัญกับช้างทั้งในภาพที่เป็นสัตว์สัญลักษณ์ของชาติ และเป็นสัตว์ใหญ่ที่ต้องได้รับการดูแลเพื่อป้องกันมิให้สูญพันธุ์ ดังนั้นเรื่องการจัดหาสถานที่ที่มีความเหมาะให้กับช้างอยู่ มีอาหารให้กับช้างได้กินอย่างเพียงพอ มีสภาพแวดล้อมที่ช้างสามารถใช้ชีวิตตามธรรมชาติให้มากที่สุด และการทำให้ช้างอยู่ร่วมกับคนได้เหมือนดังกับเช่นในอดีต น่าจะเป็นวิธีการอนุรักษ์ช้างเลี้ยงอย่างยั่งยืนให้กับประเทศได้อีกทางหนึ่ง ” สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม+กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติวันนี้

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จับมือกรมควบคุมมลพิษ - กรุงเทพมหานคร - กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" ปี 2569

พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ 10 โรงเรียนนำร่องจากโครงการฯ ปี 2568 บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND'S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" (Triple B: BRAND'S Bring Back) ประจำปี 2569 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาค

บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ... QTC รับโล่ประกาศเกียรติคุณ CALO — บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าแบบ Made to Order ได้รับโล่ประกาศ...