ไอบีเอ็มชี้ ผลการสำรวจ CHRO Study ระบุองค์กรต่างๆทั่วโลก เตรียมลงทุนสรรหาบุคลากรทำงานข้ามพรมแดนมากขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--16 มี.ค.--ไอบีเอ็ม

บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เผยบทสรุปผลการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลทั่วโลกประจำปี 2553 ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม (IBM Institute for Business Value) ภายใต้ชื่อ “การทำงานข้ามพรมแดน” (Working Beyond Borders) ระบุว่าองค์กรต่างๆ พยายามที่จะพัฒนาและจัดหาบุคลากรในหลายๆ พื้นที่ทั่วโลก จากการสำรวจความคิดเห็นของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (Chief Human Resource Officer - CHRO) และผู้บริหารระดับสูงกว่า 700 คนจาก 61 ประเทศ และ 31 เขตอุตสาหกรรมทั่วโลก ผลการศึกษาดังกล่าวสรุปว่าบริษัทต่างๆ ในตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว พยายามที่จะขยายธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วโลก จึงต้องสรรหาบุคลากร และส่งเสริมผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพและมีความคล่องตัวสูง เพื่อตอบสนองแนวโน้มความต้องการบุคลากรเพื่อทำงานข้ามพรมแดนในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า ไอบีเอ็มได้จัดทำผลสำรวจในกลุ่มผู้บริหารระดับสูง (C-Suite) มาอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดได้จัดทำผลสำรวจในกลุ่มของ CHRO ซึ่งสะท้อนผลลัพธ์สำคัญที่เป็นประโยชน์อย่างมากในวงการบริหารงานบุคคล โดยพบว่าองค์กรต่างๆมีการลงทุนด้านบุคลากรเพิ่มขึ้นในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่กำลังพัฒนา เช่น จีนและอินเดีย เนื่องจากต้องเพิ่มโอกาสทางการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ จึงจำเป็นต้องผลักดันการลงทุนบุคลากรในอนาคต สืบเนื่องจากเมื่อ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศสหรัฐอเมริกาประสบปัญหาทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศทั่วโลก ทำให้ธุรกิจต่างๆ เริ่มดำเนินการอย่างระมัดระวัง และมุ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพของการปฏิบัติการ (Operational efficiency) แต่ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่สภาวะฟื้นตัว ผู้นำในส่วนของการจัดการทรัพยากรบุคคลในปัจจุบัน ต่างมุ่งเน้นไปที่การสร้างการเติบโตขององค์กร (Drive growth) แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคงต้องเน้นที่ประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจต่อไป ซึ่งการจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวในยุคโลกาภิวัฒน์ ที่ซึ่งตลาดแรงงานเปลี่ยนเป็นโลกที่ไร้พรมแดนนั้น ต้องเตรียมพร้อม เพื่อการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “สำหรับประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน เราจะเห็นว่าโลกของตลาดแรงงานที่ไร้พรมแดนจะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวยิ่งกว่าครั้งใดที่ผ่านมาอันเป็นผลจากอาเซียน 2015 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ปัจจัยผลักดันจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งจะทำลายอุปสรรคขวางกั้นในเรื่องเวลา ระยะทาง และแม้กระทั่งภาษา ทำให้การดำเนินธุรกิจในปัจจุบันเป็นไปอย่างไร้พรมแดน ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจแล้วยังก่อให้เกิดความท้าทายในเชิงการแข่งขันให้เพิ่มทวีมากขึ้น การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 4 ปีข้างหน้า นอกจากเรื่องของสินค้า ผลิตภัณฑ์ และบริการแล้ว ยังเป็นการเปิดประตูสู่การแข่งขันของตลาดแรงงานในระดับภูมิภาค ในฐานะผู้นำองค์กรทางด้านทรัพยากรบุคคลการจัดการทางด้านทรัพยากรบุคคล จึงจะเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมในการวางกลยุทธ์องค์กรให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ในการสำรวจครั้งนี้ไอบีเอ้มได้พูดคุยและสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้นำด้านการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลกว่า 707 คน จาก 61 ประเทศทั่วโลก เราพบว่า ผู้นำ HR ต่างเห็นพ้องกันว่าปัจจัยความสำเร็จในการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลมี 3 ข้อหลักด้วยกัน 1. การสร้างผู้นำที่สร้างสรรค์ (Cultivating Creative Leaders) การพัฒนาผู้นำให้เป็นผู้นำที่สร้างสรรค์ สามารถรับมือกับวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีรูปแบบการสื่อสารที่หลากหลายและความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนองค์กรให้สอดคล้องกับความต้องการทางธุรกิจได้ทันท่วงที ไอบีเอ็มได้มีการเตรียมพร้อมให้กับผู้นำขององค์กรมาโดยตลอด ตัวอย่างโครงการพัฒนาผู้นำของไอบีเอ็ม เช่น GET (Global Enablement Team) เป็นโครงการที่นำผู้บริหารระดับสูงของไอบีเอ็มสำนักงานใหญ่เดินทางเข้ามายังประเทศต่างๆ เพื่อถ่ายทอดทักษะและประสพการณ์การบริหารงานระดับสูง การสร้างสรรค์ผู้นำยุคใหม่และการสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานในองค์กรแก่ผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจของไอบีเอ็มและผู้บริหารไอบีเอ็มในประเทศนั้นๆ ESC (Executive Service Corps.) เป็นโครงการที่ผู้บริหารระดับสูงของไอบีเอ็มเข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนทั้งภาครัฐและภาคประชาคม (NGO) เพื่อทำความเข้าใจถึงความท้าทายและปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน พร้อมทั้งช่วยจัดสร้างแผนพัฒนาชุมชนที่ตรงกับความต้องการจริงๆ เพื่อเป็นแนวทางในการนำไปปฏิบัติให้เกิดประสิทธิผลในอนาคตไอบีเอ็ม ประเทศไทย จะดำเนินการจัดทำโครงการทั้งสองภายในปีนี้ 2. การจัดสรรและเคลื่อนย้ายบุคลากรด้วยความยืดหยุ่นและรวดเร็ว (Mobilizing for Speed and Flexibility) องค์กรต้องสามารถจัดสรรเคลื่อนย้ายบุคลากรจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งที่และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไอบีเอ็มประสพความสำเร็จในการนำโมเดลทางธุรกิจที่เรียกว่า (Globally Integrated Enterprise) หรือ GIE มาใช้ GIE เป็นการดำเนินธุรกิจโดยมองโลกเป็นผืนเดียวกัน มีการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีทักษะความเชี่ยวชาญในงานที่เหมือนกันจากส่วนต่างๆของโลกมารวมเป็นศูนย์กลางของทักษะของงานนั้น หรือ Center of Competency โดย Center of Competency จะเป็นศูนย์บริการเฉพาะด้านที่มีความเชี่ยวชาญและสามารถให้บริการกับไอบีเอ็มประเทศต่างทั่วโลกรวมไปถึงลูกค้าที่มีความต้องการใช้บริการนั้นๆ ปรากฏการณ์ของโมเดลการทำธุรกิจแบบ GIE ทำให้ไอบีเอ็มสามารถลดค่าใช้จ่ายและการลงทุนที่ซ้ำซ้อน และสามารถนำเงินที่เหลือนั้นไปลงทุนในส่วนของงานหลักของธุรกิจ เพื่อสร้างความเจริญเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคตต่อไป 3. การประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์อันสูงสุด (Capitalizing on Collective Intelligence) การเรียนรู้และการเข้าถึงแหล่งองค์ความรู้ในองค์กรจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคลากร เช่นเดียวกับการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อเอื้อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ่ายทอดความรู้ สร้างการเชื่อมโยงข้อมูลอัจฉริยะในองค์กร ให้บุคลากรและหน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กร รวมไปถึงลูกค้าและบุคคลภายนอกสามารถนำข้อมูลความรู้มาเพื่อการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ยกตัวอย่างเช่น การนำเครื่องมือทางด้าน Social Business เข้ามาช่วย จัดการให้เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้ เช่น วิกิ LotusConnection หรือ w3 Intranet เป็นต้น นางพรรณสิรี ได้กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า “ผลการสำรวจ CHRO Study ครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่าองค์กรที่จะประสพความสำเร็จต้องมีการเตรียมบุคลากรให้พร้อมกับการทำงานแบบไร้พรมแดน มีการลงทุนในการพัฒนาทักษะผู้นำองค์กร มีการนำเทคโนโลยีมาสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์เชื่อมโยงการสื่อสารภายในองค์กร และเลือกใช้เครื่องมือด้านวิเคราะห์ข้อมูล (Business Analytic) เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้งานได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น” รายงานฉบับสมบูรณ์ รวมถึงข้อมูลที่พบและกรณีศึกษา มีอยู่ที่: ibm.com/chrostudy ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชนติดต่อ: ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด จินรี ตัณมณี โทร. 02 273-467 [email protected]

ข่าวการสำรวจความคิดเห็น+ไอบีเอ็ม ประเทศไทยวันนี้

โตชิบาคว้า Thailand's Most Admired Brand 2026 ตู้เย็นครองแชมป์ 17 ปีซ้อน พร้อมหม้อหุงข้าวติดโผ

บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า คว้ารางวัล 2026 Thailand's Most Admired Brand ในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มผลิตภัณฑ์ ตู้เย็น ต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 และในปีนี้ยังได้รับรางวัลเดียวกันในกลุ่ม หม้อหุงข้าว เพิ่มเติม สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์โตชิบาในหลาก หลายกลุ่มสินค้า โดยรางวัลดังกล่าวจัดโดยนิตยสาร BrandAge จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศ ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของโตชิบาในการสร้าง Brand Trust

เจาะลึกดัชนีความปลอดภัยและความเชื่อมั่นใน... Milieu Insight เผยผลสำรวจความคิดเห็นผู้หญิง 3,000 คน — เจาะลึกดัชนีความปลอดภัยและความเชื่อมั่นใน 6 เมืองหลวงหลักแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Milieu I...

บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดย นายสมหมาย ส... "อสมท" จับมือ "บ้านสมเด็จโพลล์" สำรวจ "ขวัญใจมหาชน" ไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด 2026 — บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดย นายสมหมาย สุวรรณวงษ์ รักษาการในตำแหน่งผู้...

รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างห... 40.1 % คน กทม ความหวาดระแวง ไม่กล้ารับสายเบอร์แปลก เพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ — รูปแบบการหลอกลวงที่พบบ่อยที่สุด คือ อ้างหน่วยงานรัฐ ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสม...

90.5 % คนกทม รู้ว่า 8 ก.พ. ไปเลือกตั้ง สส พร้อมลงประชามติ 65.5 % การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี มีผลต่อการเลือก สส

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (หลังการรับสมัคร) โดย...