ฟิทช์คงอันดับกองทุนรวมตลาดเงิน 2 กองที่บริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทยที่ ‘AAAmmf(tha)’

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--12 ก.ค.--ฟิทช์ เรทติ้งส์

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับกองทุนรวมตลาดเงินภายในประเทศ (National Money Market Fund Rating) ของกองทุนรวมตลาดเงิน 2 กองที่บริหารโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนทหารไทย จำกัด (TMBAM) ดังต่อไปนี้ กองทุนเปิดทหารไทยธนรัฐ (TMBTM) คงอันดับกองทุนรวมตลาดเงินภายในประเทศที่ระดับ ‘AAAmmf(tha)’ กองทุนเปิดทหารไทยธนบดี (TMBMF) คงอันดับกองทุนรวมตลาดเงินภายในประเทศที่ระดับ ‘AAAmmf(tha)’ การประกาศคงอันดับกองทุนทั้งสองสะท้อนถึงคุณภาพเครดิต การกระจายตัวและสภาพคล่องของสินทรัพย์ที่ลงทุน รวมถึงการที่กองทุนรักษาสภาพคล่องรายวันและรายสัปดาห์ให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งทำให้สามารถรองรับการไถ่ถอนหน่วยลงทุนโดยผู้ถือหน่วยได้ นอกจากนี้อันดับกองทุนยังพิจารณาถึงความสามารถของ TMBAM ในการบริหารจัดการกองทุน TMBTM และ TMBMF มีวัตถุประสงค์ของการลงทุนในการรักษาเงินต้นและดำรงสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงโดยจำกัดความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงจากปัจจัยตลาดที่เปลี่ยนแปลงและความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง กองทุนทั้งสองดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของการลงทุนโดยลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีคุณภาพเครดิตสูง ซึ่งรวมถึงตราสารหนี้ภาครัฐ เงินฝากประจำ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงินและการทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2555 TMBTM และ TMBMF มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 21 พันล้านบาทและ 13.8 พันล้านบาทตามลำดับ สอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนของอันดับกองทุนรวมตลาดเงินที่ ‘AAAmmf(tha)’ ที่กำหนดโดยฟิทช์ TMBTM และ TMBMF สามารถรักษาคุณภาพเครดิตของสินทรัพย์ภายใต้กองทุนโดยลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอันดับเครดิตระยะสั้นอย่างต่ำที่ ‘F1(tha)’ (หรือสินทรัพย์ที่มีอันดับเครดิตเทียบเท่า) เท่านั้น กองทุนทั้งสองยังต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอันดับเครดิตระยะสั้นที่ ‘F1+(tha)’ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของสินทรัพย์ภายใต้กองทุน TMBTM และ TMBMF ยังกำหนดให้การทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนมีหลักประกันเต็มจำนวนและมีคู่สัญญาที่มีอันดับเครดิตอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ กองทุนทั้งสองยังจำกัดสัดส่วนการลงทุนในผู้ออกตราสารหนี้และคู่สัญญาแต่ละรายให้สอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนดังกล่าวข้างต้น ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2555 และตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา TMBTM และ TMBMF มี Portfolio Credit Factor (ซึ่งเป็นค่าวัดความเสี่ยงที่พิจารณาถึงคุณภาพเครดิตและอายุของสินทรัพย์ภายใต้กองทุน) ที่ไม่เกิน 1.5 ซึ่งเป็นระดับที่สอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนของอันดับกองทุนรวมตลาดเงินที่ ‘AAAmmf(tha)’ TMBTM มีนโยบายไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนที่ไม่ได้อยู่ในภาคสถาบันการเงิน (corporate securities) ในขณะที่ TMBMF จำกัดการลงทุนใน corporate securities ไว้ที่ร้อยละ 15 ของสินทรัพย์ภายใต้กองทุน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากการที่ TMBMF มีการลงทุนใน corporate securities ได้ถูกลดทอนลงจากการที่ตราสารหนี้ดังกล่าวมีคุณภาพเครดิตที่สูงและมีอายุตราสารหนี้ที่สั้น กองทุนทั้งสองได้ควบคุมความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย โดยกำหนดให้ระดับค่าเฉลี่ยของอายุจนถึงวันที่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยใหม่ของสินทรัพย์ที่ลงทุน (Weighted Average Maturity to Reset Date – WAM) อยู่ที่ไม่เกิน 60 วัน ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนของอันดับกองทุนรวมตลาดเงินที่ ‘AAAmmf(tha)’ นับจากการทบทวนอันดับกองทุนรวมตลาดเงินครั้งที่แล้วในเดือนกรกฎาคม 2554 TMBTM สามารถรักษาระดับ WAM ให้ไม่เกิน 60 วัน ในขณะที่ WAM ของ TMBMF ในบางช่วงเวลาเพิ่มสูงกว่าระดับที่กำหนดเนื่องจากกองทุนมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิลดลงในบางช่วงและมีการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอายุยาวขึ้น แต่ความเสี่ยงจากการที่ WAM เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ได้ถูกลดทอนลงจากการที่ TMBMF มีสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องและมีเงินลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐอยู่ในระดับสูง TMBAM ยังคงจุดมุ่งหมายที่จะรักษาระดับ WAM ของ TMBMF ให้ไม่เกิน 60 วัน และการที่ WAM ของ TMBMF ในบางช่วงเวลาเพิ่มสูงกว่าระดับที่กำหนดก็เป็นช่วงระยะเวลาที่สั้นและไม่ได้เพิ่มสูงมากนัก TMBTM และ TMBMF ไม่ได้มีการกำหนดระดับค่าเฉลี่ยของอายุจนถึงวันที่ครบกำหนดชำระของสินทรัพย์ที่ลงทุน (Weighted Average Life – WAL) แต่จากการที่สินทรัพย์ที่ลงทุนเป็นสินทรัพย์ประเภทอัตราดอกเบี้ยคงที่ทั้งหมด ทำให้ WAM และ WAL ของกองทุนอยู่ในระดับที่เท่ากัน ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2555 WAM ของ TMBTM และ TMBMF อยู่ที่ 58.2 วันและ 57.5 วันตามลำดับ ในขณะเดียวกัน อายุคงเหลือของสินทรัพย์แต่ละตัวที่ลงทุนของกองทุนทั้งสองอยู่ที่ไม่เกิน 397 วัน ซึ่งสอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนที่กำหนดโดยฟิทช์สำหรับตราสารหนี้ภาคเอกชนและตราสารหนี้รัฐบาลที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ กองทุนทั้งสองจำกัดความเสี่ยงจากการไถ่ถอนหน่วยลงทุน โดยรักษาสภาพคล่องของกองทุนรายวันและรายสัปดาห์ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ สอดคล้องกับเกณฑ์การลงทุนที่กำหนดโดยฟิทช์ TMBTM และ TMBMF มีข้อกำหนดในการลงทุนโดยต้องลงทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 ถึง 15 ของสินทรัพย์ภายใต้กองทุนในสินทรัพย์ที่ครบกำหนดในวันทำการถัดไปหรือสินทรัพย์อื่นที่มีสภาพคล่องเทียบเท่า และไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 ถึง 30 ในสินทรัพย์ที่ครบกำหนดใน 7 วันทำการหรือสินทรัพย์อื่นที่มีสภาพคล่องเทียบเท่า ซึ่งกองทุนทั้งสองสามารถรักษาระดับสภาพคล่องให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ได้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่าน สะท้อนถึงการที่กองทุนทั้งสองมีการลงทุนในตราสารหนี้รัฐบาลระยะสั้นที่สูง ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2555 TMBTM มีสินทรัพย์ที่นับเป็นสภาพคล่องรายวันและรายสัปดาห์ (ซึ่งรวมถึงตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น) ที่ร้อยละ 89 ในขณะที่ TMBMF มีสินทรัพย์ที่นับเป็นสภาพคล่องรายวันที่ร้อยละ 55 และที่นับเป็นสภาพคล่องรายสัปดาห์ที่ร้อยละ 60 ตั้งขึ้นในปี 2539 TMBAM มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) (‘A+(tha)’/แนวโน้มมีเสถียรภาพ/‘F1(tha)’) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 7 ของประเทศ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 75 ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2555 TMBAM มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ 142 พันล้านบาทภายใต้ 69 กองทุนและมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับที่ 6 ในธุรกิจกองทุนรวมเมื่อพิจารณาจากขนาดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ ฟิทช์มองว่า TMBAM มีระบบควบคุมตรวจสอบการลงทุนและการดำเนินงาน การเฝ้าติดตามการลงทุน กระบวนการตัดสินใจในการเลือกลงทุนและการสนับสนุนกองทุนที่สอดคล้องกับอันดับกองทุนของ TMBTM และ TMBMF อันดับกองทุนอาจเปลี่ยนแปลงได้ หากมีกองทุนการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในคุณภาพเครดิตหรือความเสี่ยงจากปัจจัยตลาดที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ การเบี่ยงเบนที่มีสาระสำคัญของปัจจัยหลักที่ใช้ในการจัดอันดับจากหลักเกณฑ์ของฟิทช์ อาจนำไปสู่การปรับลดอันดับกองทุนได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนของหลักเกณฑ์ในการจัดอันดับกองทุนรวมตลาดเงิน สามารถดูได้จากรายงานที่แสดงไว้ข้างล่างซึ่งสามารถหาได้จาก website ของฟิทช์ ในการติดตามทำการวิเคราะห์อันดับกองทุนรวมตลาดเงินภายในประเทศ ฟิทช์ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนและรายละเอียดการลงทุนจาก TMBAM เป็นรายสัปดาห์ และได้ทำการเปรียบเทียบการลงทุนของกองทุนกับเกณฑ์การลงทุนที่กำหนดไว้-กภ-

ข่าวบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน+หลักทรัพย์จัดการกองทุนวันนี้

SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 23 ในอัตรา 0.17330 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 7 ในอัตรา 0.251 บาทต่อหน่วย วันที่ 17 มีนาคม 2569 นี้

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) จะจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 23 จากผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 4 หรือระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.17330 บาท และจะจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 7 จากผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1, 2 และ 4 ปี 2568 (หรือระหว่างวันที่ 1 มกราคม 31 มีนาคม 2568, 1 เมษายน 30

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ He... BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.200 บาท วันที่ 13 มี.ค. 2569 นี้ — นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริ...

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (... บลจ.อีสท์สปริง โชว์ความสำเร็จ 3 กองทุน ES-USBLUECHIP , ES-EG-A และ ES-CASH คว้ารางวัล Hall of Funds 2026 — บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศ...

BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 2... BBLAM เสนอขาย IPO 'กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 2/26' วันที่ 12-16 ก.พ. 2569 — BBLAM เสนอขาย IPO กองทุนรวมบัวหลวงธนรัฐ 2/26 หรือ Bualuang Thanarat 2/26 เน้นลงทุน...

ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญดึงลู... ธ.ทิสโก้จัดเงินฝากประจำดอกเบี้ยพิเศษ แรงแซงทุกโค้ง ! — ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญดึงลูกค้าใหม่ ชูเงินฝากประจำดอกเบี้ยพิเศษ 11 เดือน อัตราดอกเบี้...

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ He... 3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 37 ในอัตรา 0.224123 บาทต่อหน่วย วันที่ 4 มี.ค. นี้ — นายพรชลิต พลอยกระจ่าง กรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate Infrastr...