คลายร้อนด้วย ‘น้ำอบไทย’ เครื่องสำอาง ภูมิปัญญาโบราณจากบรรพบุรุษไทย

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--4 พ.ค.--TK park

อุทยานการเรียนรู้ TK park เปิดพื้นที่ช่วง “หน้าร้อน” แนะวิธีคลายร้อนจากภูมิปัญญาเก่าแก่ของบรรพบุรุษ ด้วยการทำ ”น้ำอบไทยโบราณ” สืบสานเครื่องหอมไทยให้อยู่คู่สังคม ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนระอุในช่วงนี้ หลายคนมองหาวิธีคลายร้อนที่หลากหลายแตกต่างกันไป แต่คงไม่มีใครรู้ว่า วิธีคลายร้อนที่ดีที่สุดที่คนไทยใช้กันมาตั้งแต่สมัยสมัยโบราณกาล นั่นคือการประพรมร่างกายด้วยเครื่องสำอางโบราณที่มีชื่อว่า “น้ำอบไทย” น้ำอบไทย ถือเป็นเครื่องสำอางที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใช้ประพรมร่างกายเพื่อเพิ่มความเย็น สดชื่น ช่วยให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า และคลายร้อนได้เป็นอย่างดี เพราะมีส่วนประกอบของสมุนไพรไทย ได้แก่ ไม้จันทน์เทศ ชะลูด และใบเตย ที่มีสรรพคุณดับพิษร้อน และยังมีแป้งหินและพิมเสนเป็นตัวช่วยให้เกิดความเย็นสบาย แต่ปัจจุบันน้ำอบไทยกลับนิยมใช้ในงานพิธีมงคล เช่น รดน้ำสังข์ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หรือใช้ในงานอวมงคลอย่างงานศพ เป็นต้น จนหลายคนอาจลืมไปว่า น้ำอบไทย คือเครื่องสำอางที่ได้รับความนิยมในสมัยโบราณกาล ใช้ประพรมตามร่างกายเพื่อเพิ่มความสดชื่นและเย็นสบาย โดยไม่ต้องพึงพัดลมหรือแอร์คอนดิชั่นอย่างในสมัยนี้ นอกจากน้ำอบไทยที่เป็นเครื่องสำอางแล้ว ยังมี “น้ำปรุง” ซึ่งถือเป็นน้ำหอมของไทย เริ่มมีในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยน้ำปรุงต่างจากน้ำอบตรงที่น้ำปรุงมีแอลกอฮอร์เป็นส่วนผสม และต่างจากน้ำหอมต่างประเทศตรงที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทย น้ำปรุงในอดีตมีเพียงกลิ่นเดียวที่ได้รับความนิยมคือกลิ่นเตยหอม แต่ปัจจุบันจากการวิจัยและพัฒนาของผ.ศ.ไศลเพชร ศรีสุวรรณ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ทำให้น้ำปรุงมีถึง 8 กลิ่น ได้แก่ ดอกบัวหอม กระดังงา มะลิ จำปี เตยหอม กุหลาบ ชมนาด และบัวแดง ขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาน้ำอบไทยให้สามารถใช้ได้ทุกฤดู เป็นน้ำอบไทย 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว และมีกลิ่นดอกบัวซึ่งสามารถใช้ได้ทุกฤดู ผ.ศ.ไศลเพชร ศรีสุวรรณ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผู้พัฒนาน้ำอบไทยและน้ำปรุงให้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง กล่าวว่า “น้ำอบและน้ำปรุงเป็นเครื่องสำอางใช้ในการประพรมร่างกาย แต่ช่วงหลังกลับเป็นที่นิยมในงานพิธีต่างๆแทน ซึ่งจริงๆแล้วน้ำอบไทยนั้นใช้กับร่างกายดีที่สุด เราสามารถเอาน้ำอบไทยประพรมคลายร้อน ช่วยให้เย็นขึ้น สามารถดับพิษร้อนได้ เพราะสมุนไพรที่ใช้มีสรรพคุณดับพิษร้อน ทั้งไม้จันทน์หอม ทั้งชะลูดและใบเตย มีสรรพคุณดับพิษร้อนที่อยู่ในร่างการของเรา เมื่อเราทาแล้วสามารถดับพิษร้อนที่อยู่ในร่างกายได้ทันที ขณะที่พิมเสนและแป้งร่ำเป็นตัวที่ช่วยให้เกิดความเย็น โดยที่ไม่ต้องคิดถึงแอร์หรือ พัดลมเลย” วิธีการทำน้ำอบนั้นไม่ยาก ผ.ศ.ไศลเพชร อธิบายขั้นตอนให้ฟังว่า “เริ่มจากต้มน้ำ 10-12 ลิตรจนเดือดแล้วลดไฟลง จากนั้นใส่ใบเตยมัดเป็นจุกประมาณ8-10ใบ ใส่ชะลูด จันทน์เทศ และต้มต่อไปอีประมาณ 30 นาทีจะได้น้ำสีเหลืองเข้ม ตั้งไว้จนอุ่นและกรองด้วยกระช้อนหรือผ้าขาวบาง หลังจากนั้นจึงปรุงด้วยพิมเสน แป้งหินและหัวน้ำหอมกลิ่นต่างๆ จากนั้นนำไปร่ำในโถอบ ด้วยการร่ำด้วยเทียนหอม ได้เป็นน้ำอบกลิ่นหอมเย็นชื่นใจ เคล็ดลับในการปรุงน้ำอบนั้นขึ้นอยู่กับเคล็ดลับเฉพาะของแต่ละคน รวมทั้งวัตถุดิบที่ใช้ต้องเป็นวัตถุดิบที่ได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดี จึงจะได้น้ำอบไทยที่มีคุณภาพ” จากการได้มาสอนให้เยาวชนและบุคคลที่สนใจนั้นได้เรียนรู้ถึงกระบวนการในการทำน้ำอบไทย ที่อุทยานการเรียนรู้ TK park นั้น ผ.ศ.ไศลเพชร ศรีสุวรรณ บอกว่า “รู้สึกดีใจที่ได้นำภูมิปัญญาไทยมาถ่ายทอดให้กับเด็กๆซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ ซึ่งในอนาคตจะเป็นผู้สืบต่อภูมิปัญญาเหล่านี้ไปได้ และเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ส่งเสริมให้รู้จักใช้ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาไทย อีกทั้งรู้สึกยินดีกับเยาวชนไทยที่มีอุทยานการเรียนรู้ TK park เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในการพัฒนาการเรียนรู้ให้ทันกับต่างชาติ เพราะเรากำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน TK park จึงเป็นอีกสถานที่ในการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กไทย ซึ่งหากมีทั่วประเทศก็จะดีมาก” ด้าน น.ส.อภิญญา ชนนะมะ หรือ มีน นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 1ในผู้สาธิตการทำน้ำอบไทย บอกว่า มีความสนใจเรื่องเครื่องหอมของไทยอยู่แล้ว เคยเห็นว่างขายตามตลาดแต่ไม่รู้ว่ามีวิธีการทำอย่างไร จึงสนใจที่จะเรียนทางด้านนี้ และอยากจะลองคิดค้นสูตรใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ตรงกับความต้องการของวัยรุ่น ซึ่ง “มีน” บอกว่า น้ำอบไทยมีเสน่ห์ที่กลิ่นหอมนุ่มนวล ดึงดูดใจและน่าค้นหา ติดตามกิจกรรมดีๆอีกมากมายที่อุทยานการเรียนรู้ TK park เปิดโอกาสให้น้องๆเยาวชนเรียนรู้นอกห้องเรียน เข้าใจ รักษาและสืบสานความเป็นไทย รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ได้ที่ อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือ www.tkpark.or.th -กผ- สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวอุทยานการเรียนรู้+อุทยานการเรียนวันนี้

ETDA ร่วมกับ TK Park ประกาศผล Awakening Digital Literacy Creator 2026 ทีม One To Two และทีม ซ้อนหยอน คว้าสุดยอดแคมเปญ "ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล"

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD โดย สถาบันอุทยานการเรียนรู้ (TK Park) ในฐานะเจ้าภาพร่วม (Co-host) พร้อมด้วยพันธมิตรจากภาครัฐ เอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ จัดพิธีประกาศผลและมอบรางวัลกิจกรรม Awakening Digital Literacy Creator 2026 รอบชิงชนะเลิศ ภายใต้หัวข้อ "ปลุกพลังความคิด ส่งต่อความรู้ สู่สังคมดิจิทัล" จากการแข่งขันสุดเข้มข้น ในที่สุด กลุ่มนักศึกษา ทีม One To Two จากแคม

สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพ... ETDA ชวนลุ้น Awakening Digital Literacy Creator 2026 รอบชิงชนะเลิศ ใครคือผู้ชนะ! รู้พร้อมกัน 12 มิ.ย. นี้ — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ...

ท่ามกลางความท้าทายของการพัฒนาการเรียนรู้เ... OKMD เปิดพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนวันเด็ก 2569 พร้อมกัน 3 แห่ง — ท่ามกลางความท้าทายของการพัฒนาการเรียนรู้เด็กและเยาวชนในสังคมปัจจุบัน สำนักงานบริหารและพ...

นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรั... "สันติ ปิยะทัต" มอบ 7 นโยบาย หนุน OKMD ศูนย์กลางการเรียนรู้ชาติ — นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบนโยบาย 7 ด้าน ยกระดับ OKMDสู่ศูนย์กลา...

ไทยพีบีเอสผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาค... ไทยพีบีเอส - ภาคีฯ จัด "FutureED Fest 2025" ขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่อนาคตด้วย AI — ไทยพีบีเอสผนึกกำลังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายด้านการศึกษา จัด "Fu...

READ FEST: EXERCISE IDEAS เทศกาลหนังสือแน... ทีเคพาร์ค ย้ายงานหนังสือมาสนามกีฬา ปลุกให้ "สมองออกแรง" เต็มพิกัด — READ FEST: EXERCISE IDEAS เทศกาลหนังสือแนวใหม่ที่ชวนมา "วอร์มอัพ" ไอเดีย และ "ฟิตสมอง"...

ยกย่อง 20 ผู้เปลี่ยนแปลงสังคมไทยด้วยพลังก... 20 ปีทีเค พาร์ค!! จัดใหญ่ครั้งแรกกับ TK Park Awards — ยกย่อง 20 ผู้เปลี่ยนแปลงสังคมไทยด้วยพลังการเรียนรู้ พร้อมปักหมุดขยายแหล่งเรียนรู้หนุนเทคโนโลยีและแพ...