ผลการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาเซม (ช่วงเช้า)

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--16 ต.ค.--กลุ่มการประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

รัฐมนตรีคลังเอเชียและยุโรปได้หารือประเด็นเกี่ยวกับแนวโน้มทางเศรษฐกิจและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเงินของเอเชียและยุโรปใน 2 หัวข้อ ประกอบด้วย (1) พัฒนาการด้านเศรษฐกิจการเงินและแนวโน้มของเอเชียและยุโรป และ (2) บทบาทของการบริหารจัดการด้านการเงินในภูมิภาคเอเชียและยุโรปเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของภูมิภาค (1) พัฒนาการด้านเศรษฐกิจการเงินและแนวโน้มของเอเชียและยุโรป รัฐมนตรีคลังจากประเทศต่างๆ ในเอเชียและยุโรป รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (นายนาโอยูกิ ชิโนฮาร่า) ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ) รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปและกรรมาธิการยุโรปด้านเศรษฐกิจ การเงิน และยูโร (นายออลลิ เรห์น) และกรรมการบริหารธนาคารกลางยุโรป (นายเบอนัวต์ เกอร์เฮร์) ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินล่าสุดของเอเชียและยุโรป โดยคาดว่าเศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มจะฟื้นตัวจากวิกฤติอย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งเห็นว่าเศรษฐกิจยุโรปจำเป็นต้องดำเนินการปรับโครงสร้างทางการคลังที่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตลอดจนใช้นโยบายกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และมีการปฎิรูปเชิงโครงสร้างเพิ่มเติม ทั้งนี้ จากการที่เศรษฐกิจเอเชียและยุโรปมีความเชื่อมโยงกัน ที่ประชุมได้แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงที่เกิดจากความเชื่อมโยงทางการค้า ตลอดจนความผันผวนในตลาดการเงินและตลาดโภคภัณฑ์ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงบทบาทของเศรษฐกิจเกิดใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกด้วยการกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนพร้อมทั้งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนอุปสงค์ภายในประเทศและการขยายตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำความสำคัญของการเร่งสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนและผู้บริโภค การแยกภาระที่เกิดขึ้นในระบบสถาบันการเงินออกจากภาระหนี้ภาครัฐ ตลอดจนการสร้างงานในระบบ โดยปัจจัยเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (2) บทบาทของกลไกแก้ไขและป้องกันวิกฤตการณ์ด้านการเงินในภูมิภาคเอเชียและยุโรปเพื่อเสถียรภาพทางการเงินของภูมิภาค ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการบริหารจัดการกลไกด้านการเงินในภูมิภาคเอเชียและยุโรป ประกอบด้วย มาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุพาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation: CMIM) กองทุนถาวรเพื่อรักษาเสถียรภาพยุโรป (European Stability Mechanism: ESM) และกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (European Financial Stability Facility: EFSF) และได้เน้นว่ากลไกดังกล่าวมีประโยชน์และมีประสิทธิภาพในการจัดการกับวิกฤตเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งนี้ ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับวิกฤตในเอเชียและยุโรป รวมถึงบทบาทของหน่วยงานที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังและเตือนภัยเกี่ยวกับวิกฤตในอนาคต ซึ่งมีปัจจัยที่สำคัญได้แก่ การมีข้อมูลที่ทันสมัย และการแยกความเสี่ยงในภาคธนาคารออกจากความเสี่ยงด้านเครดิตของประเทศ นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงความสำคัญในการดำเนินมาตรการในระยะปานกลางของประเทศสมาชิกในยุโรป เพื่อลดความผันผวนของตลาดการเงินซึ่งรวมถึงการปฏิรูปภาคการเงิน และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการกำกับดูแลภาคธนาคาร เช่น การดำเนินการตามมาตรฐานบาเซิล 3 และการจัดตั้งหน่วยงานกลางทำหน้าที่กำกับดูแลภาคการเงิน (Single Supervisory Body) และได้สนับสนุนให้มีการพัฒนาตลาดทุนซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาภาคธนาคารในการระดมทุนของเอกชน สำนักนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 02 273 9020 -นท-

ข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง+กองทุนการเงินระหว่างประเทศวันนี้

ก.ล.ต. กำหนดวันหยุดทำการเป็นกรณีพิเศษ ของบริษัทหลักทรัพย์และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

ตามที่คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2569 มีมติกำหนดให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 วัน คือ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 และให้หน่วยงานราชการในพื้นที่กรุงเทพมหานครปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง (work from home) จำนวน 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2569 วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 และวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและรักษาความปลอดภัยให้แก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิก

รองนายกฯ เอกนิติ เลขาธิการบีโอไอ ลุยสหรัฐ... "เอกนิติ - บีโอไอ" เจรจาผู้ผลิตชิปสหรัฐฯ เปิดเกมรุกดึงลงทุนไทย ท่ามกลางโลกผันผวน — รองนายกฯ เอกนิติ เลขาธิการบีโอไอ ลุยสหรัฐฯ เจรจาความร่วมมือเศรษฐกิจ พร้...

บอร์ดบีโอไอ นัดแรกของปี 2569 อนุมัติลงทุน... บีโอไอเคาะลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่ากว่า 9.6 หมื่นล้าน — บอร์ดบีโอไอ นัดแรกของปี 2569 อนุมัติลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่า 9.6 หมื่นล้านบ...