สช.หนุนมาตรการคุมเข้มการตลาดอาหารทารก

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--10 ส.ค.--สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ

รองเลขาธิการสช. มั่นใจมาตรการห้ามธุรกิจอาหารทารก จัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถมในสถานบริการรัฐ ตามมติครม. เมื่อวานนี้ ช่วยสร้างสุขภาวะให้เด็กแรกเกิดดีขึ้น ชี้หลายประเทศรวมถึงเวียดนาม ออกกฎหมายคุมไปแล้ว ด้านคณะทำงานยกร่างพ.ร.บ.การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก ระดมนักกฎหมายหวังเร่งคลอด กม.ให้ทันปลายปีนี้ จากมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2555 ได้เห็นชอบ "มาตรการกำกับดูแลการทำการตลาดและโฆษณานมสำหรับทารกและเด็กเล็ก" ตามที่นายวิทยา บุรณศิริ รมว.กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เสนอ โดยมุ่งไปที่การควบคุมและแก้ไขปัญหาการใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายหรือทำการตลาดผลิตภัณฑ์ทดแทนนมแม่ ซึ่งนับวันบริษัทผู้ผลิตจำหน่ายและนำเข้าจะมีการแข่งกันรุนแรงมากขึ้น โดยเนื้อหาของมาตรการที่ออกมา ได้ขอความร่วมมือให้สถานบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งในกำกับและนอกกำกับของกระทรวงสาธารณสุข ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้คือ 1.ไม่ส่งเสริมหรืออนุญาตให้มีกิจกรรมด้านการตลาดเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนนมแม่และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 2.ไม่อนุญาตให้บริษัทผู้ผลิตและจำหน่าย เข้าไปสาธิตการใช้นมดัดแปลงสำหรับทารกและอาหารทารก 3.ไม่ควรรับบริจาคหรือขอรับการสนับสนุนใดๆที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ทดแทนนมแม่ 4.บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ควรปกป้องและส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และไม่ควรเป็นตัวแทนของผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายอาหารทดแทนนมแม่และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ปี 2553 ซึ่งเสนอให้ควบคุมกลยุทธ์การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก โดยให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นหน่วยงานหลักดำเนินการโดยใช้ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ.2522 เป็นเครื่องมือ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันผลักดันร่าง พ.ร.บ.การตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. … ให้แล้วเสร็จภายในปี 2555 นางกรรณิการ์ บรรเทิงจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กล่าวว่า ครม.เคยให้ความเห็นชอบมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 ในปี 2553 ซึ่งเสนอให้ควบคุมกลยุทธ์การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กแล้ว ดังนั้นการที่กระทรวงสาธารสุขได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาและผลักดันร่างพ.ร.บ.การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กขึ้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการสาธารณสุข) เป็นประธาน มีหน้าที่ในการยกร่างพ.ร.บ.การตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก โดยยึดกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน รวมทั้ง ครม.ให้ความชอบมาตรการต่างๆ ที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอเมื่อวานนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญและเป็นแนวทางที่ถูกต้องในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับเด็กทารกให้หันมาบริโภคนมแม่มากขึ้น ทั้งนี้ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน อาทิ ประเทศเวียดนาม ล่าสุดก็ได้มีการออกกฎหมายควบคุมการทำการตลาดสินค้า ที่เกี่ยวกับอาหารทารกและเด็กเล็ก เช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรป ก็ได้มีมาตรการเพื่อควบคุมธุรกิจดังกล่าวแล้ว ดังนั้น การดำเนินการของประเทศไทยครั้งนี้ จึงถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องสอดคล้องกับมาตรการในระดับสากล รศ.ดร.ภญ.วรรณา ศรีวิริยานุภาพ แผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการพัฒนาและผลักดันร่างพ.ร.บ.การตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้การยกร่าง พ.ร.บ.การตลาดอาหารทารกและเด็กเล็ก พ.ศ. ... มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาบทลงโทษของผู้ที่ฝ่าฝืนและกำหนดว่าจะให้หน่วยงานใดมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ คณะทำงานยกร่างพ.ร.บ. ได้เชิญนักกฎหมายจากต่างประเทศมาให้ความเห็น รวมถึงมีการนำตัวอย่างของกฎหมายที่ประเทศต่างๆ ซึ่งมีประสบการณ์ในการกำกับดูแลธุรกิจอาหารทารกและเด็กเล็กมาพิจารณาด้วย จากนั้นคณะทำงานจะร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย อาทิ จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ช่วยสอบทานความถูกต้องอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเสร็จทันภายในกำหนดปี 2555 อย่างแน่นอน กฎหมายใหม่จะสอดคล้องกับหลักเกณฑ์สากลว่าด้วยการตลาดเกี่ยวกับอาหารทารกและเด็กเล็ก ที่ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือส่งเสริมการขายในลักษณะโดยตรงถึงมารดาที่ตั้งครรภ์ หรือมารดาที่คลอดบุตรแล้ว เนื่องจากปัจจุบันพบการละเมิดอยู่มากและไม่มีกฎหมายใดๆเอาผิดได้ ด้าน พญ.นิพรรณพร วรมงคล หัวหน้ากลุ่มงานอนามัยแม่และเด็ก กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายรายทำการตลาดอย่างไม่ถูกจริยธรรม เช่น ลดราคาผลิตภัณฑ์อาหารทดแทนนมแม่ถึง 30-40% ให้แก่โรงพยาบาล รวมถึงให้ทุนบุคลากรแพทย์ไปดูงานต่างประเทศ หรือให้ของขวัญกับแม่ที่เพิ่งคลอดบุตร ซึ่งท้ายที่สุดก็จะได้ประโยชน์ตอบแทนกลับมาคือการสั่งซื้อนมยี่ห้อนั้นๆ “ปัจจุบัน ค่าใช้จ่ายด้านนมสำหรับเด็ก 1 คนค่อนข้างสูง คือไม่ต่ำกว่าเดือนละ 3,000 บาท ทำให้ผู้ประกอบการมุ่งเจาะตลาดโรงพยาบาลเพื่อให้สั่งซื้อนมยี่ห้อของตัวเอง หากทำได้ก็เท่ากับผูกขาดลูกค้าไปเรื่อยๆ จนกว่าเด็กทารกจะหย่านม เพราะเมื่อเด็กดื่มนมยี่ห้อใดตั้งแต่ต้นแล้ว หากเปลี่ยนแปลงภายหลังก็มีโอกาสท้องเสีย ท้ายที่สุดพ่อแม่ก็ต้องกลับมาใช้ยี่ห้อเดิม นั่นหมายถึงมูลค่าทางการตลาดที่มหาศาล” พญ.นิพรรณพรกล่าว สำหรับมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่กำหนดให้ สธ.ร่วมกับกระทรวงแรงงาน สำนักนายกรัฐมนตรี กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาขยายสิทธิการลาคลอดจากเดิม 90 วัน เป็น 180 วันนั้น พญ.นิพรรณพร กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเป็นไปได้และมีการนำกฎระเบียบของต่างประเทศมาร่วมพิจารณาด้วย ถือว่ามาตรการนี้ยังมีรายละเอียดที่ซับซ้อนต้องพิจารณาต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องความมั่นคงในการจ้างแรงงานหญิง หากให้สิทธิการลาได้ถึง 180 วัน หรือการจ่ายค่าจ้างระหว่างลาคลอดที่เป็นจริง หากแนวทางดังกล่าวไม่เหมาะสมในทางปฏิบัติ ก็จำเป็นต้องศึกษาทางเลือกอื่นหลายๆแนวทางควบคู่กันไป ที่จะเอื้อให้แรงงานหญิงสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ตามมาตรฐานที่ควรเป็น -กผ-

ข่าวกระทรวงสาธารณสุข+วิทยา บุรณศิริวันนี้

จุดเปลี่ยนสร้างความเชื่อมั่นของการแพทย์ขั้นสูง เมื่ออุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ก้าวสู่ยุค"ต้องมีมาตรฐานและกฎหมายรับรอง"

"จุดเปลี่ยนสำคัญของความเชื่อมั่นของการแพทย์ขั้นสูง" เมื่ออุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ก้าวสู่ยุคที่ "ต้องมีมาตรฐานและกฎหมายรองรับ" อย่างเป็นรูปธรรม หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ากำหนดมาตรฐานธนาคารเซลล์ เพื่อยกระดับความปลอดภัย คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของการจัดเก็บเซลล์ทางการแพทย์ รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของภูมิภาค นายแพทย์ เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานธนาคาร

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณส... สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ — นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมภาคีขับเคลื...

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำ... สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น — กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำเร็จของแคมเปญ "หวานปกติ...

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ (คนแรกจากซ้าย)... อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประกาศความพร้อมจัดงาน CPHI South East Asia 2026 — นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ (คนแรกจากซ้าย) ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อิน...

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการ... กทม. ติดตามสถานการณ์-เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด 19 อย่างใกล้ชิด — นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถ...