เลเวอร์คูเซ่น, เยอรมนี--28 ก.พ.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
- ความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ผู้หญิงกว่า 27 ล้านคนในประเทศที่มีรายได้ต่ำทั่วโลกเข้าถึงการคุมกำเนิดได้มากขึ้น
กลุ่มพันธมิตรเกิดใหม่ทั้งจากภาครัฐ และเอกชนบรรลุข้อตกลงร่วมกันในการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมากกว่า 27 ล้านคนในบรรดาประเทศยากจนที่สุดของโลกสามารถเข้าถึงใช้ยาคุมกำเนิดยี่ห้อ Jadelle(R) ซึ่งเป็นยาคุมกำเนิดแบบฝังชั่วคราวระยะยาวที่มีประสิทธิภาพในราคาที่ลดลงมากกว่า 50% ในช่วง 6 ปีข้างหน้า
The Jadelle Access Program หรือโครงการยาคุมกำเนิด ได้รับการพัฒนา และสนับสนุนจากความร่วมมือของบริษัท ไบเออร์ เฮลธ์แคร์ เอจี (Bayer Healthcare AG) มูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ ( Bill&Melinda Gates Foundation) โครงการ Clinton Health Access Initiative (CHAI) รัฐบาลของนอร์เวย์ สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา และสวีเดน รวมถึงมูลนิธิกองทุน และการลงทุนของเด็ก (Children’s Investment Fund Foundation หรือ CIFF) และ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) โดยได้รับแรงผลักดันมาจากการประชุมสุดยอดที่กรุงลอนดอนเรื่องการวางแผนครอบครัว เมื่อเดือนก.ค. 2555 โดยผู้นำทั่วโลกต่างให้คำมั่นที่จะช่วยเหลือผู้หญิงอีกจำนวน 120 ล้านคนในประเทศกำลังพัฒนาให้เข้าถึงการคุมกำเนิดภายในปี 2563 และยังช่วยสนับสนุนข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการแห่งองค์กรสหประชาชาติ หรือยูเอ็นในประเด็นเกี่ยวกับเครื่องยังชีพด้วยการช่วยปรับรูปแบบของตลาดโลก เพื่อเพิ่มปริมาณสินค้ายังชีพที่มีคุณภาพให้มากขึ้นในปริมาณ และราคาที่เหมาะสม
ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว บริษัทไบเออร์กำลังปรับลดราคายาฝังคุมกำเนิดยี่ห้อ Jadelle(R) จากหลอดละ 18 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือหลอดละ 8.50 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศที่เลขาธิการใหญ่ยูเอ็นเชื่อว่า มีโอกาสน้อยมากที่จะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ในด้านสุขภาพของแม่ และเด็กภายในปี 2558 ยาคุมกำเนิดแบบฝังที่ได้รับการปรับปรุงจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งแต่เดือนก.ย. 2552 สามารถคุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงระยะเวลาถึง 5 ปี
“นวัตกรรม คือ กุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นรากฐานของความรับผิดชอบทางสังคมของเรา” ด็อกเตอร์ จอร์ก เรนฮาร์ดท (Dr. Jorg Reinhardt) ซีอีโอจากไบเออร์ เฮลธ์แคร์ เอจี กล่าว “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้กระจายสินค้าที่ยกระดับคุณภาพชีวิตให้เข้าถึงผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าพวกเขามีรายได้เท่าไร หรืออาศัยอยู่ที่ใด ดังนั้นเราจะดำเนินการแจกจ่ายครั้งใหญ่ เพื่อช่วยเหลือผู้หญิง และเด็กในประเทศกำลังพัฒนาให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น”
ตามเป้าหมายที่วางไว้ โครงการยาคุมกำเนิดจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้มากกว่า 28 ล้านครรภ์ในระหว่างปี 2556-2561 และสามารถป้องกันการเสียชีวิตในอัตราสูงสุดโดยประมาณของทารก 280,000 คน และมารดา 30,000 คน กล่าวได้ว่า โครงการนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพทั่วโลกได้ประมาณ 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบันนี้ เด็กสาวและผู้หญิงมากกว่า 200 ล้านคนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ต้องการตั้งครรภ์นั้น ไม่สามารถเข้าถึงยาคุมกำเนิดที่ทันสมัยได้ ผลการศึกษาพบว่า ผู้หญิงจำนวน 600 ล้านคนในประเทศเหล่านี้ที่กำลังใช้วิธีสมัยใหม่ในการวางแผนครอบครัว มีเพียง 1-2% เท่านั้นที่ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฝัง จำนวนผู้ใช้ยาคุมกำเนิดจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงขึ้นกว่านี้มาก หากพวกเขาได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องโดยการให้คำปรึกษา และการให้บริการทางการแพทย์ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาโครงการที่มีการรณรงค์ให้ใช้ยาคุมกำเนิดแบบฝัง
หลังจากที่มีการเรียกร้องอย่างเร่งด่วนในการประชุมสุดยอด ณ กรุงลอนดอนเพื่อให้กลุ่มความร่วมมือระหว่างรัฐบาล และเอกชนเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กลุ่มพันธมิตรก็ได้เจรจาต่อรองเกี่ยวกับการลดราคายาคุมกำเนิดแบบฝัง เพื่อให้ผู้หญิงทั่วโลกสามารถเข้าถึงวิธีการที่ผู้คนใช้ประโยชน์น้อยเกินไปนี้ได้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การเพิ่มทางเลือกในการคุมกำเนิด
“ในเดือนก.ค. 2555 ผู้นำทั่วโลกได้ให้สัญญาว่าจะช่วยให้ผู้หญิงทั่วโลกสามารถเข้าถึงทางเลือกในการคุมกำเนิดมากขึ้น และในวันนี้ เราเข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว” นางเมลินดา เกตส์ ประธานร่วมมูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์ กล่าว “เราหวังว่าความร่วมมือนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมืออีกหลายด้านที่จะช่วยส่งมอบพลังให้แก่เด็กสาว และผู้หญิงในการสร้างสรรค์ชีวิตที่ดีกว่าทั้งสำหรับตนเอง และครอบครัว”
ร้านค้าทุกแห่งของประเทศที่อยู่ในโครงการ จะวางจำหน่ายยาคุมกำเนิดแบบฝังจากไบเออร์ในราคาหลอดละ 8.50 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะนี้องค์กรขนาดใหญ่ เช่น กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) และ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) และองค์กรเอกชนกำลังประสานงานกันเรื่องการลดราคายาคุมกำเนิดดังกล่าวกับหน่วยงาน และรัฐบาลในประเทศของตน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า โครงการจัดซื้อยาคุมกำเนิดของประเทศจะได้ซื้อยาในราคาใหม่ ขณะที่กระบวนการจัดหา และวงจรการลำเลียงยาคุมกำเนิดจะยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
หน่วยงานรัฐบาล และองค์กรด้านพลเรือนจะเป็นผู้ดำเนินโครงการวางแผนครอบครัวในประเทศที่สมัครใจเข้าร่วมโดยได้รับการสนับสนุนจาก USAID, UNFPA หน่วยงานด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแห่งนอร์เวย์ (NORAD) และฝ่ายการพัฒนาในต่างประเทศแห่งสหราชอาณาจักร (DFID) โครงการจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการเข้าถึงการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวในระยะยาว พร้อมกับเพิ่มทางเลือกในการวางแผนครอบครัวให้แก่บรรดาผู้หญิง และคู่สามีภรรยา
ไบเออร์ เฮลธ์แคร์ เอจี ยังทำงานกับกลุ่มพันธมิตรอื่นๆเพื่อพัฒนาแผนการปรับปรุงโครงสร้างการให้บริการ และอบรมหน่วยงานบริการด้านสุขภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ผู้หญิงจะได้รับบริการฝังยาคุมกำเนิด และนำยาคุมกำเนิดออกจากร่างกายได้อย่างปลอดภัย และมีคุณภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาที่มีประสิทธิภาพ
โครงการซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการนี้ จะช่วยเพิ่มวิธีการที่ทันสมัยให้กับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการวางแผนครอบครัวขององค์กรทางด้านพลเรือนในสังคม เช่น การขยายสาขาองค์กร และจัดตั้งคลินิกเคลื่อนที่ ความร่วมมือดังกล่าวมีแนวโน้มว่า จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้องค์กรเหล่านี้ 2 เท่าในการให้บริการการฝังยาคุมกำเนิด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการคุมกำเนิดได้มากขึ้นตามโครงการในปีนี้ และต่อไปในอนาคต
แหล่งข่าว: มูลนิธิบิล แอนด์ เมลินดา เกตส์
กปภ. ผนึก 12 พันธมิตร สร้างเครือข่ายวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ยกระดับการบริหารจัดการและบริการด้านประปา
สทนช. เดินหน้าบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำโก-ลก ยกระดับความร่วมมือไทย-มาเลเซีย สู่ความยั่งยืน
'กาแฟพันธุ์ไทย' ผนึก 'มทร.ธัญบุรี' ยกระดับการศึกษาไทย ปั้นบัณฑิตสู่ผู้นำธุรกิจรุ่นใหม่ ผ่านสนามการทำงานจริง
ภาควิชาการตลาด Chulalongkorn Business School จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับ บริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นเนล (ไทยแลนด์) ประกาศความสำเร็จ โครงการ "HIT REAL CHALLENGE ปีที่ 3"
ลิสเตอรีน จับมือ สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย เปิดตัว โครงการความร่วมมือ "หมอฟันใกล้ฉัน"
เปิดตัวความร่วมมือครั้งสำคัญ ยกระดับระบบประกันภัย สนับสนุนคนขับเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
อว. โดย สวทช. - พม. ผนึกกำลังดึงนวัตกรรม AI-ดิจิทัล ยกระดับคุณภาพชีวิต "กลุ่มเปราะบาง" ทั่วประเทศ ปูทางสวัสดิการแม่นยำ-ลดเหลื่อมล้ำยั่งยืน
บี.กริม ยกระดับศักยภาพธุรกิจไทย สานพลังไตรภาคี จับมือ NIDA และ Harbour.Space ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ระดับโลก
กทม. จับมือ GIZ เปิดสนามทดลอง "EV เพื่อพี่วิน" ข้อมูลชี้ EV ลดต้นทุนพี่วินได้ถึง 7 เท่าต่อปี ลดฝุ่นเมืองได้ 16 ตันต่อปี