สธ.พร้อมสนับสนุนค่ารักษาผู้ป่วยโรคเรื้อน 2 พันบาท หากสมัครเข้ารับการรักษาด้วยตนเอง

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--16 ม.ค.--กรมควบคุมโรค

สธ. เผยแม้ไทยจะประสบความสำเร็จในการควบคุมโรคเรื้อนได้แล้ว แต่ต้องไม่ประมาท เพราะโรคนี้เกิดขึ้นได้ทุกที่และมีระยะฝักตัวนาน 3-5 ปี ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัว จะเข้าสู่กระบวนการรักษาเมื่ออาการหนักและอยู่ในระยะแพร่เชื้อแล้ว การค้นหาผู้ป่วยและนำเข้าสู่กระบวนการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มเป็น นอกจากจะรักษาหายขาดแล้วยังช่วยลดความพิการด้วย พร้อมให้เงินสนับสนุน 2 พันบาทหากผู้ป่วยสมัครใจเข้ารับการรักษาด้วยตนเอง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเรื้อนมาอย่างต่อเนื่อง และได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกว่าเป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรคเรื้อน แต่จะต้องไม่ประมาทและควรมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะโรคเรื้อนสามารถพบได้ไม่จำกัดภูมิภาค โรคนี้มีระยะฟักตัวนาน 3-5 ปี ผู้ที่ป่วยมักไม่รู้ตัวและไม่ทันสังเกตอาการตัวเอง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาล่าช้า นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายยังปกปิดตนเอง หรือเห็นว่าอาการยังไม่รุนแรงจึงไม่รีบรักษา ผู้ป่วยจะยอมรับเข้าสู่กระบวนการรักษาก็ต่อเมื่ออาการหนักจนเกิดความพิการและอยู่ในระยะแพร่เชื้อแล้ว ส่วนใหญ่จะเกิน 1 ปี ทำให้การตรวจวินิจฉัยและการรักษาล่าช้าไปด้วย ดังนั้นการเร่งค้นหาผู้ป่วยที่อาจหลงเหลือโดยเฉพาะใน 5 จังหวัดที่พบผู้ป่วยใหม่มากที่สุด คือ นราธิวาส บุรีรัมย์ ชัยภูมิ ขอนแก่น อุบลราชธานี ในชุมชน กลุ่มแรงงานต่างด้าว กลุ่มชาวไทยภูเขาซึ่งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลมีความยากลำบากในการเดินทาง เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรักษา จึงเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้การควบคุมและกำจัดโรคเรื้อนหมดสิ้นไปจากประเทศไทย โดยกระทรวงสาธรณสุขตั้งเป้าหมายที่จะลดจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ที่มีอัตราความพิการระดับ 2 ซึ่งเป็นความพิการที่สามารถมองเห็นได้ให้ได้ร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ.2558 นี้ ดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าโรคเรื้อนสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ต้องเร่งค้นหาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มเป็น และต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะรักษาหายขาดแล้วยังช่วยลดความพิการด้วย ซึ่งการค้นหาผู้ป่วยมี 3 วิธี คือ 1. การตรวจผู้ป่วยภายนอกปกติของโรงพยาบาล. 2. การเฝ้าระวังผู้สัมผัสร่วมบ้านของผู้ป่วยเก่าซึ่งจะมีการตรวจทุกปี 3.การสำรวจหมู่บ้าน หากหมู่บ้านใดมีอัตราความชุกของโรคสูง หรือมีการค้นพบผู้ป่วยใหม่ทุกปี หรือใน 5 ปี หรือมีผู้ป่วยเด็กแสดงว่าอัตราการติดต่อยังรุนแรง โรคเรื้อนสามารถติดต่อได้สองทางคือ ทางผิวหนัง และทางระบบทางเดินหายใจ ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคเรื้อนมากที่สุด ได้แก่ ผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่โรคเรื้อนเป็นโรคประจำถิ่น และผู้ที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยโรคเรื้อน หรือผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วยหลายราย อย่างใกล้ชิดและเป็นเวลานาน ปัจจุบันการดำเนินงานควบคุมโรคเรื้อนอยู่ในความดูแลของระบบบริการสาธารณสุขทุกจังหวัด และมีสำนักงานป้องกันควบคุมโรค 12 เขตทั่วประเทศทำหน้าที่ช่วยกำกับดูแลและติดตามช่วยเหลือ มีทีมออกสำรวจหมู่บ้าน และประชาสัมพันธ์ผู้ป่วยให้เข้ารับการตรวจคัดกรอง และรักษาทันที มีการให้สุขศึกษาแก่ผู้ป่วยในการดูแลตนเองซึ่งจะช่วยป้องกันความพิการและการแพร่เชื้อได้ ส่วนการรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อนในปัจจุบันจะใช้ยาสูตรผสม 3 ตัวคือ ไรแฟมพิซิน (Rifampicin) คลอฟาซิมิน (Clofazimine) แดปโซน (Dapsone) ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการรักษาให้เหลือเพียงแค่ 6 เดือน ถึง 2 ปี จากเดิมที่เคยใช้เวลารักษานานถึง 16 ปี ทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น “อาการของผู้ป่วยโรคเรื้อนที่พบทางผิวหนังคือมีลักษณะเป็นวงด่างสีขาว ขอบไม่ชัด หรืออาจเป็นปื้น หรือตุ่มนูนแดงหนา หากเป็นโรคเรื้อนแบบเรื้อรัง ก็จะพบมีใบหูหนา หูผิดรูป หน้าบวม ถ้าเส้นประสาทรับความรู้สึกถูกทำลาย จะทำให้เกิดอาการชาบริเวณผิวหนังที่เป็นรอยโรค ความรู้สึกบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และกระจกตาลดลง บางรายอาจมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนกำลังและกล้ามเนื้อลีบลง ส่วนอาการทางตาคือขนคิ้วร่วง หากมีการทำลายของเส้นประสาทคู่ที่ 7 จะทำให้กล้ามเนื้อที่ใช้หลับตาปิดไม่สนิท ส่งผลให้กระจกตาแห้ง และเกิดแผลทำให้ตาบอดได้ ส่วนอาการระบบอื่นๆได้แก่ต่อมน้ำเหลืองโต เยื่อบุช่องปากนูนหนาบวม และ แตกเป็นแผล นอกจากนี้อาจเกิดการอักเสบของอัณฑะ และหากเชื้อลุกลามเข้าถึงกระดูกซึ่งเป็นบริเวณที่สร้างเม็ดเลือด ก็จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้” ด้าน ศ.นพ.ธีระ รามสูต ประธานมูลนิธิราชประชาสมาสัยกล่าวว่าสถาบันราชประชาสมาสัย ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรคที่ทำหน้าที่ในการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับโรคเรื้อนจะมีการจัดกิจกรรมสัปดาห์ราชประชาสมาสัยขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อรณรงค์แก้ไขปัญหาโรคเรื้อน โดยในปี 2556 นี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิราชประชาสมาสัยฯและองค์กรอาสาสมัครต่างๆ ได้ร่วมจัดโครงการรณรงค์ “รวมใจภักดิ์ 105 ปี จักรีราชประชาสมาสัย” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรีที่ช่วง 105 ปีที่ผ่านมา ทุกพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณให้การสนับสนุนงานโรคเรื้อนมาโดยตลอด กำหนดการจัดงานครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 16 มกราคม 2556 ที่สถาบันราชประชาสมาสัย พระประแดง และใน 4 จังหวัดคือ นราธิวาส กำแพงเพชร มหาสารคาม บุรีรัมย์ ส่วนสำนักงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ก็จะมีการจัดงานในนิคมโรคเรื้อนทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการจัดงานจะมีนิทรรศการให้ความรู้และจัดแสดงผลงานวิชาการด้านโรคเรื้อน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วประเทศช่วยกันค้นหาเฝ้าระวังผู้ป่วยที่หลงเหลืออยู่ และนำเข้าสู่การรักษา โดยมูลนิธิราชประชาสมาสัยจะมอบเงินจำนวน 2,000 บาท ให้กับผู้ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งเป็นผู้นำผู้ป่วยมารักษา ส่วนผู้ที่นำมาตรวจได้ 1,000 บาท และผู้ป่วยได้ 1,000 บาท และถ้าผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยตนเองจะได้ 2,000 บาท จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมช่วยกันทำให้โรคเรื้อนหมดไปจากประเทศไทย ด้วยการแนะนำให้ผู้ป่วยโรคเรื้อนที่ยังไม่รู้ตัว รีบออกมารับการรักษา สำรวจตนเอง คนในครอบครัวหรือเพื่อนบ้าน หากมีอาการน่าสงสัย ผิวหนังเป็นวงด่าง สีขาวหรือแดง มีอาการชา ไม่คัน ไม่เจ็บ ผิวแห้ง เหงื่อไม่ออกบริเวณรอยโรค ใช้ยากินหรือยาทา 3 เดือนแล้วไม่หาย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที กลุ่มเผยแพร่ สำนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค โทรศัพท์:0-2590-3862 / โทรสาร: 0-2590-3386 -กผ-

ข่าวกระทรวงสาธารณสุข+ชลน่าน ศรีแก้ววันนี้

จุดเปลี่ยนสร้างความเชื่อมั่นของการแพทย์ขั้นสูง เมื่ออุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ก้าวสู่ยุค"ต้องมีมาตรฐานและกฎหมายรับรอง"

"จุดเปลี่ยนสำคัญของความเชื่อมั่นของการแพทย์ขั้นสูง" เมื่ออุตสาหกรรมสเต็มเซลล์ก้าวสู่ยุคที่ "ต้องมีมาตรฐานและกฎหมายรองรับ" อย่างเป็นรูปธรรม หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เดินหน้ากำหนดมาตรฐานธนาคารเซลล์ เพื่อยกระดับความปลอดภัย คุณภาพ และความน่าเชื่อถือของการจัดเก็บเซลล์ทางการแพทย์ รองรับการเติบโตของเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง (ATMPs) และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Medical and Wellness Hub ของภูมิภาค นายแพทย์ เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การยกระดับมาตรฐานธนาคาร

นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณส... สธ. ผนึกทุกภาคส่วน เปิดเวที Active Living Forum 2026 สร้างประเทศไทยแอคทีฟ — นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมภาคีขับเคลื...

กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำ... สธ. เปิดชื่อ 14 แบรนด์ดัง ร่วมแคมเปญ 'หวานปกติ = หวาน50%' เผยคนไทยสั่งหวานน้อยเพิ่มขึ้น — กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมอนามัย ปลื้มความสำเร็จของแคมเปญ "หวานปกติ...

นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ (คนแรกจากซ้าย)... อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประกาศความพร้อมจัดงาน CPHI South East Asia 2026 — นางสาวรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ (คนแรกจากซ้าย) ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการภูมิภาคอาเซียน อิน...

นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการ... กทม. ติดตามสถานการณ์-เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด 19 อย่างใกล้ชิด — นายเกรียงไกร ตั้งจิตรมณีศักดา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ (สนพ.) กทม. กล่าวถ...