6 มิ.ย.– 31 ส.ค. สธ.ให้บริการตรวจสุขภาพและฉีดวัคซีนฟรี

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

กรุงเทพฯ--7 มิ.ย.--กรมควบคุมโรค

กระทรวงสาธารณสุข เตรียมวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นและวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ จำนวน 13,000 โด๊ส ให้บริการฟรีแก่พี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยเริ่มรับบริการฟรีได้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2556 ที่หน่วยฉีดวัคซีนทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่กำหนดไว้ นายสุรชัย เบ้าจรรยา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายสมัย เจริญช่าง รองประธานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นายบิลาล อัลอันซารี (Mr.Belal Al Anssari) รองกงสุล สถานเอกอัครราชทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย นายแพทย์ศุภมิตร ชุณห์สุทธิวัฒน์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และผู้ประกอบกิจการฮัจย์ ร่วมเปิดโครงการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคติดต่อแก่ชาวไทยมุสลิมที่ไปแสวงบุญ ณ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติฯ กรุงเทพฯ นายสุรชัย เบ้าจรรยา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การไปประกอบพิธีฮัจย์ ถือเป็นบทบัญญัติข้อหนึ่งของศาสนาอิสลาม สำหรับชาวมุสลิมที่มีความพร้อมและความสามารถจะต้องไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองมักกะห์และเมืองมะดีนะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งทุกปีจะมีชาวมุสลิมจากทั่วโลกประมาณ 2-3 ล้านคน เดินทางไปประกอบพิธีดังกล่าว การที่ผู้ไปประกอบพิธีฮัจย์เป็นคนจากหลายเชื้อชาติทุกภูมิภาคของโลก จะต้องอาศัยอยู่รวมกันจำนวนมากในสถานที่จำกัด จึงมีโอกาสที่จะเกิดการเจ็บป่วยได้ง่าย นายสุรชัย ยังกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขเห็นความสำคัญและมีนโยบายส่งเสริมให้ชาวไทยมุสลิมเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์อย่างมีคุณภาพ ในปีนี้จะมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 13,000 คน กระทรวงสาธารณสุขจะดูแลด้านสุขภาพและเตรียมความพร้อมให้ชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปในครั้งนี้ โดยจัดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคแก่ชาวไทยมุสลิม 2 ชนิด คือ วัคซีนป้องกันโรคกาฬหลังแอ่น และวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ตามที่ประเทศซาอุดิอาระเบียกำหนด ซึ่งจัดให้บริการแก่ชาวไทยที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ทุกคนโดยไม่คิดมูลค่า เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันไม่ให้ป่วยจาก 2 โรคดังกล่าว โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่ 6 มิถุนายน–31 สิงหาคม 2556 นี้ และให้มีการตรวจสุขภาพก่อนการเดินทาง เพื่อให้มีความพร้อมด้านสุขภาพก่อนเดินทางมากที่สุด รวมถึงการจัดหน่วยแพทย์พยาบาล จำนวน 40 คน ไปให้บริการที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย นอกจากนั้นยังจัดให้มีการติดตามเฝ้าระวังโรคหลังกลับจากการประกอบพิธีแล้ว 1 เดือน โดยมีผู้ประสานงานในแต่ละจังหวัดรวม 53 จังหวัด ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า สำหรับชาวไทยมุสลิมที่จะรับบริการฉีดวัคซีนก่อนเดินทาง ส่วนกลางในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลสามารถไปขอรับบริการได้ที่ 1.สถาบันบำราศนราดูร 2.ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าเรือกรุงเทพ 3.สถานเสาวภา สภากาชาดไทย และ 4.โรงพยาบาลนวมินทร์9 ส่วนในภูมิภาคหรือต่างจังหวัด สามารถรับบริการที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.เชียงใหม่, ที่ 11 นครศรีธรรมราช และ ที่ 12 สงขลา ซึ่งขณะนี้กรมควบคุมโรคได้จัดเตรียมวัคซีนไว้ให้บริการอย่างเพียงพอแก่ผู้เดินทางไปแสวงบุญที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมการศาสนาไว้แล้ว สามารถสอบถามจุดบริการและไปรับบริการได้ตามสถานที่ดังกล่าวข้างต้น “สำหรับกิจกรรมในพิธีเปิดโครงการในครั้งนี้ มีการให้ความรู้แก่ผู้ที่จะเดินทางไปแสวงบุญ เช่น การเตรียมตัว การปฏิบัติตัวก่อนขึ้นเครื่องบิน การดูแลสุขภาพระหว่างประกอบศาสนกิจ และหลังเดินทางกลับ รวมถึงการให้บริการตรวจสุขภาพก่อนเดินทางไปแสวงบุญ จากหน่วยงานที่ให้การสนับสนุน ได้แก่ สถาบันบำราศนราดูร สถาบันราชประชาสมาสัย โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลไม้แก่น โรงพยาบาลรือเสาะ โรงพยาบาลควนกาหลง โรงพยาบาลปทุมธานี โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 กรุงเทพฯ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา โรงพยาบาลปทุมธานี และโรงพยาบาลนวมินทร์9 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามและติดต่อได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค เบอร์โทรศัพท์ 1422” นายแพทย์โอภาส กล่าวปิดท้าย ติดต่อ: สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค โทรศัพท์: 0-2590-3862 / โทรสาร: 0-2590-3386 -กผ- สามารถคลิกดูภาพประกอบได้ที่ www.thaipr.net

ข่าวกระทรวงสาธารณสุข+สุรชัย เบ้าจรรยาวันนี้

เตือนอันตรายเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส เสี่ยงก๊าซพิษสะสม ย้ำต้องมีระบบระบายอากาศทุกครั้ง ที่ใช้งาน

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เตือน ประชาชนและผู้ประกอบการสถานที่พัก ใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สต้องเปิดพัดลมระบายอากาศหรือมีช่องระบายอากาศที่เหมาะสมทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายจากการสะสมของก๊าซพิษ ซึ่งอาจทำให้ขาดออกซิเจน หมดสติ และเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในห้องน้ำขนาดเล็กหรือขาดการระบายอากาศ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากกรณีสื่อออนไลน์นำเสนอเหตุการณ์ครอบครัวหนึ่งเกือบเสียชีวิตจากการสูดดมก๊าซพิษในห้องพักรีสอร์ทจังหวัดเพชรบูรณ์ สะท้อนความเสี่ยงจากการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นระบบ

PM2.5 รบกวนปีใหม่คนกรุงเทพ กรมอนามัย กระท... กรมอนามัย เฝ้าระวัง PM 2.5 ต้นปี 69 แนะประชาชนดูแลตนเอง-ปกป้องกลุ่มเปราะบาง — PM2.5 รบกวนปีใหม่คนกรุงเทพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์ฝุ่นละ...

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ห่วงประชาชนที่... เดินทางไกลช่วงปีใหม่ มองหา 4 ป้ายมาตรฐานกรมอนามัย สุขอนามัยดี ปลอดภัย ห่างไกลโรค — กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ห่วงประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที...

นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้า... MEDEZE ร่วมออกบูธงาน Thailand ATMP Roadmap 2025 ตอกย้ำบทบาทขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการแพทย์ขั้นสูงของไทย — นายแพทย์วีรพล เขมะรังสรรค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ...

แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนา... กรมอนามัย-รพ.วชิระภูเก็ต เปิดตัวหลักสูตร "LIFE ศาสตร์แห่งการมีชีวิตที่ยืนยาว (Longevity)" — แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย และนายแพทย์วีระศั...