บลจ.กสิกรไทย โชว์ผลการดำเนินงานปี 2556 รักษาตำแหน่งผู้นำธุรกิจจัดการกองทุน ทั้งกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คาดการณ์ว่าสิ้นปี 2556 จะมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมประมาณ 930,000 ล้านบาท พร้อมขึ้นแท่นผู้นำตลาดกองทุนต่างประเทศ เชื่อมั่นอุตสาหกรรมกองทุนโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกและความรู้ความเข้าใจของผู้ลงทุน ดัน AUM ปี 2557 ทะลุ 1 ล้านล้านบาท
นายจงรัก รัตนเพียร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ. กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ. กสิกรไทย ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในธุรกิจจัดการกองทุนต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 พร้อมวางเป้าหมายปี 2557 ด้วยการเป็นบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแห่งแรกในประเทศที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมากกว่า 1,000,000 ล้านบาท โดยเชื่อมั่นว่าปี 2557 อุตสาหกรรมจัดการกองทุนจะยังคงเติบโตได้อีก เนื่องจากผู้ลงทุนในวงกว้างเริ่มมีความเข้าใจในการลงทุนที่ดีขึ้น อีกทั้งสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่แม้ว่าจะมีความเปราะบางอยู่บ้างแต่ก็ส่งสัญญาณในทางบวกมากขึ้น ซึ่ง บลจ.กสิกรไทย ได้คัดสรรจากสินทรัพย์การลงทุนที่น่าสนใจจากทั่วโลกมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย เพื่อเตรียมพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ลงทุน
นายจงรัก กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในด้านการบริหารกองทุนต่างประเทศ(FIF) ทั้งกองทุนเดิมและกองทุนใหม่ที่เสนอขายครั้งแรกในปี 2556 ซึ่งได้แก่กองทุน K-USXNDQ (กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100) K-EUROPE (กองทุนเปิดเค ยุโรเปียนหุ้นทุน) K-ASIA (กองทุนเปิดเค เอเชียนสมอลเลอร์ หุ้นทุน ) ก็ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดีตลอดปี 2556 ทำให้บริษัทสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ด้วยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวม 40,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 36% ของกองทุน FIF ในอุตสาหกรรม ในขณะที่ด้านผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน FIF ในเกือบทุกประเภท เช่น กองทุนหุ้นจีน กองทุนหุ้นสหรัฐฯ กองทุนผสม กองทุนตลาดเกิดใหม่เป็นต้น ยังติดอันดับ 1 ใน 3 กองทุนที่มีผลการดำเนินงานสูงที่สุดอีกด้วย (ณ 13 ธ.ค. 2556)”
“บลจ.กสิกรไทย มั่นใจว่าแนวโน้มการลงทุนในกองทุน FIF จะเป็นไปได้ดียิ่งขึ้นในปี 2557 จากเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการเงินผ่อนคลายเชิงปริมาณอย่างมากเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือความไม่แน่นอนของช่วงเวลาการไถ่ถอน QE ของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะทยอยเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐมีความมั่นคง รวมถึงการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่ของรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอย จะส่งผลดีกับเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค และช่วยชดเชยกับเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวลง ในขณะที่การลงทุนในประเทศก็ยังมีความน่าสนใจแม้จะมีความผันผวนสูงกว่าการลงทุนในต่างประเทศ โดยคาดว่าปี 2557 จะเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวไปอยู่ที่ร้อยละ 4-5 จากร้อยละ 2.6-3.0 โดยมีตัวแปรสำคัญคือสถานการณ์ขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการเดินหน้าแผนการลงทุนภาครัฐขนาดใหญ่” นายจงรักกล่าว
นายจงรักกล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย บลจ.กสิกรไทย มองว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนยังคงเติบโตได้ดีจากการบริโภคในประเทศ ซึ่งกลุ่มที่น่าสนใจได้แก่ ส่งออก สินค้าโภคภัณฑ์ และ อสังหาริมทรัพย์ โดย บลจ.กสิกรไทย มองเป้าหมาย SET Index ในปี 2557 ที่1,520จุด ส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว ส่วนกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ บลจ.กสิกรไทย จะยังคงรักษา พอร์ตโฟลิโอ ดูเรชัน (Portfolio Duration) ที่ระดับปานกลางเพื่อให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่อยู่ในลักษณะผ่อนคลาย โดยที่ยังคงเน้นการลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐ ซึ่งเชื่อว่าจะได้ประโยชน์จากเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ยังคงไหลเข้ามาลงทุนกับตราสารหนี้ในประเทศ และจะทยอยเพิ่มสัดส่วนตราสารหนี้ธนาคาร โดยเฉพาะสถาบันการเงินภาครัฐที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ยังคงให้โอกาสรับผลตอบแทนดี”
“การเป็นผู้นำในธุรกิจจัดการกองทุนของ บลจ.กสิกรไทย นั้น ช่วยเพิ่มอำนาจในการเข้าถึงตราสารที่มีคุณภาพ แหล่งข้อมูลที่หลากหลาย รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ และเพิ่มอำนาจการต่อรองกับคู่ค้าและผู้ออกตราสาร พร้อมทีมจัดการกองทุนขนาดใหญ่ ซึ่งมีประสบการณ์และความรู้ความสามารถตามมาตรฐานสากล ทำให้มีความได้เปรียบในการหาโอกาสลงทุนทุกช่วงเศรษฐกิจ รวมถึงมีกองทุนที่หลากหลายนโยบาย และกระจายความเสี่ยงในการลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างเหมาะสม โดยยึดมั่นจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังมีการสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านบริการของ K-Expert นอกจากนี้ในด้านการบริการก็มีการประสานงานกับธนาคารกสิกรไทยเพื่อพัฒนาบริการต่างๆที่ตอบโจทย์ผู้ลงทุนได้ตรงจุด อาทิ บริการ K-Cyber Invest ซึ่งในปี 2556 มียอดผู้สมัครใช้บริการมากกว่า 90,000 ราย หรือเพิ่มขึ้นถึง 19% จากปี 2555 และสามารถนำเสนอบริการใหม่ๆที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนได้ตรงจุด เช่น การเปิดให้ดาวน์โหลดหนังสือรับรองการซื้อ LTF/RMF บนเว็บไซต์ซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถยื่นภาษีได้เร็วขึ้น”นายจงรักกล่าวในที่สุด
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ