พล.ต.อ.เอกฯ รอง ผบ.ตร. ประชุม ศปก.ตร. ติดตามสถานการณ์และคดีสำคัญในรอบ 24 ชม. (10.30 น.)

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          วันที่ 5 กรกฏาคม 2557 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุม ศปก.ตร. / พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.เรืองศักดิ์ จริตเอก ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อำนาจ อันอาตม์งาม ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผบช.สกพ., ผบช.สยศ. และผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ประชุม ศปก.ตร. เพื่อติดตามสถานการณ์ในรอบ 24 ชั่วโมง ได้แก่ การรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง, สถานภาพอาชญากรรมและเร่งรัดติดตามคดีสำคัญ, สรุปผลการปราบปรามการพนัน, การจับกุมยาเสพติด, สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
          ทั้งนี้ พล.ต.อ.เอกฯ รอง ผบ.ตร. ได้ชื่นชมการปฏิบัติงาน ดังนี้
          1. กรณี สภ.อรัญประเทศ ภ.จว.สระแก้ว จับกุมและขยายผลชาวกัมพูชาลักลอบหลบหนีเข้าเมือง เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2557
          2. กรณี สภ.นาโยง ภ.จว.ตรัง ตรวจสอบโรงรับจำนำที่เปิดบริการโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2557 พบรถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่มีผู้มาจำนำเป็นจำนวนมาก ตำรวจกำลังเร่งหาที่มาที่ไปและความเชื่อมโยงกับธุรกิจผิดกฎหมายอื่น ๆ โดย รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และถือเป็นกรณีศึกษาเพื่อป้องปรามมิให้กลับมาเปิดกิจการเอาเปรียบประชาชนอีก
          ส่วนกรณีตำรวจ ภ.จว.ชลบุรี เข้าตรวจค้นและสั่งปิดวินเนอร์ผับที่เปิดเกินเวลาและตรวจสอบพบสารเสพติดในตัวนักท่องเที่ยวนั้น รอง ผบ.ตร. ชื่นชมการปราบปรามจับกุม แต่ได้กำชับให้เพิ่มมาตรการควบคุมและป้องกันมิให้กลับมาเปิดบริการได้อีก และควรเรียกผู้ประกอบการมากำชับย้ำเตือนให้เปิดบริการตามกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องหมั่นตรวจตราดูแลแต่ต้องไม่กระทบบรรยากาศในการท่องเที่ยว
          มีรายงานคนร้าย 2 คน ขี่จักรยานยนต์มายิงชาวมุสลิมเสียชีวิต 1 คน หน้ามัสยิด ในพื้นที่ สภ.โสร่ง ภ.จว.ปัตตานี และเหตุยิงบ้านราษฎร ในพื้นที่ สภ.รามัน ภ.จว.ยะลา ดังนั้น พล.ต.อ.เอกฯ รอง ผบ.ตร. จึงกำชับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ดำเนินมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมอย่างเข้มข้น และเพิ่มการตรวจตราร่วมกับทหาร เพราะแม้ขณะนี้เป็นช่วงเดือนรอมฎอนของพี่น้องมุสลิม แต่ก็มีการก่อเหตุลอบยิงบริเวณใกล้มัสยิดอยู่เนือง ๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความอุ่นใจให้พี่น้องมุสลิมให้สามารถดำเนินชีวิตและประกอบศาสนกิจโดยปราศจากความกังวล
          ส่วนผลการตั้งจุด ว.43 ร่วมกันระหว่างตำรวจ - ทหาร ประจำวันที่ 4-5 ก.ค. 2557 ในพื้นที่ บช.น. และ ภ.1-9 สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยาเสพติดและอาวุธมีด ได้ 4 ราย รวมผู้ต้องหา 9 คน
          ในส่วนของการผลการจับกุมผู้กระทำผิดการพนันฟุตบอล ประจำวันที่ 3 ก.ค. 2557 ได้ผู้ต้องหา 50 ราย (50 คน) ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ บช.น. โดยทั้งหมดเป็นผู้เล่นพนันพร้อมโพยและเงินสด ในภาพรวมการจับกุมตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. - 3 ก.ค. 2557 จับผู้ต้องหาได้ 3,771 คน เป็นเจ้ามือ 236 คน, ผู้เล่น 3,413 คน และคนเดินโพย 110 คน รวมมูลค่าเงินสดของกลาง 1,904,451 บาท และ มูลค่าโพย 28,831,607 บาท
          สำหรับผลการตรวจสอบ/ปิดเว็บไซต์ การพนันทายผลบอลโลกวันที่ 4 ก.ค. 2557 ตรวจสอบ 74 เว็บไซต์ ส่งให้ ICT ปิดกั้นไปทั้งสิ้น 1,791 เว็บไซต์, ทำการปิดกั้นสำเร็จแล้ว 1,227 เว็บไซต์ และอยู่ระหว่างดำเนินการ 564 เว็บไซต์ ซึ่ง พล.ต.อ.เอกฯ รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ประสาน ICT เร่งดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการโดยด่วน อย่าปล่อยให้สะสมมาก และหลังเทศกาลฟุตบอลโลกให้เร่งประมวลผลการดำเนินการของศูนย์ฯ เพื่อรายงานผลให้ทราบในวงกว้าง และจักได้นำมาเป็นต้นแบบในการป้องกันการพนันฟุตบอลลีกอื่น ๆ ต่อไป

พล.ต.อ.เอกฯ รอง ผบ.ตร. ประชุม ศปก.ตร. ติดตามสถานการณ์และคดีสำคัญในรอบ 24 ชม. (10.30 น.)
พล.ต.อ.เอกฯ รอง ผบ.ตร. ประชุม ศปก.ตร. ติดตามสถานการณ์และคดีสำคัญในรอบ 24 ชม. (10.30 น.)
พล.ต.อ.เอกฯ รอง ผบ.ตร. ประชุม ศปก.ตร. ติดตามสถานการณ์และคดีสำคัญในรอบ 24 ชม. (10.30 น.)
 

ข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติ+เรืองศักดิ์ จริตเอกวันนี้

เผยสถิติไตรมาส 1 ปี 2569 พบการเข้าใช้แอปและเว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อเช็กก่อนลงทุนกว่า 1.5 แสนครั้ง สะท้อนประชาชนเน้นปิดเสี่ยงเลี่ยงภัยหลอกลงทุน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยสถิติไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่า ประชาชนยังคงตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการตรวจสอบก่อนลงทุน ผ่านการเข้าใช้งานเครื่องมือของ ก.ล.ต. รวมกว่า 1.5 แสนครั้ง สะท้อนพฤติกรรมการคัดกรองความเสี่ยงจากการลงทุนตั้งแต่ต้นทาง ขณะเดียวกันสายด่วนแจ้งหลอกลงทุน ก.ล.ต. รับเบาะแส 3,473 ครั้ง ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการดำเนินการช่วยเหลือและลดความเสียหายแก่ประชาชน พร้อมเดินหน้ามาตรการเชิงรุก 3Cs รับมือมิจฉาชีพหลอกลงทุน จากข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติเดือนมีนาคม 2569

กทม. แจงกรณีเปลี่ยนไซเรนรถดับเพลิง อุปกรณ์เดิมเสื่อมสภาพ-เปลี่ยนอะไหล่ใหม่ตามระเบียบราชการ

นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (สปภ.) กทม. กล่าวกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีข้อสังเกตการซ่อมบำรุงรถดับเพลิงของ กทม. อาจมีการถอดเปลี่ยนอุปกรณ์สัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือไซเรนจากของเดิมที่ผลิต...

เมื่อเทศกาลวันแห่งความรักเวียนมาถึง หลายค... สคส. เตือน ระวังรักออนไลน์ Romance Scam ล้วงข้อมูลส่วนบุคคล สูญเกือบ 2 พันล้าน — เมื่อเทศกาลวันแห่งความรักเวียนมาถึง หลายคนกำลังเปิดใจรับความรัก ความหวัง ...