กปภ. จับมือกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาและออกแบบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแก้ไขปัญหาด้านแหล่งน้ำดิบในอนาคต ในวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ณ สำนักงานใหญ่ กปภ. 
          นางรัตนา กิจวรรณ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า กปภ. ได้ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามในความร่วมมือด้านการศึกษาและออกแบบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย Riverbank Filtration ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการศึกษาในพื้นที่ต่อเนื่องจากระยะที่ ๑ บริเวณพื้นที่จังหวัดเชียงราย กำแพงเพชร และอุทัยธานี เพื่อเดินหน้าการศึกษาวิจัยสำรวจในขั้นรายละเอียด จากนั้นจะคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพและความเหมาะสมมากที่สุด 1 แห่ง เพื่อดำเนินการออกแบบโครงสร้างระบบบ่อผลิตน้ำต่อไป โดยในอนาคต กปภ. มีแผนพิจารณาแหล่งน้ำบาดาลที่ได้จากการศึกษาและพัฒนามาเป็นแหล่งน้ำดิบสำรอง
          ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาภัยแล้งหรือปัญหาทางด้านคุณภาพน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตน้ำประปา ตลอดจนเตรียมพร้อมสำหรับบางพื้นที่ที่มีความจำเป็นต้องขยายกำลังการผลิตอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ประกอบด้วย
สำหรับความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานนั้น เกิดจาก กปภ. และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้ตระหนักถึงปริมาณและสัดส่วนความต้องการใช้น้ำของประเทศในกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ความต้องการใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคของประชาชน การเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม หากไม่ดำเนินการศึกษาหรือหาวิธีพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้มีการกักเก็บน้ำดิบได้เพียงพอ และเหมาะสมกับความต้องการในอนาคต ปัญหาการขาดแคลนน้ำจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะรับผิดชอบดำเนินการศึกษาพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย Riverbank Filtration และ กปภ. จะทำหน้าที่สนับสนุนด้านสถานที่ ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการศึกษา ซึ่งการลงนามความร่วมมือดังกล่าวจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม 2557 ณ สำนักงานใหญ่ กปภ. กรุงเทพฯ 
          นางรัตนา กิจวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยร่วมมือด้านการศึกษาและออกแบบโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขนาดใหญ่ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย Riverbank Filtration ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของ กปภ. ที่จะดำเนินการตามภารกิจขององค์กรในการสำรวจ จัดหาแหล่งน้ำดิบและจัดให้ได้มาซึ่งน้ำดิบสำหรับใช้ในกิจการประปา เพื่อให้ประชาชนมีน้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอและทั่วถึงต่อไป


ข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม+กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติวันนี้

กลุ่มเซ็นทรัล ผนึกกำลัง มูลนิธิเอสโอเอส ส่งต่ออาหารส่วนเกินคุณภาพดี สู่กลุ่มเปราะบาง เดินหน้าลดขยะอาหาร ลดก๊าซเรือนกระจก

ปัญหา "ขยะอาหาร" (Food Waste) กำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลกที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงทางอาหาร ข้อมูลจาก กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า คนไทยสร้างขยะอาหารเฉลี่ยสูงถึง 86 กิโลกรัมต่อคนต่อปี และประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในอันดับ 77 ของโลก ในการสร้างขยะอาหาร ซึ่งขยะอาหารเหล่านี้เมื่อถูกฝังกลบจะเกิดกระบวนการย่อยสลายที่ปล่อย ก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกสำคัญที่เร่งให้เกิดภาวะ