หากแต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งไปกว่าประโยชน์ที่กล่าวมา กลับเป็นเรื่องราวความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาของปลาชนิดนี้ เนื่องจากปลาทับทิมไม่ใช่ปลาพื้นถิ่นของไทย ไม่มีต้นกำเนิดสายพันธุ์ที่หาพบได้ตามธรรมชาติของบ้านเรา แต่เกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ปลาที่มีถิ่นกำเนิดเดิมอยู่ที่ทวีปแอฟริกา ที่ สมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะ เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้นำทูลเกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2508 จำนวน 50 ตัว พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้ทดลองเลี้ยงปลาพันธุ์ดังกล่าวในบ่อปลาสวนจิตรลดา จนเป็นหนึ่งในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา และพระราชทานชื่อว่า “ปลานิลจิตรลดา” ซึ่งผลการทดลองปรากฏว่าปลาที่ทดลองเลี้ยงเจริญเติบโตและแพร่ขยายพันธุ์ได้เป็นอย่างดี ต่อมาจึงได้พระราชทานชื่อว่า ปลานิล ที่มีที่มาจากชื่อแม่น้ำไนล์ (Nile) ที่เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิม (ชื่อวิทยาศาสตร์ Tilapia nilotica) และเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ.2509 ทรงพระราชทานพันธุ์ปลาจำนวนหนึ่งแก่กรมประมง เพื่อนำไปขยายพันธุ์และแจกจ่ายแก่พสกนิกร และปล่อยลงไว้ตามแหล่งน้ำต่างๆ เนื่องจากปลานิลสามารถอาศัยอยู่ได้ในน้ำจืดและน้ำกร่อย กินอาหารได้ทุกชนิด ขยายพันธุ์ง่าย และมีรสชาติดี
ต่อมาในปีพ.ศ.2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานแนวพระราชดำริแก่ นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ให้พัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิล เนื่องจากขณะนั้นกระแสความนิยมบริโภคเนื้อปลาเพื่อรักษาสุขภาพมีมากขึ้น แต่ปลาทะเลกลับลดปริมาณลงเรื่อยๆ กลุ่มธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำซีพีเอฟ จึงได้เริ่มวาง โครงการพัฒนาสายพันธุ์ปลา ด้วยการนำปลานิลจิตรลดาพระราชทาน มาเป็นต้นตระกูลเพื่อพัฒนาสายพันธุ์ตามแนวพระราชดำริ โดยคัดเลือกสายพันธุ์ปลานิล ทั้งจากอเมริกา อิสราเอล และไต้หวัน ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเด่นมากในด้านต่างๆ โดย ปลาอเมริกาเป็นปลาที่สีแดงสวยและทนต่อความเค็มของน้ำได้ดี ส่วนปลาอิสราเอลเป็นปลาที่สามารถเลี้ยงได้ในความหนาแน่นสูงมากๆ และปลานิลไต้หวันเป็นพันธุ์ที่เจริญเติบโตเร็ว ด้วยการนำปลาเหล่านี้มาผสมข้ามพันธุ์กันและปรับปรุงสายพันธุ์ทางด้านคุณภาพให้ดีขึ้น โดยวิธีตามธรรมชาติ ไม่ใช้การตัดแต่งพันธุกรรม (Non-GMOs) จากนั้นจึงคัดเลือกลักษณะเด่นต่างๆ กระทั่งได้ปลาเนื้อพันธุ์ใหม่ ที่มีลักษณะภายนอกอันโดดเด่น คือ สีของเกล็ดและตัวปลาที่มีสีขาวอมแดงเรื่อๆ ถึงสีแดงอมชมพู คล้ายทับทิม เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามปลาชนิดใหม่นี้ว่า “ปลาทับทิม” ที่สำคัญยังมีลักษณะเด่นที่ความอดทนสามารถเลี้ยงได้ดีในน้ำกร่อย (ทั้งปลาทับทิมและปลานิลถูกเรียกว่าเป็นปลา 2 น้ำ) เนื้อแน่น มีรสชาติอร่อยกว่าปลานิลธรรมดา
เรื่องการปรับปรุงพันธุ์ปลานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเราเท่านั้น หากแต่ในหลายประเทศก็ได้ทำการปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้เหมาะสมกับการเลี้ยงในประเทศของตนเอ ทั้งในอเมริกา อิสราเอล มาเลเซีย อินโดนีเซีย ซึ่งประเทศที่กล่าวมาเหล่านี้ทำล้วนปรับปรุงสายพันธ์ปลานิลมาเป็นระยะเวลายาวนานทั้งสิ้น ส่วนเรื่องสีสันของปลานั้นก็จะได้มาจากลักษณะเด่นของพันธุ์ปลาที่นำมาผสมพันธุ์ตามธรรมชาตินั่นเอง เช่น ปลานิลอินโดนีเซียมีสีเข้มออกสีน้ำเงินและมีความต้านทานต่อสภาพอุณหภูมิต่ำได้อย่างดี ปลามาเลเซียสีชมพูอ่อนๆเกือบขาว ส่วนปลาทับทิมไทยถูกปรับปรุงพันธุ์ให้มีสีออกแดงอมชมพูเพื่อให้ดูโดดเด่นเมื่อเทียบกับปลานิลที่มีสีดำ เป็นต้น
นอกจากปลาทับทิมจะมีข้อดีด้านคุณค่าทางโภชนาการดังที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว ปลาชนิดนี้ยังมีปริมาณเนื้อมาก และมีอัตราการเจริญเติบโตที่รวดเร็วในระยะเวลาเพียง 4-5 เดือน ทางกรมประมงจึงส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงปลาทับทิมเป็นอาชีพในแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใสสะอาด ปราศจากมลภาวะ ไม่มีการใช้ยาและสารเคมีที่ทำให้เกิดสารพิษตกค้างในตัวปลา และได้วางมาตรฐานการปฏิบัติทางการประมงที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำ (Good Aquaculture Practice : GAP) ที่เป็นเหมือนเครื่องหมายยืนยันคุณภาพของสินค้า ซึ่งจะทำให้ปลาที่เลี้ยงออกมามีมาตรฐาน ปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ขณะเดียวกัน ซีพีเอฟ ในฐานะผู้ปรับปรุงสายพันธุ์ปลาทับทิมก็ได้ส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังตามมาตรฐานแก่เกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรไทยมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง เนื่องจากเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย การดูแลไม่ยุ่งยาก เกษตรกรสามารถเลี้ยงได้แม้จะมีทุนน้อย ทั้งยังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี มีประโยชน์ต่อผู้บริโภค ผลผลิตปลาเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากมีผู้นิยมบริโภคทั่วไป ร้านอาหาร โต๊ะจีน ที่ต่างนิยมนำปลาทับทิมมาทำเป็นอาหาร จึงกลายเป็นปลาเศรษฐกิจจนถึงปัจจุบัน
แม็คโครเคียงข้างเกษตรกรไทย รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรท้องถิ่นต่อเนื่อง หนุนสร้างงานสร้างอาชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจโต
โครงการส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรในระดับชุมชนสร้างอาชีพมั่นคง ต่อยอดมูลค่าผลิตผลทางการเกษตร
"ธุรกิจชุมชน" กับการสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง และกลไกสร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศ
ผู้ประกอบการไทยไม่ได้ขาดแค่เงินทุน แต่ขาด "ตลาด" เมื่อการสร้างอาชีพยุคใหม่ ต้องไปไกลกว่าการให้ทุน
เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์ สานต่อความสำเร็จ "ตลาดนัดวัยเรียน ปี 5" เปิดพื้นที่สร้างสรรค์อาชีพ ชวนช้อปสินค้าหลากสไตล์ ฝีมือนักเรียน จ.ปทุมธานี
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกำลังภาครัฐ หนุนผู้ประกอบการเริ่มต้นธุรกิจ เปิดพื้นที่ "แม็คโคร-โลตัส" ขายฟรี 6 เดือน
UMI GROUP มอบกระเบื้องปรับปรุงบ้านพัก "โครงการบ้านกึ่งวิถี" จังหวัดเชียงใหม่
ก.แรงงาน ปักหมุดสระแก้ว เปิด SAKAEO SKILLS FOR ALL เรียนได้งบ จบได้งาน" สร้างทักษะ สร้างอาชีพ