สำหรับรายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดแสดงไว้ในส่วนท้าย
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตทั้งหมดสะท้อนถึงมุมมองของฟิทช์ว่ามีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ธนาคารรัฐดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย
ธนาคารรัฐทั้ง 6 แห่งนี้มีความสัมพันธ์กับรัฐบาลในระดับสูงและทั้งหมดถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้รัฐบาลยังได้ให้ความช่วยเหลือแก่ธนาคารรัฐเหล่านี้มาอย่างต่อเนื่อง อาทิเช่นการชดเชยทางการเงินจากความเสียหายที่เกิดจากการดำเนินงานที่สนับสนุนนโยบายของภาครัฐ หรือการเพิ่มเงินทุนให้กับธนาคารในกรณีที่มีความจำเป็น
กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดใน EXIM GSB และ GH BANK และถือหุ้นเกือบทั้งหมดใน BAAC และ SME BANK สำหรับ IBANK สัดส่วนการถือหุ้นโดยทางตรงของกระทรวงการคลังในธนาคาร ถูกจำกัดที่ 49% แต่การถือหุ้นใน IBANK โดยธนาคารรัฐอื่น ส่งผลให้รัฐบาลมีสัดส่วนการถือครองหุ้นใน IBANK เกิน 98%
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term IDR) ของ EXIM และ SME BANK อยู่ในระดับเดียวกันกับรัฐบาลไทย อันดับเครดิตภายในประเทศของ BAAC EXIM GH BANK และ SME Bank เป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุด
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ IBANK อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตของรัฐบาล 2 อันดับ สะท้อนถึงระดับการถือหุ้นทางตรงของกระทรวงการคลังในระดับที่ต่ำกว่าธนาคารรัฐอื่น และการระบุถึงการสนับสนุนที่รัฐบาลจะให้กับธนาคารในพระราชบัญญัติจัดตั้งธนาคารที่มีความชัดเจนน้อยกว่าเมื่อเทียบกับธนาคารรัฐอื่น
แม้ว่าฟิทช์คาดว่ารัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารรัฐเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงทีในกรณีที่มีความจำเป็น อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของ BAAC EXIM GH BANK และ GSB ที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ในระดับที่มีความจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล อย่างไรก็ตาม SME BANK และ IBANK ได้เผชิญกับผลประกอบการที่ตกต่ำและปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้ แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์มองว่าผลประกอบการที่อ่อนแอลงของธนาคารทั้งสองแห่งไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคาร ทั้งนี้รัฐบาลได้มีการเตรียมแผนการเพิ่มทุนให้กับธนาคารทั้งสองแห่งไว้แล้ว
ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต -อันดับเครดิตสากลและอันดับเครดิตภายในประเทศ
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (ของ EXIM IBANK และ SME BANK) จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกันกับการเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของประเทศไทย แต่อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคารรัฐเหล่านี้ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทย เนื่องจากรัฐบาลไทยน่าจะยังคงมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (default risk) ที่ต่ำที่สุดในประเทศ
การปรับตัวลดลงของโอกาสที่ธนาคารแต่ละแห่งจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอาจส่งผลให้มีการปรับลดอันดับเครดิตสากลและอันดับเครดิตภายในประเทศของธนาคารนั้น อาทิเช่น การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐบาล การเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมาย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจบ่งชี้ถึงการให้ความสนับสนุนของรัฐบาลที่ลดลงและจะส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต อย่างไรก็ตามฟิทช์มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง
รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมด มีดังนี้
BAAC
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’ และยกเลิกอันดับเครดิต
EXIM:
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F2’
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’
- อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำคงอันดับที่ ‘BBB+’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
GH Bank
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’ และยกเลิกอันดับเครดิต
GSB
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’ และยกเลิกอันดับเครดิต
IBANK
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘BBB-’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F3’
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’
- อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำคงอันดับที่ ‘BBB-’
- อันดับเครดิตในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
SME Bank
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘BBB+’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F2’
- อันดับเครดิตสนับสนุนคงอันดับที่ ‘2’
- อันดับเครดิตสนับสนุนขั้นต่ำคงอันดับที่ ‘BBB+’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวคงอันดับที่ ‘AAA(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นคงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
SME D Bank รับมอบนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้า "พัฒนาคู่เติมทุน" หนุนเอสเอ็มอีไทยยกระดับสู่ธุรกิจสีเขียว
SME D Bank จับมือ สคส. เดินหน้าโครงการ "SME Easy Privacy" ปั้น 10 เอสเอ็มอีต้นแบบ PDPA ยกระดับธุรกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
SME D Bank ขานรับนโยบาย ธปท. ปรับลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.15% ช่วยเอสเอ็มอีลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง หนุนฟื้นเศรษฐกิจ
SME D Bank เชิญเที่ยว 'SME D Market' เดือน ก.พ.69 ฉลองตรุษจีน ระดมสุดยอดสินค้าดีจากเอสเอ็มอีไทย ชอปชิมจุใจกระตุ้นเศรษฐกิจสุดคึกคัก
ครม.ไฟเขียว SME D Bank ขยายวงเงินสินเชื่อ SME Green Productivity สูงสุดถึง 30 ล้านบาท หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ 3%ต่อปี เดินหน้าสู่ธุรกิจสีเขียว พาเศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืน
SME D Bank ผนึกกำลัง ส.ส.ท. หนุนเอสเอ็มอีเข้าถึง 'เทคโนโลยี-นวัตกรรม' เพิ่มศักยภาพและเข้าถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปี ดันธุรกิจทะยานเติบโตยั่งยืน
SME D Bank ลุย 'D CEO Network' รุ่นที่ 4 ติดปีกเจ้าของกิจการเอสเอ็มอี ยกระดับด้วยเทคโนโลยี ขยายเครือข่ายธุรกิจ เข้าถึงแหล่งทุน ทะยานสู่เศรษฐกิจใหม่
SME D Bank เคียงข้างช่วยเอสเอ็มอีไทย เดินหน้าจัด "SME D Market" ตลอดปี 2569 ประเดิม 26-28 ม.ค.นี้ รวมสุดยอดสินค้าดีให้ชอปจุใจ ปลุกพลังเศรษฐกิจให้คึกคัก
SME D Bank เปิดบริการใหม่ "SME D Connect" เรียกขอใบเสร็จรับเงิน-ใบแจ้งหนี้ ผ่านสมาร์ทโฟน อำนวยความสะดวกลูกค้าบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เริ่ม 7 ม.ค. เป็นต้นไป