นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า พัฒนาปฐพี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ณ เวทีจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนราชดำเนินนอก ด้านหน้าอาคารสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 และเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องดินและน้ำ ประกอบกับการที่องค์การสหประชาชาติได้ประกาศให้วันที่ 5ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันดินโลก หรือ World Soil Day และให้ปี 2558 เป็นปี ดินสากล หรือ International Year of Soils ให้ประชาชนได้รับทราบถึงผลสำเร็จของการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ และพระราชกรณียกิจด้านการแสวงหาแหล่งน้ำและการบริหารจัดการน้ำ ทั้งแหล่งน้ำบนดินและการทำฝนหลวง การส่งเสริม/เผยแพร่ และถ่ายทอดเทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสำหรับระบบการผลิตพืช-สัตว์ และอุตสาหกรรมเกษตรที่เกี่ยวเนื่อง ภายใต้แนวคิด “ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า พัฒนาปฐพี” ระหว่างวันที่ 30 พ.ย.-6 ธ.ค. 57 ณ บริเวณด้านหน้ากระทรวงเกษตรฯ และท้องสนามหลวง ซึ่งจะนำเสนอในรูปแบบนิทรรศการมีชีวิต (Living Exhibition) ในด้านดินและน้ำ การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่เป็นผลผลิตจากโครงการพระราชดำริต่างๆ รวมถึงกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ บนเวที
สำหรับการจัดงานดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ร่วมจัดงานกับรัฐบาลที่ท้องสนามหลวง และจัดนิทรรศการพร้อมทั้งจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์คุณภาพบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่แยก จปร. ตลอดไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ โดยทุกหน่วยงานในสังกัดได้ร่วมกันนำเสนอเนื้อหาที่แสดงถึงการอนุรักษ์และฟื้นฟูดินการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าด้านการเกษตร อาทิ ตามรอยปฐพีใต้ธุลีพระบาท นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรมแสดงพระอัจฉริยภาพด้านดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่สูง การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ การทำนาอย่างรู้คุณค่าของน้ำ นำเสนอการปลูกข้าวแบบใช้น้ำน้อย ด้วยผลงานวิจัยและเทคโนโลยีเปียกสลับแห้ง Wet and dry จอมปราชญ์ แห่งสายธารา แสดงพระอัจฉริยภาพด้านการชลประทาน ใช้น้ำอย่างรู้คิด เพิ่มผลผลิตให้แผ่นดินและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แสดงการใช้น้ำในกระบวนการผลิตปศุสัตว์ตั้งแต่ฟาร์ม โรงฆ่าสัตว์ อย่างมีประสิทธิภาพ ฝนจากฟ้าด้วยพระปรีชาบิดาของแผ่นดิน แสดงโมเดลการบริหารจัดการน้ำในชั้นบรรยากาศ โดยยึดตามตำราฝนหลวงพระราชทาน การบริหารจัดการน้ำด้วยวิธีการสหกรณ์ นำเสนอรูปแบบของสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จำกัด เป็นต้น
นอกจากการจัดงานในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวา แล้ว ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละเดือน ตลอดทั้งปี 2558 ในการนำเสนอ/เผยแพร่พระอัจฉริยภาพของพระองค์ในทุกๆ มิติ และนำเสนอให้ประชาชนเห็นอย่างเป็นรูปธรรมได้ว่า จะประหยัดน้ำซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญได้อย่างไร เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญต่อสถานการณ์ความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำในปัจจุบัน และรณณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และความยากลำบากในการได้มาของน้ำของแต่ละหยด เพื่อให้เกิดการสร้างความร่วมมือของคนในชาติ ให้ตระหนักถึงการใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างรู้คุณค่า และมีประสิทธิภาพสูงสุด และการปลูกฝังแนวคิดด้านการอนุรักษ์น้ำและการใช้ประโยชน์จากน้ำอย่างรู้คุณค่าให้กับเยาวชน เพื่อเป็นรากฐานการพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้กำหนดแผนดำเนินงานในรูปแบบการจัดกิจกรรมเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและครัวเรือน
โดยในส่วนของ ภาคการเกษตร จะรณรงค์ให้เกษตรกรรู้จักการปลูกพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และแหล่งน้ำ หรือแม้แต่ลด/เลิกการเพาะปลูกพืช/กิจกรรมการเกษตรบางชนิดที่ไม่คุ้มค่ากับคุณค่าของน้ำและการลงทุนการทำการเกษตรในลักษณะเอื้อต่อกันในระบบ ลดการใช้น้ำฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นของแต่ละกิจกรรมในฟาร์มการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบและในระบบการผลิตทางการเกษตร โดยถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆในการจัดการน้ำในระบบการผลิตให้เกษตรกรรายย่อย/กลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการขนาดใหญ่ เช่น การใช้น้ำในการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำระบบหมุนเวียนน้ำ และบำบัดคุณภาพน้ำตามธรรมชาติ โดยไม่มีการระบายน้ำที่ผ่านการเลี้ยง และสารอินทรีย์ลงสู่สิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำที่ใช้น้ำน้อย อาทิการเลี้ยงปลาดุก การเลี้ยงกบ การทำระบบ Zero Waste ในฟาร์มปศุสัตว์ โดยบำบัดน้ำเสียจากฟาร์มปศุสัตว์และนำน้ำกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น ผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงหุงต้ม หรือนำน้ำที่ผ่านระบบบำบัดน้ำเสียแล้วกลับไปใช้ในฟาร์มใหม่ การแปรรูปจากน้ำสาวไหม เช่น สบู่โปรตีนไหม ผ้าปิดแผล เครื่องสำอาง เป็นต้น การปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนการปลูกข้าวโดยเฉพาะพื้นที่การปลูกข้าวในภาคกลาง
ภาคอุตสาหกรรม รณรงค์การใช้น้ำในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยมีการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ การปรับระบบการใช้น้ำในกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม เช่น ใช้น้ำเพื่อลดความร้อน/การชะล้าง มาสู่ระบบอื่นทดแทน และการปรับเทคโนโลยีการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงให้มากขึ้น โดยส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มีการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อลดอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ลดน้อยลงและหมดไปในที่สุด
ภาคบริการและครัวเรือน ส่งเสริมกิจกรรมที่ใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคบริการที่มีการใช้น้ำเป็นปริมาณมากๆ เช่น โรงแรม สถานบันเทิง ร้านอาหาร และกิจกรรมอื่นๆ ในเมืองใหญ่ และการสนับสนุนการใช้น้ำในครัวเรือนเท่าที่จำเป็นและประหยัด รวมทั้งการหมุนเวียนการใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในกิจกรรมต่างๆ ของครัวเรือน เช่น การซักล้าง การรดน้ำต้นไม้ การล้างรถ เป็นต้น
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมชมพระอัจฉริยภาพของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ท้องสนามหลวง และที่บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านนิทรรศการที่มีชีวิตอันตื่นตาตื่นใจได้ในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน ถึง 6 ธันวาคม 2557 ““ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า พัฒนาปฐพี” ได้ตั้งแต่เวลา 09.00 – 22.00 น. โดยภาคกลางคืนจะได้พบกับการแสดงจากศิลปินค่ายอาร์เอสที่จะมาสร้างความบันเทิงเป็นประจำทุกคืนด้วย
ส.ป.ก. ร่วมงาน "มหกรรมเกษตรไทยก้าวสู่อนาคต ด้วยศาสตร์พระราชา" (Thai Agricultural Expo : TAE EXPO 2026)
กระทรวงเกษตรฯ เปิดโลกเกษตรไทยยุคใหม่! ในงานมหกรรม "เกษตรไทยก้าวสู่อนาคต ด้วยศาสตร์พระราชา"
กปภ. เผยผลโครงการหลอมรวมใจ มอบน้ำใสสะอาดให้โรงเรียนยกระดับมาตรฐานคุณภาพน้ำกว่า 1,600 แห่ง
ไทยเบฟ ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ เสริมศักยภาพระบบเตือนภัย ครอบคลุม 11 จังหวัด พื้นที่ป่าต้นน้ำภาคเหนือ ลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน
สศร.จัดกิจกรรมจิตอาสา
"สุริยะ" เปิดนิทรรศการ "73 พรรษา ทศมราชัน ขวัญประชา" เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568
งานเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ วันสถาปนาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ครบรอบ 28 ปี วันที่ 4 ธันวาคม 2558 ณ โถงกิจกรรม ชั้น 1 อาคาร ม.ร.ว.สุวพรรณ สนิทวงศ์