นางสาว วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG โดย เอสพีอาร์โซลาร์ รูฟ เปิดเผยว่า ในฐานะที่ผู้นำการบุกเบิกธุรกิจผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บนหลังคาบ้าน อาคารและโรงงานอุตสาหกรรมของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน SPCGสามารถสร้างพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์และถูกบรรจุลงในแผนพัฒนาพลังงานของประเทศได้สำเร็จ ที่สำคัญกำลังผลักดันโครงการการบริหารการใช้พลังงานแบบชาญฉลาด (Energy Efficiency) ให้เข้าสู่แผนพัฒนาสังคมเช่นกัน
โดย SPCG ได้จัดทำ “โครงการต้นแบบประหยัดพลังงานแบบอัตโนมัติภายในบ้านอัจฉริยะ” หรือ “Home Energy Management System” (HEMS) และได้มอบหมายให้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการศึกษาขยายผลจากเทคโนโลยีของ บริษัท เอ็นเนเกท (ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ คันไซ อิเล็ทริค ประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาอุปกรณ์ควบคุมการบริหารจัดการพลังงานแบบอัจฉริยะนี้ มีความสามารถในการที่จะช่วยให้เจ้าของอาคารบ้านเรือน หรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ได้ติดตั้งแผงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เอสพีอาร์ โซลาร์ รูฟ จะสามารถบริหารจัดการและควบคุมการใช้ไฟฟ้าภายในอาคารบ้านเรือนหรือโรงงานของตนเองประหยัดพลังงานได้มากที่สุด และชาญฉลาดที่สุด ซึ่งเป็นการบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัดและได้ประสิทธิผลสูงสุด
ระบบซอฟท์แวร์ดังกล่าวจะติดตั้งในแผง เอสพีอาร์ โซลาร์ รูฟ จากนั้นระบบซอฟท์แวร์จะทำวัดค่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ในแต่ละวันว่า ผลิตได้เป็นจำนวนเท่าไหร่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ผ่าน เอสพีอาร์ โซลาร์ รูฟ จะสามารถนำไปใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ภายในครัวเรือนได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นนวัตกรรมด้านพลังงานหมุนเวียนครั้งแรกของประเทศไทย โดยจะมีการจำหน่ายเชิงพาณิชย์ภายในเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน โฮมโปร เอ็กซ์โปร ของ โฮมโปรดักซ์ เซ็นเตอร์ ซึ่งจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-23 พฤศจิกายน ที่เมืองทองธานี หลังจากนั้นจะทำการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อให้นำไปจำหน่ายได้ภายในโฮมโปร ทุกสาขา
ด้าน รศ.ดร.วาทิต เบญจพลกุล อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้วิจัย เปิดเผยว่า ทางคณะวิศวะ จุฬาฯ จะเพิ่มความสามารถของโปรดักซ์ (SPR Solar Roof) และทำการพัฒนาต่อยอดระบบบริหารจัดการพลังงาน จากเดิมที่เป็นระบบแสดงอัตราการใช้พลังงานภายในบ้าน เราจะเพิ่มความเป็นอัจฉริยะเข้าไป ด้วยการพัฒนาซอฟท์แวร์ที่จะช่วยวิเคราะห์แนวโน้มการใช้พลังงานภายในบ้าน จะมีคำแนะนำการใช้ผ่านจอแสดงผล บนสมาร์ทโฟน เพื่อให้ผู้ใช้ได้รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไร ในส่วนเสต็ปต่อไปผู้ใช้จะสามารถกำหนดการใช้พลังงาน โดยให้ระบบตัดการใช้ไฟฟ้าเมื่อผู้ใช้ได้ใช้ไฟฟ้าเกินกว่าที่กำหนดไว้ ซึ่งทั้งหมดเป็นภาพรวมของระบบ ซึ่งทางคณะวิศวะ จุฬา จะทำการพัฒนาในลำดับต่อไป
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ตาม “โครงการต้นแบบประหยัดพลังงานแบบอัตโนมัติภายในบ้านอัจฉริยะ” นี้ ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย รศ.ดร.วาทิต เบญจพลกุล จะเป็นผู้รับผิดชอบในการนำเสนอรายละเอียดของโครงการฯเพื่อขอรับทุนการทำวิจัย จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการทำวิจัยเกี่ยวกับนวัตกรรมการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด (Energy Efficiency) ตาม “โครงการต้นแบบประหยัดพลังงานแบบอัตโนมัติภายในบ้านอัจฉริยะ” นี้ จำนวน 1.4 ล้านบาท โดย บริษัท เอสพีซีจี (จำกัด) มหาชน จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสมทบทุนเพื่อการทำวิจัยอีก 50 % คือ จำนวน 1.4 ล้านบาท โดยกำหนดให้มีระยะเวลาในการทำวิจัยเป็นเวลา 2 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ วันที่ 21 ตุลาคม 2557 ถึงวันที่ 21 ตุลาคม 2559
จุฬาฯ ชวนแรงงานไทย ปักหมุดสยามสแควร์ ตรวจสุขภาพฟรี 1 พ.ค. นี้
PMCU จับมือ MuvMi จัดรถรับ-ส่งฟรี ให้เล่นน้ำสงกรานต์ เที่ยวสนุกได้ทั้งย่าน
"อิฐบล็อกช่องลมจากเปลือกหอยแมลงภู่" นวัตกรรม Bio Responsive Block จากขยะเปลือกหอยสู่วัสดุก่อสร้างมูลค่าสูง
อินเตอร์ไฟเบอร์ คอนเทนเนอร์ เปิดโรงงานต้อนรับนิสิตจุฬาฯ เรียนรู้กระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ พร้อมแนวคิด Design for Manufacturing
"มหาสงกรานต์ย่านสยาม 2569" (SIAM SONGKRAN FESTIVAL 2026) 3 พันธมิตรย่านสยามผนึกกำลังเนรมิตแลนด์มาร์คสงกรานต์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ
จุฬาฯ จับมือ EARTH และ วสท. จัดประชุมวิชาการ "1 ปี แผ่นดินไหว 2568" ถอดบทเรียน ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย
ผู้บริหารบางจากฯ ร่วมเสวนา "Special Dialogue: Beyond Oil : Thailand's Bioindustry Moment" แลกเปลี่ยนมุมมองขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีวภาพไทย ท่ามกลางความผันผวนพลังงานโลก
กลุ่มเอสซีบีเอกซ์โดยธนาคารไทยพาณิชย์สนับสนุนภารกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุขส่งมอบรถพยาบาลให้แก่คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สัมมนาเจาะลึกภัยเงียบ: จากขยะชายฝั่งสู่การปนเปื้อนในสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่กระทบโต๊ะอาหารคนไทย