นายสมปอง อินทร์ทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการสร้างรายได้และพัฒนาการเกษตรแก่ชุมชนเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง ระดับกระทรวง ว่า จากการพิจารณาให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณโครงการฯ ในครั้งที่ 4 คณะกรรมการบริหารโครงการฯ ระดับกระทรวง ให้ความเห็นชอบรวม 28 จังหวัด 285 อำเภอ 1,641 ตำบล จำนวน 3,392 โครงการ รวมเป็นงบประมาณ 1,603.192 ล้านบาท แบ่งตามประเภทโครงการ ได้แก่ การจัดการแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชน ประมาณร้อยละ 51.01 อาทิ กิจกรรมกำจัดวัชพืชน้ำคลองส่งน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำแบบกึ่งถาวร กิจกรรมซ่อมแซมและขุดฝังท่อน้ำดิบ กิจกรรมฝายดินเรียงหินยาแนว เป็นต้น การผลิตทางการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตเกษตรเพื่อการสร้างรายได้ในฤดูแล้งของชุมชน คิดเป็นร้อยละ 7.33 อาทิ ผลิตเห็ดนางฟ้า นางรม ส่งเสริมการประดิษฐ์กระทงจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นต้น การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต คิดเป็นร้อยละ 36.86 อาทิ กิจกรรมลานตากข้าวชุมชน กิจกรรมผลิตและขยายศัตรูธรรมชาติเพื่อป้องกันกำจัดหนอนหัวดำมะพร้าว กิจกรรมผลิตปุ๋ยชีวภาพ เป็นต้น และการจัดการเพื่อลดความสูญเสียผลผลิตเกษตร คิดเป็นร้อยละ 4.8 อาทิ กิจกรรมเพิ่มศักยภาพศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน เป็นต้น
นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้มีการประชุม Conference เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเจ้าหน้าที่ทั้ง 58 จังหวัด เน้นย้ำทุกกิจกรรมให้ถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้ เพื่อให้พื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งซ้ำซากได้รับประโยชน์โดยตรงและทั่วถึง ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าของโครงการสร้างรายได้ฯ (ข้อมูล ณ วันที่ 27 มี.ค. 58) ชุมชนได้จัดทำโครงการเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการระดับอำเภอแล้ว 3,039 ตำบล คิดเป็นร้อยละ 99.61 ผ่านคณะกรรมการระดับอำเภอพิจารณาผ่านโครงการแล้ว จำนวน 3039 ตำบล คิดเป็นร้อยละ 99.61 และผ่านคณะกรรมการระดับจังหวัดพิจารณาอนุมัติโครงการในระดับจังหวัดแล้ว 3,023 ตำบล คิดเป็นร้อยละ 99.08 ซึ่งขณะนี้เสนอของบประมาณสำนักงบประมาณแล้ว ประมาณ 334.100 ล้านบาท โดยสำนักงบประมาณอนุมัติงบประมาณแล้ว 302 ตำบล 501 โครงการ วงเงินงบประมาณ 249.873 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 8.19
สำหรับขั้นตอนของการเบิกจ่ายเงินในโครงการสร้างรายได้ฯ นั้น จะเป็นไปอย่างรัดกุม โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ ซึ่งขั้นตอนการจ่ายเงินจนถึงชุมชนนั้นจะผ่านระบบบัญชีเงินฝากของธนาคารทั้งหมด ส่วนค่าใช้จ่ายวัสดุจะต้องมีการทำบัญชีและการเบิกจ่ายค่าวัสดุของชุมชน โดยชุมชนจะได้รับคำแนะนำจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบและเงื่อนไข ส่วนงบประมาณการจ้างงานของแต่ละชุมชนจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรตามข้อตกลงการจ้างแรงงาน โดยได้รับความร่วมมือ จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการลดหย่อนค่าธรรมเนียม
"ล้นแค่ไหน…ก็ไม่เสียของ" โมเดลร่วมแก้ปัญหานมล้นตลาดจากแสนสิริ มูลนิธิเสริมกล้า และคู่ค้าสู่การสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างยั่งยืน
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ผนึกกำลังกรมส่งเสริมการเกษตร เชื่อมโยงผลผลิตภาคเหนือสู่ผู้บริโภคทั่วไทย
กรมพัฒนาที่ดิน ขับเคลื่อนนโยบายฟื้นฟูดินเค็ม บูรณาการ 4 มิติพลิกพื้นที่เสื่อมโทรม สู่เกษตรกรรมยั่งยืน
ก.เกษตรฯลงพื้นที่จังหวัดตาก ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ-เสริมแกร่งสหกรณ์-ดันวิสาหกิจชุมชน มุ่งสร้างคุณภาพชีวิต และความมั่นคงให้เกษตรกร
ก.เกษตรฯรุกยกระดับไหมไทย! เดินหน้าเชื่อมเครือข่ายผู้ผลิต-ผู้ประกอบการ พร้อมจับมือ 2 มรภ. ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมหม่อนไหมครบวงจร
กรมประมง..ปลดล็อก ส่งออกสัตว์น้ำมีชีวิตเพื่อการบริโภคสู่ตลาดจีน สำเร็จ!! หลังผลักดันพิธีสารกักกันและสุขลักษณะ
ไทย-จีน ลงนาม 2 MOU ด้านการกักกันและสุขลักษณะสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ลุยแก้จนจังหวัดยโสธร มอบนวัตกรรมสร้างอาชีพ เล็งขยายผลทั่วประเทศ วว. ร่วมลงพื้นที่นำเสนอนิทรรศการเทคโนโลยีนวัตกรรมแก้จน โชว์ "4 โมเดลแก้จนเชิงพื้นที่"
เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส ร่วมงาน "Thailand: The Land of Tropical Fruits" สนับสนุนเกษตรกรไทย เชื่อมโยงผลไม้คุณภาพสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศ