WWF ส่งมอบช้าง “บุญช่วย” ให้แก่รัฐบาล แสดงพลังคนรักช้าง ร่วมต้านการฆ่าช้างเอางา

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          WWF-ประเทศไทย หรือ กองทุนสัตว์ป่าโลก ส่งมอบช้างจำลอง “บุญช่วย” ให้แก่พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงพลังของคนไทยที่รักช้างและร่วมต้านการฆ่าช้างเอางาผ่านแคมเปญ “ช.ช้าง ช่วยช้าง” เพื่อสนับสนุนความพยายามและการทำงานของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายในประเทศไทยช้างจำลอง "บุญช่วย" เป็นช้างไม้ความสูง 2 เมตร มีลวดลายเป็นรูปภาพคอลลาจของประชาชนชาวไทยที่ร่วมแคมเปญ "ช.ช้าง ช่วยช้าง” ผ่านทางโซเชียลมีเดีย จากทั้งหมดกว่า 1 ล้านคน โดยชื่อ “บุญช่วย” นั้นมาจากการร่วมมือร่วมใจของคนไทยในการแสดงออกซึ่งความรักที่มีต่อช้างและร่วมกันแสดงพลังปกป้องและช่วยชีวิตช้างที่ถูกฆ่าเพื่อเอางากว่าปีละ 20,000 ตัวในทวีปแอฟริกา โดยนางสาวเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการ WWF-ประเทศไทย และ นางสาวจันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา ผู้จัดการโครงการรณรงค์ต่อต้านการค้างาช้างเป็นผู้แทนจาก WWF-ประเทศไทยส่งมอบช้าง “บุญช่วย” ให้แก่ท่านรัฐมนตรีฯ และตัวแทนจากหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอันประกอบด้วย นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์, กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ และกรมศุลกากร กระทรวงการคลังได้ร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบและวางภาพตราสัญลักษณ์ของหน่วยงานติดบนช้าง “บุญช่วย” เพื่อร่วมแสดงพลังรักช้างและต้านการฆ่าช้างเอางา โดยWWF-ประเทศไทยจะนำช้าง “บุญช่วย” ไปจัดแสดงนิทรรศการตามสถานที่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้สัมผัสถึงพลังรักช้างของคนไทยและร่วมถ่ายรูป โดยเริ่มที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระหว่างวันที่ 23-27 กุมภาพันธ์ 2558
          พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า“ประเทศไทยกำหนดให้มีมาตรการแก้ไขปัญหาการค้างาช้างผิดกฎหมาย เพื่อยุติการลักลอบการค้างาช้าง โดยริเริ่มผ่านกิจกรรม และวิธีการต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้มีการคุ้มครองและอนุรักษ์สัตว์ป่าอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนนี้รวมถึง กิจกรรมการรณรงค์ส่งเสริมการตระหนักรู้ของสาธารณชนถึงวิกฤติการณ์ที่ช้างแอฟริกากำลังเผชิญอยู่ ณ ปัจจุบัน ดังนั้น ความร่วมมือของประชาชนพี่น้องชาวไทยทุกคนจะช่วยให้เราดูแลและคุ้มครองช้างทั้งในประเทศไทย และทั่วโลกได้มากยิ่งขึ้น”
          ปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการลักลอบค้างาช้าง โดยผลักดันให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้ช้างแอฟริกาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมายไทย การออกพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ.2558 การปรับปรุงระบบทะเบียนและตั๋วรูปประพรรณช้างบ้าน และประชาสัมพันธ์เพื่อเน้นย้ำให้ประชาชนรับทราบถึงวิกฤตการณ์ฆ่าช้างเอางา ข้อต้องห้ามทั้งการนำเข้า ส่งออก และการค้างาช้างแอฟริกา พร้อมกับการจัดทำรายงานความคืบหน้าของการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งชาติ (National Ivory Action Plan) เสนอต่อคณะกรรมการบริหารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือไซเตส (CITES) ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2558
          นางสาวเยาวลักษณ์ เธียรเชาว์ ผู้อำนวยการ WWW-ประเทศไทยกล่าวว่า “ตราบใดที่ยังมีความต้องการใช้งาช้างอยู่ ช้างทั้งในแอฟริกา เอเชีย และทั่วโลกก็จะยังตกอยู่ในภาวะเสี่ยง ดังนั้นโครงการรณรงค์นี้จะช่วยให้เห็นวิกฤติการณ์ที่ได้เกิดขึ้นแล้วและภาวะการคุกคามช้างจากการฆ่าช้างเอางา พร้อมกับการเรียกร้อง และรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมกันแสดงพลังผ่านทางโซเชียลมีเดียและให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ซื้อ ขาย หรือใช้ผลิตภัณฑ์งาช้าง 
          การส่งมอบช้าง "บุญช่วย” ในวันนี้เป็นการสนับสนุนความพยายามและการทำงานของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาการลักลอบค้างาช้างผิดกฎหมายในประเทศไทยผ่านพลังของประชาชนชาวไทยที่ต่างก็มีช้างเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ”
          แคมเปญ "ช.ช้าง ช่วยช้าง" โดย WWF-ประเทศไทยเมื่อกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมานับได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ทางโลก โซเชียลมีเดียที่คนไทยได้แสดงความรักที่มีต่อช้างและแสดงพลังในการต้านการฆ่าช้างเอางา ซึ่งช้างเป็นสัตว์ที่คนไทยรักและผูกพันอันอาจกลายเป็นสัตว์สูญพันธุ์ในเวลาอันไม่ช้า โดยที่ผ่านมามีประเทศไทยเป็นตลาดที่ไม่มีการควบคุมใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เอา "ช.ช้าง" ออกจากชื่อ นามสกุล องค์กร ห้างร้านผ่านทางเฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ และ อินสตาแกรม และเป็นที่น่าภูมิใจที่พลังเชิงบวกนี้กำลังสร้างความตระหนักให้ทั่วโลกเห็นถึงความสำคัญของการ ไม่สนับสนุนการฆ่าช้างเอางา โดยได้รับความร่วมมือจากบุคลากรหลากหลายวิชาชีพ ทั้งศิลปิน ดารา นักแสดง สื่อมวลชน ผู้มีอิทธิพลทางความคิดในสังคม ตลอดจนบุคลากรนักวิชาชีพทั้งในภาครัฐและเอกชน และสื่อมวลชนต่างๆ เช่น เนชั่นทีวี และไทยรัฐทีวี โดยมีการลบตัวอักษร ช.ช้าง ออกจากชื่อรายการ ชื่อผู้ดำเนินรายการ และชื่อผู้สื่อข่าว รวมทั้งลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวู้ดและการแปรอักษรในงานฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ครั้งที่ 70 ที่ผ่านมา
          "คนไทยได้แสดงให้โลกเห็นแล้วว่า การฆ่าช้างเอางาไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่ถูกละเลยจากคนไทยและคนทั่วโลกอีกต่อไป ช้างเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของชาติและเป็นสมบัติของคนทั้งโลก คนไทยได้แสดงออกเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วว่า คนไทยรักช้าง ต้องการปกป้องชีวิตช้าง และจะไม่ยอมให้ช้างถูกฆ่าเพื่อเอางาอีกต่อไป” จันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา, ผู้จัดการโครงการรณรงค์ต่อต้านการค้างาช้าง, WWF-ประเทศไทย กล่าว
          ก่อนหน้าพลังของคนไทยได้ไปไกลถึงระดับโลก โดยเมื่อวันอาทิตย์ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ นักแสดงฮอลลีวู้ด ผู้ก่อตั้งมูลนิธิลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leonardo DiCaprio Foundation) และทูตสันติภาพด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ ได้ทวีตข้อความสนับสนุนและเชิญชวนแฟนทั่ว โลกคนร่วมแคมเปญ "ช.ช้าง ช่วยช้าง" เพื่อต้านการฆ่าช้างเอางาและปกป้องชีวิตช้างที่จัดทำขึ้นโดย WWF-ประเทศไทย หรือ กองทุนสัตว์ป่าโลก ผ่านเว็บไซต์ www.chorchang.org โดยเขาได้ทวีตข้อความผ่านทาง Twitter (@LeoDiCaprio) ไปยังแฟนกว่า 12 ล้านคนทั่วโลกโดยมีข้อความว่า "Let's support Thai citizens demanding the end of ivory trade to protect elephants: wwf.to/15QEB3R #ชช้างช่วยช้าง#WWFThailand" หรือแปลเป็นไทยว่า "มาร่วมกันสนับสนุนคนไทย แสดงพลังในการยุติการค้างาช้างและฆ่าช้างเอางาเพื่อปกป้องชีวิตช้างกันเถอะ" นอกจากนี้ ในการแข่งขันฟุตบอลประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ครั้งที่70 ที่ผ่านมา นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการแปรอักษร "ช.ช้าง ช่วยช้าง" โดยเป็นภาพแม่ช้างและลูกช้างที่อาศัยอยู่ ในป่าอย่างมีความสุข และแม่ช้างถูกฆ่าเพื่อเอางา ตามด้วยข้อความภาพว่า "เงินไม่เท่ากับงา" และจบด้วยคำว่า "ช.ช้าง ช่วยช้าง" อีกด้วย
          ทั้งนี้ ประเทศไทยจะมีเวลาถึงวันที่ 31 มีนาคม 2558 ในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอย่างเข้มข้น มิฉะนั้นประเทศไทยจะเสี่ยงต่อการถูกคว่ำบาตรทาง การค้าในกลุ่มสินค้าภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora: CITES) อันนำรายได้มาสู่ประเทศ เช่น กล้วยไม้และหนังจระเข้ เป็นต้น
 

ข่าวกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม+กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติวันนี้

ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จับมือกรมควบคุมมลพิษ - กรุงเทพมหานคร - กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" ปี 2569

พร้อมมอบโล่เชิดชูเกียรติให้กับ 10 โรงเรียนนำร่องจากโครงการฯ ปี 2568 บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND'S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า ร่วมกับ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และกลุ่มกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม กล่องวิเศษ เดินหน้าสานต่อโครงการ "แบรนด์เก็บกลับ" (Triple B: BRAND'S Bring Back) ประจำปี 2569 อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาค

บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ... QTC รับโล่ประกาศเกียรติคุณ CALO — บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าแบบ Made to Order ได้รับโล่ประกาศ...