พม. ร่วมกับกระทรวงแรงงาน และองค์กรเครือข่ายคนพิการ จัดโครงการสัมมนา “ความสามารถในการทำงานของคนพิการระดับภูมิภาคเอเชียประจำปี ๒๐๑๕ ”

10 Jul 2015
วันนี้ (๘ ก.ค.๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมมนา "ความสามารถในการทำงานของคนพิการระดับภูมิภาคเอเชียประจำปี ๒๐๑๕ " (Workability Asia Conference 2015) จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรเครือข่ายของคนพิการ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนประสานพลังในการพัฒนาขับเคลื่อนงานด้านการเสริมสร้างศักยภาพขยายโอกาสการมีงานทำของคนพิการ ระหว่างวันที่ ๘–๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรมฮิลตัน พัทยา จังหวัดชลบุรี

นายวิเชียร กล่าวว่า การจัดโครงการสัมมนาความสามารถในการทำงานของคนพิการระดับภูมิภาคเอเชียประจำปี ๒๐๑๕ (Workability Asia Conference 2015) ครั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ร่วมกับกระทรวงแรงงาน มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ และ Workability Thailand (WTH) จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด "Together We can Make the Difference" โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะความสามารถในการมีงานทำของคนพิการ ที่สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงาน การเพิ่มขีดความสามารถในจ้างงานคนพิการ ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเอกชน จากการบูรณการด้านงานบริหารทรัพยากรและการจ้างงานคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของภาคเอกชนที่จะนำเสนอโอกาสทางธุรกิจ เครื่องมือในการบริหารจัดการด้านการพัฒนาแรงงาน คนพิการ ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของการบริหารจัดการขององค์กร ตลอดจนส่งเสริมมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและกลไกการตลาด สู่การพัฒนาและนำร่องโมเดลการสร้างงานแก่คนพิการ เพื่อขยายผลสัมฤทธิ์สร้างขีดความสามารถและความเข้มแข็ง สู่คนพิการและองค์กรคนพิการในประเทศ

นายวิเชียร กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ อาทิ การนำเสนอผลงานวิจัยหรือผลงาน ทางวิชาการ (Abstract Presentation) ที่ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างงานของคนพิการอย่างยั่งยืน การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร นิทรรศการพระราชกรณียกิจด้านคนพิการ การเปิดตัวสมาคมการค้าผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม เพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาสไทย (Workability Thailand) และนิทรรศการนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมศักยภาพคนพิการ เป็นต้น โดยมีผู้เกี่ยวข้องจากหน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคสังคม ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย เข้าร่วมงานกว่า ๓๕๐ คน