นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า งบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจี ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2558 มีรายได้จากการขาย 109,276 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายของเคมีภัณฑ์ปรับตัวลดลงตามราคาแนฟทาและราคาน้ำมันที่ลดลง มีกำไรสำหรับงวด 11,073 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 32 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจเคมีภัณฑ์ แม้ว่าจะมีขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ จำนวน 930 ล้านบาท ประกอบกับในไตรมาสนี้มีกำไรจากการขายเงินลงทุนส่วนที่เหลือทั้งหมดร้อยละ 10 ในบริษัทสยามมิชลินกรุ๊ป จำกัด โดยรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวสุทธิภาษี จำนวน 1,485 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจของเอสซีจีในอาเซียน นอกเหนือจากประเทศไทย ในไตรมาสที่ 1 ปี 2558 เอสซีจีมีรายได้จากธุรกิจที่มีฐานการผลิตในภูมิภาคอาเซียนและจากการส่งออกไปยังอาเซียน 24,122 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 22 ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีสินทรัพย์รวมในอาเซียน นอกเหนือจากประเทศไทย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 มูลค่า 88,960 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 19 ของสินทรัพย์รวมของบริษัทสินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ 31 มีนาคม 2558 มีมูลค่า 475,039 ล้านบาท
ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 1 ปี 2558 แยกตามรายธุรกิจดังนี้
เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ในไตรมาสที่ 1 ปี 2558 มีรายได้จากการขาย 47,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากปัจจัยตามฤดูกาล และลดลงร้อยละ 1 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการของตลาดภายในประเทศที่ลดลง มีกำไรสำหรับงวด 3,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 จากไตรมาสก่อน แต่ลดลงร้อยละ 14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เอสซีจี เคมิคอลส์ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2558 มีรายได้จากการขาย 47,956 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 17 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 21 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาสินค้าที่ปรับตัวลดลง มีกำไรสำหรับงวด 4,938 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 99 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และส่วนต่างราคาสินค้ากับวัตถุดิบที่ดีขึ้นจากปีก่อน แม้ว่าจะมีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือที่ 930 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ก็ยังมีกำไรเพิ่มขึ้น
เอสซีจี เปเปอร์ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2558 มีรายได้จากการขาย 17,111 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งสายธุรกิจเยื่อและกระดาษและสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ มีกำไรสำหรับงวดเท่ากับ 878 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 49 จากไตรมาสก่อน เป็นผลมาจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวดลดลงร้อยละ 30 เนื่องจากมาร์จิ้นลดลง และปีก่อนมีรายได้จากรายการพิเศษ ประกอบกับมีค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นจากเครื่องจักรใหม่ (PM16) และค่าใช้จ่ายทางการเงินในไตรมาสนี้เพิ่มสูงขึ้น
นายกานต์ กล่าวว่า “เอสซีจียังคงดำเนินธุรกิจเพื่อมุ่งสู่ผู้นำอย่างยั่งยืนในอาเซียน ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผน และเดินหน้าส่งออกให้กับตลาดอาเซียนเพื่อรองรับการเติบโตในภูมิภาค ด้วยความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจโดยรวมของอาเซียนยังคงเติบโตและขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี ซึ่งสอดรับกับโครงการลงทุนของเอสซีจีที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2558 เอสซีจีมีรายได้จากการส่งออกไปยังอาเซียน 13,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าราคาสินค้าเคมีภัณฑ์จะปรับตัวลดลง”
สำหรับตลาดปูนซีเมนต์และสินค้าวัสดุก่อสร้างในประเทศ แม้ตลาดจะอ่อนตัวลงในไตรมาสที่ 1 แต่เชื่อว่าในไตรมาส
ที่ 2 จะปรับตัวดีขึ้น จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการลงทุนของภาครัฐที่คืบหน้ามากขึ้น และน่าจะเห็นผลชัดเจนในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจของประเทศปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น ด้านธุรกิจเคมีภัณฑ์อยู่ในช่วงขาขึ้น และมีแนวโน้มจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าในตลาดโลกสูงขึ้น และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ด้านธุรกิจกระดาษคาดการณ์การส่งออกในอาเซียนดีขึ้น เนื่องจากความต้องการสินค้ากระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนเติบโตต่อเนื่อง
ล่าสุด คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการลงทุนในสายการผลิตที่ 2 ของ Vina Kraft Paper Company Limited (VKPC) ในประเทศเวียดนามประมาณ 4,125 ล้านบาท เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์อีก 243,000 ตันต่อปี ส่งผลให้เอสซีจีคงความเป็นผู้นำอย่างยั่งยืนในธุรกิจกระดาษและบรรจุภัณฑ์ที่มีกำลังการผลิตสูงสุดในอาเซียน รวม 2.6 ล้านตันต่อปี ทั้งนี้ VKPC เป็นกิจการร่วมทุนในสัดส่วน 70 ต่อ 30 ระหว่างบริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด ในเอสซีจี เปเปอร์ และ Rengo Company Limited (ประเทศญี่ปุ่น)
นอกจากนี้ เอสซีจีให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2558 เอสซีจีมียอดขายสินค้า
HVA 41,068 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 38 ของยอดขายรวม สำหรับสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้ตราสินค้า SCG eco value ได้มีการปรับมาตรฐานเพื่อยกระดับการคัดกรองให้เข้มข้นมากขึ้น โดยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2558 มียอดขาย 29,052 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็นร้อยละ 27 ของยอดขายรวม (คิดเป็นร้อยละ 39 หากใช้มาตรฐานเดิม) ทั้งนี้ ในปี 2558 เอสซีจีมีงบประมาณงานวิจัยและพัฒนา 4,800 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค
เอสซีจีตอกย้ำความเป็นผู้นำในฐานะองค์กรนวัตกรรม โดยขยายความร่วมมือกับสถาบันการวิจัยชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ อาทิ การต่อสัญญาความร่วมมือกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้านโครงการร่วมวิจัยที่ดำเนินการมาแล้วเกือบ 10 ปี โดยสนับสนุนห้องทดลอง เครื่องมือวิเคราะห์ และอุปกรณ์วิจัยขั้นสูง ตลอดจนเพิ่มงบประมาณวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้พื้นฐานและทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับพัฒนาธุรกิจ นอกจากนี้ ได้ร่วมกับศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ พัฒนาศูนย์ Center of Excellence โดยมีเป้าหมายเพื่อบริหารจัดการงานด้านวิจัยและพัฒนาอย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพและความเข้มแข็งทั้งในด้านบุคลากรและเครื่องมือเพื่องานวิจัย รวมทั้งความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนานวัตกรรมซีเมนต์ขั้นสูงบนเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ (3D Printing Technology) โดยจะมีการจัดแสดงชิ้นงานครั้งแรกในโลกในงานสถาปนิก’58 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 3 พฤษภาคม 2558 ที่ บูธเอสซีจี เอ็กซพีเรียนซ์ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
Krungthai CIO มองหุ้น AI พักฐานระยะสั้น ใช้จังหวะสะสมหุ้น Margin of Safety สูง พร้อมลงทุนส่วนเพิ่มในกลุ่มปลอดภัย
TRT ปรับโครงสร้างทุนบริษัทย่อย เสริมฐานการเงินรับการเติบโต คาด Q2 ผลงานใกล้เคียง Q1 พร้อมลุ้นปันผลระหว่างกาล หาก Cash Flow แข็งแกร่ง
'VRANDA' ดีเดย์โอนกรรมสิทธิ์ 'Veranda Villas & Suites Phuket' ก.ค.นี้ หนุนผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 โตแกร่ง
ยูดี ทรัคส์ โชว์แกร่งยอดขายโตสวนกระแสกวาดมาร์เก็ตแชร์ 13%
RT ตุน Backlog 5.6 พันล้าน เดินหน้าส่งมอบงาน-เพิ่มกระแสเงินสด
TRT กำไร Q1/69 พุ่ง 249% แจกปันผลระหว่างกาลทันที 0.15 บาท ตุน Backlog 3.48 พันล้านบาท ลุยตลาดโลกเต็มสูบ พร้อมชูนโยบายปันผล 2-4 ครั้งต่อปี
ดั๊บเบิ้ล เอ ยังแกร่งต่อเนื่อง ผลประกอบการ Q1 ปี 69 รายได้รวม 5,346 ลบ. กำไร 336 ลบ. ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก
ORN เผย Q2/69 ส่งสัญญาณบวก โชว์ยอดขายพรีเซลไตรมาสที่ 2 ถึงปัจจุบัน ที่ 485.17 ลบ. จ่อบุ๊คกำไรพิเศษ
ASIMAR กางแผนปี 69 ปักธงรายได้โต 10% ชูงานต่อเรือภาครัฐหนุน Backlog แข็งแกร่ง