นายนาวินกล่าวต่อไปว่า “สำหรับมุมมองการลงทุนที่เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนดังกล่าว ผู้ลงทุนควรมีการทำ Asset Allocation หรือมีการจัดพอร์ตการลงทุนโดยกระจายลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ รวมถึงกระจายสัดส่วนการลงทุนในหลากหลายภูมิภาค เพื่อช่วยลดความผันผวนจากการลงทุนในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง หรือในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่ก็ยังคงสามารถให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในระดับที่น่าพอใจด้วย ซึ่งปัจจุบัน บลจ.กสิกรไทย มีกองทุนที่สามารถตอบโจทย์ภาวะการลงทุนดังกล่าวนี้ ได้แก่ กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น (K-GA) ที่จะช่วยตอบสนองผู้ลงทุนที่ต้องการจัดสรรพอร์ตการลงทุนแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One- Stop Diversification) ด้วยพอร์ตการลงทุนเพียงหนึ่งพอร์ต แต่สามารถครอบคลุมการลงทุนในหลากหลายสินทรัพย์ทั่วโลกได้”
จุดเด่นของกองทุน K-GA คือการมีพอร์ตการลงทุนแบบผสม ที่มีนโยบายกระจายการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้กว่า 700 หลักทรัพย์ใน 40 ประเทศทั่วโลก โดยจะลงทุนผ่านกองทุนหลักต่างประเทศ ได้แก่ กองทุน BGF Global Allocation ซึ่งบริหารจัดการโดย Blackrock บริษัทจัดการกองทุนที่มีขนาดสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลก โดยกองทุนหลักจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์และแต่ละภูมิภาคอย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับทุกสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง ด้วยทีมบริหารจัดการลงทุนมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละภูมิภาค กองทุน K-GA จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามสถานการณ์การลงทุนอย่างใกล้ชิด หรือเหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ที่ยังขาดความชำนาญในการจับจังหวะลงทุนด้วยตนเอง โดยเริ่มต้นลงทุนด้วยพอร์ตการลงทุนแบบผสมเป็นพอร์ตหลัก (Core Port) เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยยังสามารถให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจได้เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ไม่สูงมากนัก ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งอาจเพิ่มเติมเข้ามาอยู่ในพอร์ตการลงทุนเพื่อช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้สูงขึ้นได้
นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันกองทุน K-GA ให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นมากกว่าตราสารหนี้ เนื่องจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ยังมีความน่าสนใจน้อย ซึ่งปัจจุบันกองทุนมีสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้เพียง 20% ขณะที่มีสัดส่วนในหุ้นประมาณ 63% โดยให้น้ำหนักในหุ้นสหรัฐฯ น้อยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เพราะมองว่าระดับราคาหุ้นค่อนข้างสูงหลังดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่จะเน้นลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น เนื่องจากมีมุมมองเชิงบวกต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางญี่ปุ่น”
ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน K-GA ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมีการจ่ายปันผลรวมแล้วทั้งสิ้น 10 ครั้ง เป็นอัตรารวมทั้งสิ้น 4.3 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 3.78% ต่อปี ส่วนผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี ให้ผลตอบแทนที่ 5.41% ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี ให้ผลตอบแทนที่ 35.82% และผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปี ให้ผลตอบแทนที่ 4.73% (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ค. 2558)
ผู้สนใจสามารถลงทุนในกองทุน K-GA ได้ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 5,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือติดต่อ KAsset Contact Center 0 2673 3888
บลจ.อีสท์สปริง โชว์จ่ายปันผลกองทุนต่างประเทศ-หุ้นไทย รวม 3 กอง มูลค่า 55 ล้านบาท
BRRGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.26 บาท วันที่ 14 ก.ย. นี้
BTSGIF เตรียมจ่ายเงินลดทุน 0.193 บาท วันที่ 10 ก.ย. 2569 นี้
SUPEREIF จ่ายปันผลครั้งที่ 25 ในอัตรา 0.26500 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 กันยายน 2569 นี้
3BBIF เตรียมจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 38 ในอัตรา 0.1400 บาทต่อหน่วย วันที่ 2 ก.ย. นี้
บลจ.อีสท์สปริง จ่ายปันผล 2 กองหุ้นไทย-ตราสารหนี้ไทย " ES-SET50DV2 และ ES-TSARN"รวมมูลค่า 78 ล้านบาท ดีเดย์ 7 ส.ค. 69 นี้
K-WealthPLUS Series ทะลุแสนล้าน! KAsset จับมือพันธมิตรการลงทุน J.P. Morgan Asset Management รุก Lifetime Investment Solutions สร้างอนาคตมั่นคงตลอดช่วงชีวิต
บลจ.ไทยพาณิชย์ เปิดตัว SCBUSDADVANTAGE กองทุน Hedge Fund กองแรกจาก SCBAM
บลจ.อีสท์สปริง ตอกย้ำผู้นำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มุ่งพาสมาชิกสู่ความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณ