ปลัดเกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จ.ชัยนาท และ จ.พระนครศรีอยุธยา เร่งเตรียมการรับมือสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในเบื้องต้น นำเข้า ครม. ภายในวันอังคารนี้

ข่าวประชาสัมพันธ์ »

          นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.ชัยนาท และ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อรับฟังสรุปสถานการณ์น้ำและการผลิตสินค้าเกษตร (ข้าว) ในพื้นที่ รวมถึงผลกระทบจากการประกาศกรมชลประทาน เรื่อง ชะลอการเพาะปลูกข้าวนาปีในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและผู้ใช้น้ำทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด โดยปัจจุบัน จ.ชัยนาท มีสถานการณ์การปลูกข้าวนาปี ปี 2558/59 มีพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด 831,487 ไร่ ปลูกไปแล้ว 357,811 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 43.03 และยังไม่ได้ทำการเพาะปลูก 473,676 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 56.97 ซึ่งจากสถานการณ์ดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานชลประทานที่ 12 กรมชลประทาน ได้มีแผนการจัดสรรน้ำและการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ปี 2558 (ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 58 – 31 ต.ค. 58) จัดสรรน้ำในลุ่มเจ้าพระยา 5,501 ล้าน ลบ.ม. ได้แก่ เขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ 4,600 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 450 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 450 ล้าน ลบ.ม. รวมผลการจัดสรรน้ำถึงปัจจุบัน ใช้น้ำไปแล้ว 2,529 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 46 ของแผนการจัดสรรน้ำในลุ่มเจ้าพระยา โดยมีการเตรียมความพร้อมและการให้ความช่วยเหลือ โดยสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่นาปีและพืชไร่ รวมทั้งหมด 107 เครื่อง ปัจจุบันออกใช้งาน 13 เครื่อง ได้แก่ ชัยนาท 7 เครื่อง อ่างทอง 1 เครื่อง สุพรรณบุรี 3 เครื่อง อุทัยธานี 1 เครื่อง และพระนครศรีอยุธยา 1 เครื่อง 
          ทั้งนี้ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดชัยนาทได้ประสานหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการในเบื้องต้น โดยการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้ทราบผ่านทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยจังหวัดชัยนาท ซึ่งครอบคลุม 8 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และนครสวรรค์ สำหรับการช่วยเหลือในระยะสั้น จะมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรทุกรายที่ได้ดำเนินการปลูกข้าวไปก่อนแล้ว ประมาณ 40 % และแนะนำให้ทำการประกันภัยข้าว หากมีการประกาศภัยพิบัติจะได้รับการชดเชยความเสียหายไร่ละ 1,111 บาท ส่วนเกษตรกรที่ยังไม่ได้ปลูก และชะลอการปลูกตามประกาศของกรมชลประทาน ต้องขึ้นทะเบียนเพื่อให้ทราบจำนวนทุกราย รวมถึงได้มีการแนะนำให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อย เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเขียว และส่งเสริมด้านปศุสัตว์ เป็นต้น
          สำหรับ จ.พระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปี ในช่วงวันที่ 1 พ.ค. 58 – 12 มิ.ย. 58 ทั้งสิ้น 16 อำเภอ รวม 440,647.25 ไร่ มีพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบเมื่อเกิดการขาดแคลนน้ำ ได้แก่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะหัน และอำเภอเสนา รวม 64,661 ไร่ ซึ่งมีแนวทางการช่วยเหลือโดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรมีการจัดทำกิจกรรมการเกษตรที่ให้ผลผลิตในระยะสั้น เพื่อให้มีรายได้ทดแทน อีกทั้งยังต้องการให้ภาครัฐชดเชยการสูญเสียรายได้ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
          “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้หน่วยงานในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเข้าไปสร้างความเข้าใจกับเกษตรกร ถึงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ซึ่งหากมีเรื่องของฝนทิ้งช่วง จะมีการส่งเสริมให้ปลูกพืชแบบแห้งสลับเปียก และสำหรับพื้นที่ที่ยังไม่ได้มีการเพาะปลูก จะส่งเสริมให้ปลูกพืชชนิดอื่นทดแทน เช่น พืชที่ใช้น้ำน้อย นอกจากนี้ ยังต้องเร่งปฏิบัติการฝนหลวงตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะบริเวณเหนือเขื่อน ให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการรองรับอยู่แล้วถึง 13 ฐาน นอกจากนี้ในระยะยาว จะมีการสนับสนุนระบบแหล่งน้ำในไร่นา ระบบหมุนเวียนการใช้น้ำ และบ่อน้ำตื้น เป็นต้น เพื่อให้เกษตรกรเกิดการใช้น้ำให้ได้รับประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จะดูในภาพรวมทั้ง 22 จังหวัด และจะนำเสนอสถานการณ์น้ำ ผลกระทบ ความเดือนร้อนของเกษตรกร และแนวทางการช่วยเหลือในเบื้องต้น เพื่อเสนอเข้า ครม. ภายในวันอังคารที่จะถึงนี้ และจะเร่งหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเร่งด่วนต่อไป” นายชวลิต กล่าว


ข่าวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์+การเพาะปลูกข้าวนาปีวันนี้

น้องดินดี "บริการข้อมูลดิน" กรมพัฒนาที่ดิน ย้ำเทคโนโลยี คลิกดู รู้ดิน - ปุ๋ย ทันที ผ่านแอปพลิเคชัน Line

กรมพัฒนาที่ดิน ขานรับนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "เร่งแก้ปัญหาปุ๋ยแพง ลดต้นทุนให้เกษตรกร" ขับเคลื่อนมาตรฐานการให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับดินและความรู้ด้านการเกษตร ด้วยระบบ AI Chatbot "น้องดินดี" ผ่าน Application Line ที่สามารถเข้าถึงง่าย สะดวก รวดเร็ว นำข้อมูลที่ได้ไปใช้ได้ทันที นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า กรมพัฒนาที่ดิน ขานรับนโยบายผลักดันการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินมาตรการ

กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเ... กรมพัฒนาที่ดิน ลุย 4 มาตรการเร่งด่วน ดันปุ๋ยอินทรีย์ ลดต้นทุนเกษตรกร สู้วิกฤตปุ๋ยแพง — กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนตามนโยบายกระทรวงเกษ...

เนื่องจากนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร กระ... กรมส่งเสริมการเกษตร โชว์ "Green Gain Day @นนทบุรี" หนุนเรียนรู้สร้างแรงจูงใจไม่เผาเพิ่มรายได้ — เนื่องจากนโยบายของกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ...

ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัย... วว. ร่วมเชื่อมโยงงานวิจัยกับธุรกิจด้านการเกษตร เร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมเกษตรไทยสู่สากล — ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่...

กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนา... กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ PGS ผลิตอาหารปลอดภัย สร้างความมั่นคงทางอาหาร — กรมพัฒนาที่ดิน เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ทุกมิติ ...