นายวุฒิไกร เอื้อชูยศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ทายาทรุ่นที่ 2 ของธุรกิจสตาร์แอร์ เปิดเผยว่า ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาสตาร์แอร์สามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มลูกค้าองค์กร (Commercial) และกลุ่มลูกค้าครัวเรือน (Residential) ยิ่งไปกว่านั้นสตาร์แอร์ยังถือเป็นบริษัทแอร์สัญชาติไทย ที่สามารถให้บริการด้าน ODM และ OEM ได้อย่างครบวงจร เพราะสตาร์แอร์มีทีมพัฒนาสินค้า ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และโรงงานผลิตแบบครงวงจรเป็นของตนเอง จึงสามารถสร้างสรรค์สินค้าได้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแบบ Customized products ภายใต้การให้บริการแบบ Total solution ปัจจุบันสัดส่วนผลิตภัณฑ์ของสตาร์แอร์สามารถ แบ่งออกได้เป็นกลุ่ม Commercial ประมาณ 20% และกลุ่ม Residential และสำนักงานขนาดกลางและเล็กประมาณ 80% ทั้งนี้ ในปี 2559 สตาร์แอร์ยังคงตั้งเป้าการเติบโตเฉลี่ยที่ 5%
"สตาร์แอร์ต้องการต่อยอดความสำเร็จอีกขั้น ด้วยการเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสินค้าประหยัดพลังงานยิ่งขึ้นภายใต้มาตรฐานคุณภาพที่เรามีอยู่เดิมที่ถือเป็นจุดแข็งหลักที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมากว่า 30 ปี นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อขยายไลน์การผลิตพร้อมทั้งขยายพื้นที่โรงงานออกไปอีก 1 เท่าตัวในปีนี้ โดยโรงงานใหม่นี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 16 ไร่ แบ่งเป็น 2 โรง รวมเนื้อที่ 20,000 ตารางเมตร ซึ่งคาดว่าโรงงานแห่งใหม่และกลุ่มเครื่องจักร ชุดใหม่จะสามารถเปิดใช้ได้ในช่วงปลายปี 2559 โดยนับจากนี้เราพร้อมที่จะรุกขยายส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างเต็มรูปแบบยิ่งขึ้น" นายวุฒิไกร เอื้อชูยศ กล่าวถึงแผนธุรกิจในระยะใกล้
ด้านการบริการมาตรฐานสตาร์แอร์นั้น นายวุฒิไกร กล่าวเสริมในประเด็นดังกล่าวว่า "เราเน้นการบริการตั้งแต่ก่อนเริ่มเป็นลูกค้าจนถึงหลังจากที่ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อ เพราะก่อนที่จะขายนั้น เราจะมีทีมวิศวกรและทีมบริการเข้าไปให้คำแนะนำในการเลือกใช้แอร์ที่เหมาะสมกับบริเวณที่จะติดตั้ง โดยเราจะเน้นให้ความรู้กับตัวแทนขายในแต่ละพื้นที่ในแบบ Technician support เพื่อพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทั่วประเทศ ซึ่งเราจะเริ่มพัฒนาในจุดนี้ต่อไป เพื่อเพิ่มความ พึงพอใจให้แก่ลูกค้าของสตาร์แอร์"
"สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อต่อยอดธุรกิจรับ AEC นั้น สตาร์แอร์ได้ส่งเสริมให้ตัวแทนจำหน่ายที่มีศักยภาพ เดินหน้าขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว พม่า และกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มนำเข้าไปจำหน่ายบ้างแล้ว น่าจะเริ่มเห็นผลในปี 2559" นายวุฒิไกร กล่าวเสริม
เกี่ยวกับภาพรวมการเติบโตของธุรกิจเครื่องปรับอากาศในปี 2559 นั้น นายวุฒิไกร กล่าวแสดงมุมมองต่อประเด็นดังกล่าวว่า "ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเครื่องปรับอากาศมีการเติบโตต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยการแข่งขันในต่างประเทศนั้นคุณภาพของแอร์สัญชาติไทยก็ยังมีภาษี ที่เหนือกว่าในด้านคุณภาพจนเป็นที่ยอมรับและยกระดับให้อยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับบน นอกจากนี้ การขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งใน กทม. และ ตจว. โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเศรษฐกิจ รวมถึงการพัฒนาโครงการเมกกะโปรเจคของภาครัฐในอนาคตอันใกล้ และการเปิด AEC เพื่อสร้างโอกาสในการขายในประเทศเพื่อนบ้านก็ถือเป็นปัจจัยผลักดันการเติบโตเช่นกัน และหากพิจารณาในด้านนวัตกรรมการผลิตแล้วจะพบว่าเทรนด์ของ Invertor จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยจะขยายความนิยมจากกลุ่ม Residential ไปยังกลุ่ม Commercial ด้วยเช่นกัน โดยในปี 2558 นั้นกลุ่มเครื่องปรับอากาศ Invertor มีอัตราเติบโตการขยายตัวสูงถึง 25% หรือมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาทในปัจจุบัน"
ไฮเออร์ ประเทศไทย เปิดสมรภูมิตลาดแอร์ ปี 69 เปลี่ยนเกมรุกสู่ AI-Driven Lifestyle Brand
แอลจี ประเทศไทย ปฏิวัติชีวิตยุคใหม่ เปิดงาน 'LG AI Experience 2026: The Action of AI. The Freedom of You'
กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ยกระดับช่างแอร์มืออาชีพให้ทันสมัย เข้าใจระบบ Inverter ครอบคลุม 13 จังหวัด
ซัมซุง พลิกโฉม เครื่องปรับอากาศ Bespoke AI WindFree Pro ด้วยออกแบบ Grid Designกลมกลืนทุกการตกแต่งภายใน และ Free Joint Multi (FJM) ที่ออกแบบให้ประหยัดพื้นที่สูงสุด พร้อมเสริม Next Day Service บริการหลังการขายภายใน 1 วัน
"ไมเดีย" ผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าขยายฐานผลิต - ใช้ชิ้นส่วนไทย ยกซัพพลายเชนเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ
ไดกิ้นเปิดตัว "AIR CREATOR" แบรนด์ใหม่ในอาเซียน ชูแนวคิด Personalization พา "อากาศสบาย" ไปไกลกว่าความเย็น
มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เปิดตัวแอร์รุ่นใหม่ "KA Series" คุณภาพญี่ปุ่น คุ้มค่าในราคาโดนใจ
"ไดกิ้น" วางหมากปี 2026 ยกระดับ HVAC จากตลาดสินค้า สู่ธุรกิจโซลูชันด้านอากาศอัจฉริยะแบบครบวงจร
มิตซูบิชิ อีเล็คทริค จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่